breadcrumb symbol ข่าว

[ #ต่อให้โลกแตกก็ไม่เปลี่ยน ]

อัพเดตเมื่อ : June 10, 2020 11:52pm โดย : admin

มัสซิโม เซลลิโน่ ประธานสโมสรเบรสชายอมรับว่าการเซ็นสัญญา มาริโอ บาโลเตลลี่ คือความผิดพลาดมหันต์

ทั้งที่ได้มาแบบฟรีเอเจนต์ ไม่ต้องควักจ่ายค่าตัวสักยูโรเดียว แถมผลงานไม่ถึงขั้นห่วยแตกขนาดรับไม่ได้ ยิงไป 5 ประตูจาก 19 เกมในลีก

นอกจากนี้ค่าจ้างก็ไม่ได้แพงอะไรนัก ยื่นไปแค่ 1.5 ล้านยูโรบวกกับโบนัสก้อนโตถ้ารอดตกชั้นเท่านั้น

แต่ประเด็นของ เซลลิโน่ อยู่ที่พฤติกรรมของ บาโลเตลลี่ ต่างหาก

แม้จะรู้ดีถึงกิตติศัพท์ความแสบสันต์ หย่อนยานเรื่องวินัย มีเรื่องราวฉาวโฉ่สารพัด กระนั้นท่านประธานเบรสชายังกล้าเดิมพัน อาจมองว่านักเตะอายุ 29 ปีแล้ว ผ่านประสบการณ์ด้านมืดมามากมาย น่าจะหลาบจำเป็นบทเรียนบ้าง

นอกจากนี้ยังเป็นพ่อคน คงจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่บ้าง ไม่ทำอะไรห่ามๆอีก

อย่างไรก็ตามหากไปถาม ราฟฟาเอลเล่ ฟิโก้ แฟนสาวที่เป็นทั้งนักร้องและนางแบบชั้นนำ จะได้คำตอบว่า กี่ปีผ่านไปหรือจะอายุมากขึ้นขนาดไหน ก็ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลง บาโลเตลลี่ ได้

เพราะตอนที่ ฟิโก้ ให้กำเนิดลูกสาวเมื่อปลายปี 2012 บาโลเตลลี่ ไม่เคยสนใจเลยสักนิด แล้วยังเอาไปพูดกับคนอื่นว่านี่ไม่ใช่ลูกของตนอีกต่างหาก พ่อตัวจริงเป็นใครไม่รู้

กระทั่งกุมภาพันธ์ 2014 มีการตรวจดีเอ็นเอ นั่นแหล่ะถึงจะยอมรับอย่างไม่มีทางเลี่ยง หลักฐานมัดแน่นขนาดนั้น

กระนั้น บาโลเตลลี่ ยังมีพฤติกรรมเช่นเดิม ไม่ใส่ใจดูแลครอบครัว ไปมีความสัมพันธ์กับ แฟนนี่ เนกูเอช่า ผู้หญิงอีกคน

แล้วเมื่อกันยายนปี 2017 จู่ๆก็กลายเป็นพ่อลูกสอง ได้ลูกชายชื่อ ไลอ้อน แบบไม่รู้ที่มาที่ไปว่าแม่ของเด็กคือใคร บอกกับสังคมให้รับรู้แค่ว่านี่คือลูกของเขาเท่านั้น

สิ่งที่คนใกล้ชิดได้ยินคือ เขามักจะพูดเสมอว่ารักและห่วงใยลูกๆ แต่การปฏิบัติตัวนั้นตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

3 ปีก่อน ปาทริค วิเอร่า เคยถาม บาโลเตลลี่ ด้วยประโยคเบสิกว่า "เมื่อไรแกจะเป็นผู้ใหญ่ซะทีวะ?"

คำตอบที่ได้คือเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข เหมือนไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิดว่าที่ผ่านมาได้ทำอะไรลงไปบ้าง

ทั้งที่ วิเอร่า คือบุคคลพิเศษสำหรับ บาโลเตลลี่ ทั้งเคารพและนับถือยกย่องให้เป็น "ลูกพี่" ด้วยความเต็มใจ

จุดเริ่มต้นมาจาก วิเอร่า ย้ายมาเล่นกับ แมนฯซิตี้ ในช่วงท้ายของอาชีพค้าแข้งเมื่อมกราคม 2010 จากนั้นเมื่อถึงฤดูร้อน บาโลเตลลี่ ก็ตามมาเข้าสังกัดเดียวกัน

นอกจากเป็นผิวสีเหมือนกัน วิเอร่า ยังขึ้นชื่อว่าไม่เคยกลัวใคร เคยเป็นกัปตันทีมระดับตำนานของ อาร์เซน่อล ย่อมทำให้ บาโลเตลลี่ ซูฮกยกย่องไม่ยาก มีปัญหาอะไรมักจะเอ่ยปากปรึกษา

