breadcrumb symbol ข่าว

[ #จุดเริ่มจากฮาร์ดแมนโง่ๆ (จบ) ]

อัพเดตเมื่อ : June 08, 2020 1:16am โดย : admin

13 เมษายน 2001 ลิเวอร์พูลมีคิวต้อนรับลีดส์ ยูไนเต็ดที่แอนฟิลด์

ไฮไลต์อยู่ที่การเผชิญหน้ากันของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด กับ อลัน สมิธ ซึ่งเป็นเด็กนรกแตกของวงการเวลานั้นทั้งคู่

ซ้ำร้าย สมิธ แจ้งเกิดอย่างเป็นทางการด้วยประตูที่ซัดหงส์แดงจนปีกหักนี่แหล่ะ มันยิ่งเพิ่มดีกรีแค้นให้ เจอร์ราร์ด มากขึ้นไปอีก

เจอร์ราร์ด โดนย้ำให้คอยตาม สมิธ อย่าปล่อยให้แผลงฤทธิ์อีก เพราะเป็นตัวอันตรายจริงๆ แค่พริบตาเดียวสามารถส่องตาข่ายกระเพื่อมได้เลย

อย่างไรก็ตามการดวลกันของสองคนนี้เต็มไปด้วยสปิริต สู้กันตามเกม ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของใครของมัน ทำให้ไม่มีปัญหาตามมา อาจสร้างความผิดหวังให้กับพวกสื่อบ้างที่อยากจะเห็นดราม่ามากกว่าความใสสะอาด

แต่กลายเป็นว่า เดวิด แบ็ตตี้ โผล่มาเป็นตัวละครลับแทน

เหตุการณ์ต้นเรื่องเริ่มจาก แบ็ตตี้ ได้บอลกลางสนาม แล้วด้วยความเก๋าช่ำชองการเล่นในลักษณะนี้ พอเหลือบหางตาเห็น เจอร์ราร์ด พรวดเข้ามาก็เลยแสร้งล้มลงไปนอนร้องโอดโอยเหมือนเจ็บเต็มประดา

ทั้งที่ความจริงแล้ว เจอร์ราร์ด แทบไม่ได้สัมผัสตัวเลยด้วยซ้ำ แต่แอ็คติ้งนั้นแนบเนียนเหลือเกิน อย่างน้อยก็หลอกผู้ตัดสินได้

พอเห็นเชิ้ตดำเดินมาหาพร้อมล้วงกระเป๋าเสื้อ ใจของเขาเหมือนหล่นไปที่ตาตุ่ม เพราะมีใบเหลืองติดตัวไปก่อนแล้ว

เขาพยายามอธิบายแต่เปล่าประโยชน์ แบ็ตตี้ เองพอลุกขึ้นมาก็ช่วยบอกกับผู้ตัดสินว่าไม่ควรเป็นใบเหลือง

อย่างไรก็ตามนั่นคือภาพลวงของกองกลางยูงทอง เฉไฉทำตัวเป็นคนดี เพราะรู้อยู่แล้วว่าผู้ตัดสินไม่มีทางชักใบเหลืองกลับ

ถ้าเจตนาดีตั้งแต่แรกทำไมต้องมาแกล้งพุ่งล้มด้วย เรื่องแบบนี้นักฟุตบอลอาชีพด้วยกันย่อมรู้ดี เจอร์ราร์ด จึงไม่ค่อยชอบขี้หน้า แบ็ตตี้ เท่าไรนัก

เมื่อผสมกับภาพลักษณ์ของเขาเอง ที่มักจะเล่นด้วยสไตล์ดุดันเหี้ยมเกรียม ยังไงบรรดาผู้ตัดสินก็มักจะจ้องจับผิดเสมอ

อีกครั้งที่ฝังตรึงในความทรงจำของ เจอร์ราร์ด เกมที่แอนฟิลด์รับการมาเยือนของแอสตัน วิลล่าเมื่อ 8 กันยายน 2001

