breadcrumb symbol ข่าว

[ #ทำเพื่อระยะยาว ? ]

อัพเดตเมื่อ : July 29, 2020 2:26am โดย : admin

ในที่สุด โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ฝ่าด่านหินเอาตัวรอดได้สำเร็จ นำสเปอร์สเข้าไปเล่นฟุตบอลยุโรปฤดูกาลหน้า
แม้จะเป็นถ้วยเล็กแค่ยูฟ่า ยูโรปาลีก แต่ก็เพียงพอแล้วหากเทียบกับอันดับตารางก่อนหน้าที่จะมารับงานนั้น สภาพไก่เดือยทองดูไม่จืดเอาซะเลย ห่างไกลจากคำว่าบิ๊กทีมมากนัก
ต้นเดือนพฤศจิกายน 2019 คว้าชัยในพรีเมียร์ลีกเพียงแค่ 3 นัด อีกทั้งไม่ชนะเลยตั้งแต่ 28 กันยายน จมอยู่ครึ่งล่างของตารางอันดับ 14  ไม่หลงเหลือคราบไคลแคนดิเดตลุ้นแชมป์เลย
นั่นเป็นสาเหตุทำให้ ดาเนี่ยล เลวี่ ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญผ่าทางตันจับ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ บูชายัญซะ ปล่อยไว้นานอาจเรื้อรังฝังราก ยากต่อการแก้ไขได้ทัน
แล้วเปิดทางให้ มูรินโญ่ นั่งผู้จัดการทีม เป็นสโมสรที่ 3 ในพรีเมียร์ลีก หลังประสบความสำเร็จมาก่อนช่วงคุมเชลซีและแมนฯยูไนเต็ดกวาดถึง 11 โทรฟี่ ได้มาหมดแล้วในอังกฤษ
อย่างไรก็ตามการมาของ มูรินโญ่ สร้างความวิตกให้กับยิด อาร์มี่หรือกลุ่มกองเชียร์สเปอร์สพอสมควร ด้วยแนวทางการทำทีมที่ผิดไปจาก พอช แบบสุดขั้ว
ในขณะที่กุนซืออาร์เจนไตน์เน้นเกมรุกสร้างความบันเทิงให้แฟนบอล ชนิดพร้อมเปิดหน้าแลกกับทุกทีม
ส่วน มูรินโญ่ ยึดปรัชญาตรงกันข้าม ให้ความสำคัญกับเกมรับ เหมือนประโยคอันศักดิ์สิทธิ์ที่ว่าหากไม่เสียประตูก็ไม่มีทางแพ้
เขาไม่แคร์วิธีนำไปสู่ชัยชนะ ไม่ว่าอย่างไรมันก็เหมือนกัน ตรงนี้แหล่ะที่แฟนสเปอร์สหวั่นใจ
ไม่ใช่แค่ยิด อาร์มี่ แต่นักเตะหลายคนก็รู้สึกกังวลกับการมาของเจ้านายคนใหม่
ในสารคดีของสเปอร์สที่ทาง Amazon Prime ได้ลิขสิทธิ์ เข้าไปถ่ายทำแบบเอ็กซ์คลูซีฟ เก็บข้อมูลและเรื่องราวภายในสโมสร ชนิดที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน จากนั้นมีการนำมาโปรโมตเรียกน้ำย่อยเป็นคลิปสั้นๆ
ช่วงที่นำมาโปรโมตนั้นเป็นวันที่ มูรินโญ่ เดินทางมาถึงออฟฟิศสเปอร์สครั้งแรก นักเตะทุกคนถูกนัดคิวให้มาเตรียมพร้อมประชุมและรู้จักบอสคนใหม่ ทำความเข้าใจกันเบื้องต้น
กล้องจับให้เห็นภาพปฏิกิริยานักเตะบางคนที่มอง มูรินโญ่ ด้วยความไม่ค่อยไว้ใจนัก
สายตาของ คริสเตียน เอริกเซ่น เหมือนซ่อนปริศนาบางอย่างข้างใน เช่นเดียวกับ เอริก ดายเออร์ ซึ่งมองคล้ายกำลังตั้งคำถามอยู่
มีช่วงสั้นๆที่นั่งประชุมทีม แข้งไก่ไม่น้อยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับไม่มั่นใจอนาคตสโมสรและของตัวเอง
ทุกคนต่างได้ยินกิตติศัพท์ มูรินโญ่ มาแล้ว ย่อมเกิดความสับสน มันฉุดความเชื่อมั่นที่เคยลดลงด้วย
นี่คือสิ่งแรกที่เขาต้องเผชิญและรีบหาทางแก้ให้ผ่อนคลายอย่างรวดเร็ว หากนักเตะไม่ยอมรับอาจทรุดหนักมากกว่าเดิม
แม้จะดูเฮี้ยบสุดๆ เข้มไปด้วยวินัย หน้าตาไม่ค่อยเป็นมิตรนักและมักจะรักษาระยะห่างจากผู้เล่นพอสมควร ไม่ค่อยสุงสิงกับใครมากเป็นพิเศษ
แต่สิ่งหนึ่งที่ มูรินโญ่ มีคือเรื่องของจิตวิทยา สามารถปลุกเร้าให้นักเตะมีพลังฮึดพร้อมสู้เพื่อทีมได้เสมอ