วิเอร่า สวมยูนิฟอร์มเรือใบสีฟ้าได้ราวปีครึ่งก็ขอตัวลาไปเอาดีทางด้านโค้ชอยู่ที่สหรัฐอเมริกา

ส่วน บาโลเตลลี่ ยังแผลงฤทธิ์เรื่อยๆในพรีเมียร์ลีก ส่วนใหญ่ผลงานนอกสนามมักจะเป็นที่เลื่องลือมากกว่า

จากนั้นย้ายไปเล่นกับเอซี มิลานช่วงสั้นๆ แล้วหวนคืนสู่อังกฤษอีกครั้ง ลิเวอร์พูลอ้าแขนต้อนรับในปี 2014

ซัมเมอร์ปี 2016 เขาตัดสินใจลาลิเวอร์พูล ข้ามห้วยมายังฝรั่งเศส เพื่อเซ็นสัญญากับนีซ โดยทิ้งประโยคเย้ยหยันส่งท้ายว่าน่าผิดหวังมากๆที่ย้ายมาเล่นในแอนฟิลด์

ทั้งที่ควรสำเหนียกตัวเองสักหน่อย เพราะ 2 ปี (รวมช่วงยืมตัวไปมิลาน) ยิงในลีกไปแค่ประตูเดียวเท่านั้น

แต่น่าเหลือเชื่อ บาโลเตลลี่ ร้อนแรงมากในลีกเอิง ตลอด 2 ซีซั่นซัดระเบิด 43 ประตูจาก 68 เกม จนกลับมาเป็นที่ต้องการของหลายสโมสร

โอลิมปิก มาร์กเซยแสดงเจตนาอย่างชัดเจนจะคว้าตัวไปร่วมด้วย ตัวนักเตะเองก็หวังจะย้ายไปนั่นแหล่ะ เพราะมองว่าสโมสรใหญ่กว่า

อย่างไรก็ตามเมื่อรู้ข่าวนีซจะแต่งตั้ง วิเอร่า เป็นกุนซือ ก็ลังเลใจทันที ก่อนจะเลือกต่อสัญญาใหม่ออกไปอีก 1 ปี ท่ามกลางความแปลกใจของหลายคน

บาโล มาเฉลยว่า เพราะ วิเอเร่า ทำให้เขาไม่ย้ายไหน ลูกพี่มาทั้งทีต้องอยู่ร่วมหัวจมท้ายกันก่อน

เขาคงคิดว่าความสัมพันธ์ยังน่าดูดดื่มกันเหมือนวันเก่า คงมีผู้หลักผู้ใหญ่สนับสนุน แต่ลืมไปว่าอยู่ด้วยกันในทีมแมนฯซิตี้แค่ช่วงสั้นๆ แถมมาตอนนี้บทบาท วิเอร่า เปลี่ยนไปเป็นบอสแล้ว

นอกจากไม่มารายงานตัวเข้าแคมป์ซ้อมตามโปรแกรมปกติก่อนเปิดซีซั่นแล้ว พอมาถึงน้ำหนักตัวก็ทะลุเพดาน พุ่งไปถึงเกือบ 100 กิโลกรัมด้วยกัน

วิเอร่า ต้องสั่งไปลดโดยด่วน ไม่อย่างนั้นมีปัญหาแน่ ซึ่งรีดแล้วหลายวันก็ลงไปแค่ 3 กิโลเท่านั้น

แน่นอน บาโลเตลลี่ เริ่มได้สัญญาณไม่สู้ดีนัก ส่วน วิเอร่า เองรู้สึกหงุดหงิดหลายครั้งกับพฤติกรรมแย่ๆ ถึงกับหลุดประโยคพูดกับนักข่าวว่า

"ตอนอายุ 16 ปีเป็นยังไง ตอนนี้ก็เป็นอย่างนั้นและพอครบ 45 ปี เขาก็จะเป็นอย่างที่เห็นนั่นแหล่ะ"

---------

บาโลเตลลี่ ย้ายมาเบรสชาเมื่อสิงหาคมปีก่อน ด้วยภารกิจยิงให้เยอะที่สุดเพื่อฉุดทีมให้อยู่รอดในเซเรีย อาต่อไป

อย่างไรก็ตามเขายังคงไร้วินัยไม่แปรเปลี่ยน ซ้อมแบบเหยาะแหยะ อีกทั้งยังมาสายเป็นประจำ ยูจินิโอ คอรินี่ กุนซือของทีมถึงกับเอือมระอา รายงานไปยัง มัสซิโม เซลลิโน่ ประธานสโมสรบ่อยๆ

ทั้งที่ว่าไปแล้วเพื่อนร่วมทีมและสโมสรพร้อมสนับสนุน บาโลเตลลี่ อย่างเต็มที่ เห็นได้ชัดเมื่อตอนที่เขาโดนแฟนเวโรน่าเหยียดผิวในเกมลีกเมื่อพฤศจิกายน 2019

เขาได้ยินแฟนเจ้าถิ่นบางส่วนด่าด้วยคำพูดไม่เหมาะสม เลยหวดบอลจากมุมธงขึ้นไปบนอัฒจันทร์ จังหวะนั้นเองผู้เล่นของทั้งสองทีมต่างก็เข้ามาปลอบใจ

บาโลเตลลี่ เองซึ้งใจที่หลายคนยืนข้างๆ แต่มันน่าประหลาดกลับไม่ยอมปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อตอบแทนบ้าง

ช่วงลีกเว้นวรรคเพราะโควิด-19 ระบาดอย่างหนัก มีข่าวว่า บาโลเตลลี่ ปล่อยปละละเลยเรื่องการดูแลตัวเองและไม่ยอมฝึกซ้อมในบ้านพักอีกต่างหาก

ครั้นพอถึงเวลาต้องกลับมารายงานตัวฝึกซ้อม ก็เบี้ยวมาถึง 2 หนเต็มๆ โดยอ้างว่ามีอาการป่วยที่กระเพาะอาหาร ส่งอีเมลมาแจ้งแล้วแต่สโมสรไม่เห็นเอง

เบรสชาออกมาตอบโต้ว่าไม่มีเมลดังกล่าวเลย นอกจากนี้เมื่อถามหาใบรับรองแพทย์ ยังเงียบกริบอีกต่างหาก แล้วจะให้เชื่อได้อย่างไรว่าเจ็บป่วยจริง

นั่นจึงทำให้ เซลลิโน่ บ่นออกมาดังๆให้ทุกคนได้ยินว่า พลาดอย่างไม่น่าให้อภัยกับการเซ็นนักเตะเจ้าปัญหามาร่วมทีม

ปกติสถานการณ์ของสโมสรก็แย่อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเรื่องการเงินหรือผลงานที่จมดิ่งอยู่ดันอับสุดท้ายบนตารางคะแนน หมิ่นแหม่ต่อการตกชั้น ไหนจะไวรัสที่รุมกระหน่ำมาเล่นงานอีก

บาโลเตลลี่ กลับไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น ตรงกันข้ามยิ่งเหยียบย่ำซ้ำเติมให้หนักลงเรื่อยๆ

ดังนั้นสโมสรเลยหาทางไกล่เกลี่ยขอยกเลิกสัญญา พร้อมจะจ่ายเงินชดเชยให้ก้อนหนึ่ง เพื่อตัดปัญหาให้จบไป

แต่นักเตะยืนกรานไม่ยอม เรื่องอะไรจะเสียเปรียบในเมื่ออยู่ให้ครบเทอมได้เงินมากกว่า

9 มิถุนายนที่ผ่านมา เขาเดินทางไปสนามฝึกซ้อมเพื่อรายงานตัวตามกำหนดการ แต่เจ้าหน้าที่ของเบรสชาไม่ยอมให้เข้าไป

บังเอิญมีนักข่าว 2-3 คนอยู่แถวๆนั้น เขาเลยโพล่งไปว่าพอจะมาซ้อมก็ไล่กลับ แล้วจะให้ทำอย่างไรได้อีก

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ บาโลเตลลี่ ยังคงมีพฤติกรรมเช่นนี้ หลายคนเข็ดหลาบแล้วว่าไม่อาจคาดหวังการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้อีก

เขายังคงไร้วุฒิภาวะแม้จะอายุปริ่มๆ 30 แล้ว ทำอะไรตามใจตัวเอง ไม่นึกถึงผลกระทบที่จะตามมาว่าใครต้องลำบากบ้าง

หลายครั้งหลายคราว ซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่เรายังคงเห็นวนเวียนอยู่เช่นนี้

คงยากมากที่สุดหรือเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะได้เห็น บาโลเตลลี่ มีพฤติกรรมปกติเหมือนนักเตะอาชีพทั่วไป

ต่อให้โลกแตกสลาย เขาก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

ดูแล้ว บาโลเตลลี่ คงไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองแน่ๆ แต่หากใครอยากเปลี่ยนเว็บให้ MYSBOBET ช่วยคุณสิครับ รับรองว่าคุณลืมไม่ลงแน่นอน ที่นี้มีความสนุกพร้อมให้คุณเริ่มต้นแบบไม่ต้องรอตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

Facebook Comment