การห้ำหั่นกันเข้มข้นดุเดือด วิลล่าเวลานั้นมีกำลังพลที่แกร่งไม่น้อย เป็นฝ่ายออกนำไปก่อนเมื่อจบครึ่งแรก ก่อนเปิดฉากครึ่งหลังไม่นาน เจอร์ราร์ด จะทวงคืนได้สำเร็จ

พอเป็นคนยิงประตูได้ หัวใจยิ่งพองโตฮึกเหิมกว่าเดิม อารมณ์จึงพุ่งพล่านทำงานหนักขึ้นและการได้ดวลกับ จอร์จ บัวเต็ง ก็ยิ่งกระตุ้นให้การควบคุมอารมณ์หละหลวมกว่าเดิม

บัวเต็ง แข็งแรงมากบดขยี้ไม่มียอม กระทั่งเขาได้บอลอยู่ใกล้ๆ มายืนยั่วต่อหน้าต่อตาแบบนี้ เจอร์ราร์ด ก็น็อตหลุดเรียบร้อย ทะยานเสียบสองเท้าสุดตัว

ปุ่มสตั๊ดจารึกไว้บนต้นขา บัวเต็ง แหกปากร้องลั่น วินาทีนั้นเอง เจอร์ราร์ด ยอมรับเลยว่าเป็นการเข้าบอลที่น่าอับอายสุดครั้งหนึ่งในชีวิต

มันเป็นการกระทำของคนขี้ขลาดตาขาวอย่างแท้จริง เขาแทบมองไม่เห็นใบแดงที่ลอยมาตรงหน้าด้วยซ้ำ เดินออกจากสนามเข้าห้องแต่งตัวโดยอัตโนมัติ

ลิเวอร์พูลปราชัยคาบ้านตัวเอง 1-3 ไม่พอ วันรุ่งขึ้นสื่อต่างๆยังรุมเล่นงาน เจอร์ราร์ด แบบไม่รอมชอม ช็อตเข้าบอลที่แสนสกปรกนั้นวนเวียนอยู่หน้าจอทีวี เหมือนต้องการประจานชนิดเอาให้ตายกันไปข้าง

ย้อนกลับไปในห้องแต่งตัว แกรี่ แม็คอัลลิสเตอร์ หนึ่งในแข้งอาวุโสบ่นเบาๆว่า ชักจะเริ่มเกินเยียวยาแล้ว จะเข้าบอลเหมือนฆ่าคู่แข่งอย่างนี้ไม่ได้

จากนั้น เชราร์ อุลลิเยร์ ผู้จัดการทีมก็ถมึงตาเข้าใส่ด้วยความโกรธสุดขีด เจอร์ราร์ด รู้สึกหู้อื้อตาลาย ประสาทสัมผัสเหมือนดับลงชั่วคราว จำได้แค่พูดขอโทษไปสั้นๆ

ไม่นาน พอล ผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นเสมือนอาจารย์คอยเสี้ยมสอนอีกคน พูดคล้ายกับ แม็คอัลลิสเตอร์ นั่นคือเกินกว่าจะแก้ไขแล้ว หากยังเป็นอย่างนี้เรื่อยๆ เห็นทีจะต้องเจอทางตันเข้าสักวัน

สตรูแอน มาร์แชล เอเยนต์ซึ่งสนิทแนบแน่นเหมือนเพื่อนรัก รีบโทรมาหาก่อนจะเข้ามาคุยที่บ้านด้วยตัวเอง เพื่อดึงสติ เจอร์ราร์ด ให้กลับมา

"ฉันเกือบทำ จอร์จ ขาหัก" นี่คือประโยคแรกที่ เจอร์ราร์ด รำพึงเมื่อเจอหน้า สตรูแอน

เขาได้รับคำเตือนเรื่องการเข้าบอลและควบคุมอารมณ์ ล้วนแต่เป็นประโยคที่คุ้นเคยทั้งสิ้น หากปล่อยให้เรื้อรังเกิดขึ้นเรื่อยๆ ทุกอย่างจะพังแน่นอน

จากนั้น เจอร์ราร์ด รบกวน สตรูแอน ช่วยหาเบอร์ของ บัวเต็ง หน่อย อย่างน้อยเมื่อสำนึกแล้ว การได้เอ่ยปากขอโทษคงจะเป็นเรื่องดีที่สุด

ต้องรวบรวมความกล้าอย่างมาก เพื่อจะโทรไปหา บัวเต็ง แต่โชคดีเหลือเกินที่ปลายสายไม่ว่าอะไรสักคำ แสดงความเข้าใจและยกโทษให้ อีกทั้งยังแนะนำด้วยว่า

"นายเป็นนักเตะที่เจ๋งมากๆนะ ฉะนั้นอย่าให้อย่างอื่นมาเป็นอุปสรรคขัดขวางมัน ฉันไม่เป็นไร เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง"

นั่นทำให้ เจอร์ราร์ด โล่งใจอีกมาก แต่อย่างว่าแหล่ะเมื่อคุณเลือกทางเดินแบบนี้ มันย่อมไม่ใช่ครั้งสุดท้าย

---------------

หลายคนอาจไม่รู้มาก่อนว่า เจอร์ราร์ด เกลียดอาร์เซน่อลไม่น้อยไปกว่าเอฟเวอร์ตันหรือแมนฯยูไนเต็ดเลย

เขายังจำฝังใจกับช็อตที่ ปาทริค วิเอร่า เจตนาเล่นงานในเกมชิงเอฟเอคัพ 2001 ที่คาร์ดิฟฟ์

กองกลางเฟร้นช์เริ่มท้าทายก่อน เข้ามาอัดหนักตามน้ำ แล้วพอโดนสอยกลับบ้าง ออกลูกมารยาร้องโอดโอย อย่างนี้ไม่แมนเลยนี่หว่า

ดังนั้นเมื่อได้มาเผชิญหน้ากันในศึกคอมมูนิตี้ ชิลด์อีกยก เจอร์ราร์ด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะถอนแค้นให้ได้

ก่อนเกม อาร์แซน เวนเกอร์ จุดชนวนก่อนด้วยประโยคที่ว่า เจอร์ราร์ด เหมือนพวกคลั่งคอยถือขวานไล่ฟันทุกคนไม่เลือกหน้า

เขารู้ดีว่า เวนเกอร์ เป็นผู้จัดการทีมที่มีฝีมือ ปลุกปั้นอาร์เซน่อลจนยิ่งใหญ่ไม่เป็นรองแมนฯยูไนเต็ด แต่แปลกที่มักโทษคนอื่นเสมอและไม่ค่อยมองสิ่งที่ลูกทีมตัวเองทำผิดบ้าง

นอกจาก วิเอร่า ที่เข้าหนักและแสร้งเล่นละครเก่งแล้ว ผู้เล่นอย่าง โทนี่ อดัมส์ หรือ มาร์ติน คีโอวน์ ก็พร้อมที่จะใส่ไม่ยั้งเช่นเดียวกัน หากเผลอขึ้นมาอาจตกเป็นเหยื่อได้

คนที่เงียบขรึมอย่าง เดนนิส เบิร์กแคมป์ ก็เคยย่ำใส่ฝ่ายตรงข้าม แต่มักไม่ค่อยค่อยมีใครพูดถึงกัน

สิ่งสำคัญคือ เจอร์ราร์ด ต้องการจะประกาศให้อาร์เซน่อลรู้ว่าอย่ายโสเกินไปนัก นักเตะหลายคนเหมือนจะหลงตัวเอง คิดว่าวิเศษกว่าคนอื่น

ฉะนั้นในสถานการณ์เช่นนี้ เขาจะไม่ยอมออมแรงให้เด็ดขาด

22 ธันวาคม 2002 มีอีกหนึ่งเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้ที่ระอุดุเดือดมากๆและสำหรับ เจอร์ราร์ด แล้วการทำตัวเป็นมิตรกับเอฟเวอร์ตัน ไม่เคยมีอยู่ในพจนานุกรม

หลายคนยังน่าจะจำได้โมเมนต์ที่ เจอร์ราร์ด กระโดดสองเท้าเหยียบใส่ แกรี่ เนย์สมิธ แล้วรอดจากใบแดงได้อย่างเหลือเชื่อ โดยเขาอ้างว่าเป็นการป้องกันตัว

หน้าแข้ง เนย์สมิธ เป็นแผลเหวอะ เลือดสีแดงเปื้อนถุงเท้าสีขาวอย่างสยดสยอง

แต่จังหวะชุลมุนนั้นเอง เวย์น รูนี่ย์ พรวดหา เจอร์ราร์ด ขย้ำคออย่างจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนสองจอมเก๋าทั้ง เดวิด เวียร์ และ อลัน สตั๊บบ์ส จะมาผสมโรงด้วย

อย่างไรก็ตามสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ตั้งคณะกรรมการพิจารณาโทษย้อนหลัง ก่อนจะตัดสินแบน เจอร์ราร์ด 3 นัดด้วยกัน ซึ่งเขามองว่าไม่แฟร์ เพราะเอาเหตุการณ์อื่นมาเสริมน้ำหนักความน่าเชื่อถือด้วย

ซัมเมอร์ต่อมาเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เจอร์ราร์ด จะไปพักผ่อนที่โปรตุเกส โดยเดินทางคนเดียวบินเครื่องโลว์คอสต์ แบบใครขึ้นก่อนเลือกที่นั่งเองเลย

ปรากฏว่าเขามาถึงช้ากว่าใครและเหลือที่นั่งเดียวเท่านั้นทางด้านหลัง ก่อนเดินไปจึงเห็นว่าเป็น เนย์สมิธ นั่งกับภรรยาอยู่

เขาสะดุ้งถึงขั้นไม่อยากเชื่อ อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้ พอตั้งสติได้มีการทักทายกันเล็กน้อยตามมารยาทและทุกอย่างก็เงียบกริบตลอดการเดินทาง

อย่างไรก็ตาม เจอร์ราร์ด รู้ได้ถึงสายตาของภรรยาเนย์สมิธที่จ้องมาแทบไม่กระพริบ เขาอยากจะให้เครื่องแลนดิ้งเร็วๆเหลือเกิน มันอึดอัดมาก

มันน่าตลกก็จริง แต่พอนึกถึงเรื่องนี้ทีไร เขาจะไม่เคยลืมว่าเกิดอะไรขึ้น..

ชัดเจนเลยว่ากว่า เจอร์ราร์ด จะเติบโตจนประสบความสำเร็จ ต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้ ได้บทเรียนหลายต่อหลายครั้งและแม้ไม่อาจจะสลัดภาพฮาร์ดแมนได้ แต่เมื่อปรับให้ดีขึ้น แทบทุกคนก็ยอมรับในฐานะนักเตะที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง

อย่างน้อยที่สุด เจอร์ราร์ด ก็รู้ดีว่าทำอะไรลงไป รวมทั้งยอมรับด้วยว่าเคยมีพฤติกรรมโง่ๆหรือน่าอับอายมาก่อน

เพราะแบบนี้แหล่ะเขาถึงเอาชนะใจเดอะ ค็อปทั้งโลกได้

ทุกท่านสามารถย้อนกลับไปอ่านเรื่องราว "จุดเริ่มจากฮาร์ดแมนโง่ๆ" ในตอนแรกได้ที่:
www.cheerball.com/news/talk/77279

หากใครอยากค้นหาความสนุกพร้อมความมั่งคั่ง ให้ MYSBOBET ช่วยคุณสิครับ รับรองว่าคุณลืมไม่ลงแน่นอน ที่นี้มีความสนุกพร้อมให้คุณเริ่มต้นแบบไม่ต้องรอตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

 

 

Facebook Comment