มาแรกๆทุกอย่างราบรื่นดี ผู้เล่นที่เคยประสบปัญหาทั้งอาการบาดเจ็บและส่วนตัวอย่าง เดลี่ อัลลี่ ถูกกระตุ้นรีดศักยภาพกลับมาฟอร์มดีได้อีกรอบ
อย่างไรก็ตามผลงานของไก่เดือยทองสวิงไปมา หาความแน่นอนไม่ได้เลย คล้ายรถไฟเหาะตีลังกาไม่มีผิด
ชนะสลับกับแพ้ไปเรื่อยๆ แถมรูปเกมน่าเบื่อในความรู้สึกกองเชียร์ สปีดช้าเกินไป ผิดไปจากยุค โปเช็ตติโน่ อย่างแท้จริง
นอกจากนั้นยังโดนแอร์เบ ไลป์ซิกเขี่ยตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ปรายชัยไปกลับรวมสองเลกถึง 4-0
ไหนจะไปไม่รอดในเอฟเอ คัพเจอนอริช ซิตี้น็อกร่วง หลังเสมอกันใน 120 นาทีแล้วยิงจุดโทษกันไม่ดีเอง
ในขณะที่การลุ้นท็อปโฟร์ในลีกก็ดูยากลำบากขึ้นเรื่อยๆ ผลงานไร้มาตรฐานแพ้ชนะได้เกือบทุกทีม
ช่วงอาการน่าเป็นห่วงสุดๆคือก่อนเบรกหนีไวรัสโควิด-19 ชั่วคราว ควานหาชัยไม่เจอมา 6 นัดและแพ้ถึง 4 ด้วยกัน เรียกว่าร่อแร่เต็มทน
แฟนบอลกระสับกระส่ายไม่สบายใจ สถานการณ์มีแต่แย่ลงเรื่อยๆ ตลาดเดือนมกราคมได้ สตีเว่น เบิร์กไวจ์น มาเสริมด้วยค่าตัวเกือบ 30 ล้านปอนด์ ก็ยังไม่ได้ช่วยอะไรมาก
แถม มูรินโญ่ ยังบอกอีกว่านี่ไม่ใช่นักเตะอ็อปชั่นแรกที่อยากได้เลย พูดอย่างนี้เท่ากับว่าส่งสัญญาณไปถึง เลวี่ ซีอีโอที่เป็นคนจัดการดีลทั้งหมด
ต้องไม่ลืมว่าหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ มูรินโญ่ ประสบความสำเร็จในช่วงที่ผ่านๆมาคือการซื้อผู้เล่นตามที่ตัวเองต้องการ ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับการตอบสนองเสมอ
แต่สเปอร์สเองไม่อยู่ในสถานะที่จะใช้เงินได้มากมายนัก สนามแห่งใหม่ก็เสร็จล่าช้ากว่ากำหนด รายได้หายไปไม่น้อย เพราะต้องไปเช่าเวมบลีย์จ่ายนัดละเกือบล้านปอนด์
ขณะเดียวกันบอร์ดพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเก็บแข้งหลักเอาไว้ จึงไม่มีงบสำหรับให้ มูรินโญ่ ลงตลาดมากนัก
เมื่อผลงานเริ่มเหลว เสียงของยิด อาร์มี่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ อยากให้ไปถึงหู เลวี่ เพื่อจะได้รับรู้ความต้องการ
เพราะช่วงนั้นไม่ใช่แค่ผลงานในสนามที่มีปัญหา ออกข้างนอกก็หนักหนาพอกัน มีข่าวว่าแคมป์ไก่เดือยทองเต็มไปด้วยความตึงเครียด มูรินโญ่ หัวเสียหงุดหงิดอยู่ตลอดเวลา แทบจะหารอยยิ้มไม่เจอ
นักเตะบางคนโดนตำหนิผ่านสื่อ หนักกว่าใครคือ ตองกีย์ เอ็นดอมเบเล่ กองกลางค่าตัวแพงสถิติของสโมสร จนบรรยากาศเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ
ยาน แฟร์ต็องเก้น เองก็มีปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บเล่นงาน อีกทั้งการเจรจาขยายสัญญาไม่ลงตัว จนเป็นอีกคนที่ มูรินโญ่ รู้สึกไม่ค่อยพอใจมาก บางครั้งจับดร็อปเลยก็มี
มูรินโญ่ พยายามหาทางออกด้วยการใช้ดาวรุ่งช่วย แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย ทรัพยากรจากอะคาเดมี่ไม่ได้สนับสนุนสักเท่าไร
แต่สำหรับ เลวี่ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะให้สเปอร์สใช้ผู้จัดการทีม 3 คนภายในฤดูกาลเดียว
และยังคงเชื่อในฝีมือ มูรินโญ่ จะนำทีมฝ่าขวากหนามสองข้างทางได้
------------------
คำตอบของ เลวี่ หากมีการถามถึงเหตุผลว่าทำไมถึงเลือก มูรินโญ่?
เขาจะใช้คำว่า "เป็นการทำเพื่อระยะยาว" สื่อให้เห็นว่าอนาคตอันยิ่งใหญ่กำลังรอสเปอร์สอยู่ข้างหน้า
เพียงแต่แฟนบอลไม่หลงเชื่อตามไปด้วย ต่างยังมอง มูรินโญ่ ด้วยความคลางแคลง โอกาสที่สเปอร์สจะกลับมาได้เห็นเป็นภาพเบลอ
แทบทุกคนหัวเสียเมื่อนึกย้อนไปถึง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ แม้ผลงานจะหล่นไปบ้าง แต่ไม่ควรใจร้อนรีบปลด กว่าจะมาสร้างรากฐานของทีมให้แข็งแกร่งจนเป็นทีมแถวหน้าอย่างทุกวันนี้ ต้องทำงานหนัก อดทนกันมาพักใหญ่
ต่างจากในมุมของ เลวี่ ที่เล็งเห็นว่าควรจะต้องปรับเปลี่ยนได้แล้ว สเปอร์สต้องการความสำเร็จเป็นรูปธรรม ไม่ใช่จบแค่รองแชมป์หรือได้รับคำชื่นชม ตรงนั้นไม่อาจเพิ่มมูลค่าได้เลย
แต่ช่วงที่พักหนีไวรัสนั้น กลายเป็นประโยชน์กับ มูรินโญ่ ที่ใช้เวลาดังกล่าวเตรียมพร้อมทำการบ้านอย่างดี ก่อนจะมารีสตาร์ต
เริ่มด้วยการเสมอกับแมนฯยูไนเต็ด จากนั้นอีก 8 นัดที่เหลือเก็บชัยชนะไปถึง 5 ด้วยกัน พ่ายแค่เกมเดียวให้กับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด
จำได้ว่าหลังเกมที่โดนดาบคู่ฟันยับ มูรินโญ่ อารมณ์บูดมากๆ หน้าตาหงิกไม่พร้อมคุยกับใครทั้งสิ้น หนีการสัมภาษณ์ทางออนไลน์ดื้อๆ ท่ามกลางความงุนงงของนักข่าวกลุ่มใหญ่
จากนั้นพวกสื่อก็ถล่มเละ ลากไปไกลถึงขั้นวิกฤตและบางสำนักย้ำด้วยว่าน่าจะหมดเวลาของเขาแล้ว นี่ไม่ใช่คนที่เหมาะกับสเปอร์ส
แต่แล้วอีก 6 นัดที่เหลือ พวกเขาไม่แพ้เลย ไล่เก็บชัยชนะอย่างสะใจถึง 4 ด้วยกัน ก่อนจบด้วยอันดับ 6 การันตีได้ไปเล่นยูโรปาลีกเรียบร้อย โดยเฉือนวูล์ฟแฮมป์ตันด้วยประตูได้เสียเท่านั้น
เดลี่ เมล์เลือก เลวี่ เป็นหนึ่งในผู้ชนะประจำฤดูกาลนี้ เพราะคำพูดที่แฟนบอลสเปอร์สส่วนใหญ่ไม่เคยเชื่อ เริ่มเห็นแววชัดมากกว่าเดิม
มูรินโญ่ เองเคยแสดงให้เห็นหลายครั้งแล้วว่า สามารถนำนาวาฝ่าสถานการณ์ที่คับขันได้สำเร็จ ยังไงก็ต้องให้เครดิตด้วย
เงื่อนปมอยู่ที่ "ระยะยาว" จะเป็นจริงหรือเปล่า แต่เชื่อว่าคงต้องใช้งบไม่น้อยเพื่อเสริมผู้เล่นตามแนวทางของกุนซือโปรตุกีส
แล้วประวัติศาสตร์บ่งชัดเลยว่า มูรินโญ่ ไม่เคยคุมทีมไหนมากกว่า 3 ฤดูกาล ยกเว้นครั้งแรกกับเชลซีที่เลยมาไม่กี่เดือน
จะคาดหวังระยะยาวกับ มูรินโญ่ ได้มากแค่ไหนกัน



ไก่เดือยทอง จะหวังกับ มูรินโญ่ ได้ยาวแค่ไหน เราก็คงต้องรอดูต่อไป แต่หากใครใจร้อนและไม่ชอบรอนาน  ลองพิจารณา Sbobet777 ดูสิครับ รับรองว่าชื่อนี้การันตีความสำเร็จและมั่งคั่งแบบรวดเร็วทันใจ ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbt หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment