breadcrumb symbol ข่าว

[ #อาถรรพ์สีน้ำเงิน ]

อัพเดตเมื่อ : July 31, 2020 1:15am โดย : admin

แชมป์เมเจอร์ครั้งล่าสุดของเอฟเวอร์ตัน ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 25 ปีก่อน
พวกเขาครองเอฟเอคัพด้วยการเชือดแมนฯยูไนเต็ดทีมแกร่งสุดในยุคกลางทศวรรษ 90 ได้หวุดหวิด 1-0 จากลูกโขกของ พอล ไรด์เอาท์ หัวหอกคนสำคัญ
ตอนนั้นเอฟเวอร์โตเนี่ยนทั้งหลายต่างฝันหวานว่ามีโอกาสจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง เหมือนกลางทศวรรษ 80 ที่คว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 เดิมหรือเทียบเท่าพรีเมียร์ลีกมา 2 สมัย เอฟเอ คัพ 1 สมัยและคัพ วินเนอร์ส คัพถ้วยรองยุโรปในช่วงนั้นอีก 1 สมัย
ช่วงดังกล่าวทอฟฟี่สีน้ำเงินอัพเลเวลขึ้นมาอยู่ในระนาบเดียวกับลิเวอร์พูล เป็นยุคเฟื่องฟูของเมอร์ซี่ย์ ไซด์ที่แย่งกันเป็นใหญ่ในลีกสูงสุด
น่าเสียดายตรงที่เอฟเวอร์ตันไม่มีโอกาสไปแผลงฤทธิ์ในยูโรเปี้ยน คัพ ทั้งที่คว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 เพราะติดร่างแหเดอะ ค็อปบางส่วนก่อเหตุวิวาทที่เฮย์เซล สเตเดี้ยม จนมีผู้สังเวยชีวิต 39 คนเมื่อปี 1985 ในเกมนัดชิงยูโรเปี้ยน คัพกับยูเวนตุส

ตอนแรกฟีฟ่ากับยูฟ่าสององค์ใหญ่เตรียมพร้อมลงดาบอย่างหนักกับทางหงส์แดงที่แฟนบอลเป็นตัวต้นเหตุ ถูกจับกุมถึง 14 คน
คาดว่าจะแบนห้ามร่วมโม่แข้งในเกมยุโรประยะยาว อย่างไรก็ตามสมาคมฟุตบอลอังกฤษหรือเอฟเอ แสดงความรับผิดชอบชิงลงโทษแบนสโมสรจากอังกฤษห้ามยุ่งเกี่ยว 5 ปี ส่วนลิเวอร์พูลหนักกว่าใครรับไป 6
เอฟเวอร์ตันที่ได้แชมป์ลีกถึง 2 ครั้งช่วงคาบเกี่ยวนั้นเลยตกบันไดพลอยโจน ซึ่งเชื่อกันว่าหากได้ลงชิงชัยถ้วยใหญ่ยุโรปหรือยูโรเปี้ยน คัพอาจลุ้นถึงแชมป์
เพราะขุนพลทอฟฟี่ขบวนนั้นแกร่งทั่วแผ่นเหลือเกิน ใครที่เป็นแฟนบอลเจนกลางค่อนไปทางเก่า น่าจะยังพอรื้อฟื้นความทรงจำกันได้ดี
ปีเตอร์ รีด , แกรม ชาร์ป , เควิน ชิดี้ , เควิน แรทคลิฟฟ์ , เนวิลล์ เซาธอลล์ , เดฟ วัตสัน , แพท แวน เดน ฮาว , เทรเวอร์ สตีเว่น , แกรี่ สตีเว่นส์ พอล เบรซเวลล์ , ดีเร็ค เมาท์ฟิลด์ , เอเดรียน ฮีธ , เอียน สโนดิน และ นีล พอยตัน

ภายใต้การนำทัพของ โฮเวิร์ด เคนดัลล์ เป็นช่วงเวลาที่กองเชียร์น้ำเงินแห่งเมืองลิเวอร์พูลมีความสุขมากที่สุด แม้จะเคียดแค้นชิงชังศัตรูร่วมเมืองที่เป็นต้นเหตุอดเข้าร่วมยูโรเปี้ยน คัพก็ตาม
มันไม่ได้เป็นตราบาปของลิเวอร์พูล แต่คือตราบาปของเอฟเวอร์ตัน -- นี่คือประโยคที่เอฟเวอร์โตเนี่ยนกล่าวเอาไว้
อย่างไรก็ตามเมื่อแข้งชุดนั้นเริ่มโรยรา เอฟเวอร์ตันปรับตัวไม่ทันในหลายเรื่อง จึงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
จากที่เคยยิ่งใหญ่ไร้เทียมทานยึดหัวหาดลุ้นแชมป์ ก็ค่อยๆดิ่งลงตามลำดับ ซีซั่น 1987/88 จบแค่อันดับ 4 ตามด้วยอันดับ 8 , 6 , 9 , 12 และ 13
หนักหนาสาหัสสุดคือฤดูกาล 1993/94 จวนเจียนตกชั้นอยู่แล้ว อาการร่อแร่อย่างมาก ฟอร์มห่วยไม่เหลือราคา กระทั่งต้องมาลุ้นจนนัดสุดท้ายที่ต้อนรับการมาเยือนของวิมเบิลดัน
ก่อนเชือดระทึก 3-2 ได้ประตูชัยแห่งชีวิตในช่วงท้ายเกม ท่ามกลางเสียงครหานินทาว่ามีงานเกิดขึ้น
แต่เอฟเวอร์โตเนี่ยนไม่สน หลังสิ้นเสียงนกหวีดยาววันนั้นทะลักกันลงมาฉลองเต็มกูดิสัน พาร์คไปหมด ยิ่งกว่าตอนได้แชมป์ด้วยซ้ำ
มันเป็นฤดูกาลที่น่าเศร้ามากๆ ถ้ามองจากผลงาน แต่สุดท้ายพวกเขาก็ยังมีความสุขได้
แต่แฮปปี้ไม่นานนักก็ต้องอมทุกข์ ยอมรับกับความจริงที่เกิดขึ้น
ทอฟฟี่สีน้ำเงินที่เคยเกรียงไกร ไม่เหลือคราบไคลในวันเก่าๆอีกเลย เพราะฤดูกาลถัดมาก็ยังต้องหมิ่นแหม่อยู่ท้ายตาราง ก่อนเอาตัวรอดได้อันดับ 15
ซีซั่นต่อมา 1995/96 การคว้าตัว อังเดร แคนเชลสกี้ มาจากแมนฯยูไนเต็ด ช่วยเสริมพลังรุกให้อันตรายกว่าเดิมมาก ดีดขึ้นมาจนอยู่ครึ่งบนตาราง แค่ที่ 6 กองเชียร์เนื้อเต้นกันถ้วนหน้า

พวกเขาจินตนาการไว้ว่าจะต้องเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญนำไปสู่ความสำเร็จในอนาคต แต่อดีตอันเลวร้ายตามมาหลอกหลอนอีกแล้ว
ฤดูกาล 1996/97 กลับจมอยู่ในช่วงท้ายตาราง ดิ้นรนจนได้ที่ 15 แล้วก็เปลี่ยนสถานะกลายเป็นทีมครึ่งล่างอย่างเต็มตัว ไม่ได้แอ้มหรือแม้กระทั่งส่องประกายความหวังทำอันดับไปเล่นฟุตบอลยุโรปเลย
จาก 15 มาเป็น 17 , 14 , 13 , 16 , 15 เรียกว่ามันเลวร้ายมากๆ แม้ลิเวอร์พูลเพื่อนร่วมเมืองจะเริ่มตกต่ำแล้วเช่นกัน แต่ก็ยังเหนือกว่าไม่ได้ต้องเหนื่อยลิ้นห้อยกับการหนีตาย
การมาของ เดวิด มอยส์ ในปี 2002 ช่วยยกระดับให้ดีขึ้นมาทันตาเห็น เปลี่ยนมาจบที่ 7 แม้อีกฤดูกาลจะคว้า 17 แต่ก็ไม่ได้ต้องระทึกจนนัดสุดท้าย

พอเริ่มตั้งลำได้ มอยส์ ก็ค่อยนำแนวทางแบฉบับตัวเองมาบริหารจัดการ ฤดูกาล 2004/05 ออกแรงเต็มที่เข็นทอฟฟี่จบที่ 4 ได้ไปเล่นยู่ฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกสำเร็จ แม้จะหยุดเส้นทางแค่รอบคัดเลือกก็ตาม
ด้วยงบประมาณที่จำกัดจำเขี่ย มอยส์ ต้องหาวิธีการเพื่อพยุงสถานะของทีมให้ดีที่สุด และทำได้อย่างน่าพอใจ จนสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับแฟนบอลอีก
แม้จะไม่ได้สัมผัสแชมป์เลย แต่ซีซั่น 2006/07 เป็นต้นมาจนถึง 2013/14 ไม่เคยจบต่ำกว่าอันดับ 8
กระนั้นการอำลาของ มอยส์ ในซัมเมอร์ 2013 ก็ส่งผลกระทบไม่ใช่น้อย เอฟเวอร์ตันต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างแนวทางการทำทีมกันใหม่
งบประมาณอาจมากขึ้นและไม่ต้องเผชิญวิบากกรรมหนีตาย แต่ขาดความสม่ำเสมอ ยิ่งเมื่อหมดยุคของ โรแบร์โต้ มาร์ตีเนซ ด้วยแล้ว ดูเหมือนจะจับต้นชนปลายไม่ถูก
พอเริ่มมีเงินจ่ายคล่องมือ ซื้อแข้งมีระดับมาเสริมได้ แต่การขาดผู้จัดการทีมคุณภาพ ทำให้โอกาสไปเล่นฟุตบอลยุโรปยังยากเช่นเดิม
การคว้าอันดับ 7 หรือ 8 ไม่ได้สร้างความปลาบปลื้มเลย ยิ่งได้ ฟารัด โมชิรี่ มหาเศรษฐีลูกครึ่งบริติช-อิหร่าน ซึ่งมีทุนไม่น้อยมาเทคโอเวอร์ในปี 2016 ควรจะทำได้ดีกว่านี้
กระทั่งได้ คาร์โล อันเชล็อตติ มาเมื่อธันวาคมปีก่อน ความหวังเอฟเวอร์โตเนี่ยนจึงเรืองรองมากยิ่งขึ้น

นี่คือผู้จัดการทีมระดับโลกที่ประสบความสำเร็จมาหมดแล้ว กวาดแชมป์ลีกใหญ่มาหมด ไม่ว่าจะเป็นกัลโช่ เซเรีย อา , พรีเมียร์ลีกหรือลีกเอิง รวมไปถึงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
อีกทั้งมันชัดเจนเลยว่าคราวนี้ท่านเจ้าของ "เอาจริง" แล้ว
--------------
ซีซั่นนี้จบลงพร้อมอันดับ 12 บนตารางพรีเมียร์ลีกของเอฟเวอร์ตัน
ความคาดหวังจากอันเช่ต้องพังครืนไม่เป็นท่า ไม่มีแม้จะเฉียดกรายเข้าใกล้โอกาสได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรป
21 นัดในทุกรายการของ อันเช่ คว้าชัยไปแค่ 8 และปราชัยถึง 7 เปอร์เซนต์ชนะแค่ 38 ถือว่าน้อยมากๆ
อย่างไรก็ตามพอจะเข้าใจได้ในระดับหนึ่งว่า อันเช่ เข้ามาช่วงกลางซีซั่น ไม่ได้มีทีมของตัวเองอย่างที่ต้องการ ตลาดมกราคมก็ปรับอะไรไม่ได้มาก ฉะนั้นต้องให้เวลาพิสูจน์อีก
ข้อจำกัดของผู้เล่นในเรื่องคุณภาพคือสิ่งสำคัญ ต้องยอมรับว่ามีเพียง ริชาร์ลิซอน เท่านั้นที่ได้มาตรฐาน

แต่นักเตะเพียงคนเดียวไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้นัก เพราะฟุตบอลเล่น 11 คน
เอฟเวอร์โตเนี่ยนต่างผิดหวังจากที่วาดฝันไว้สวยหรู แน่นอนว่า อันเช่ ก็ผิดหวังไม่น้อยไปกว่ากันเลย
อย่างไรก็ตามจากคำสัมภาษณ์ล่าสุด เขายืนยันแล้วว่าซีซั่นหน้าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในขุมกำลัง การผ่าตัดใหญ่จะเกิดขึ้น อีกทั้งเตรียมเปิดอกคุยกับ ริชาร์ลิซอน เรื่องอนาคต
เขาต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับแข้งสำคัญ อย่างน้อยบารมีและความสำเร็จในอดีตก็ยังพอมีเครดิตอยู่บ้าง
ว่าไปแล้วตลาดหน้าร้อนนี้น่าจับตามองทอฟฟี่สีน้ำเงินมากๆ ในเมื่อมีกุนซือที่ชื่อ อันเชล็อตติ และงบประมาณก้อนโต การดึงผู้เล่นมีคลาสไม่น่าจะใช่เรื่องยาก
แต่หากซีซั่นหน้าที่กำลังจะมาถึงในเดือนกันยายนยังเหลวอีก เอฟเวอร์โตเนี่ยนคงมืดแปดด้านว่าจะต้องทำอย่างไรดีเพื่อจะได้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

ผู้จัดการทีมระดับโลก พร้อมงบก้อนใหญ่ยังช่วยไม่ได้เลย
น่าสนใจเหมือนกันว่าฤดูกาลหน้าเอฟเวอร์ตัน จะประสบความสำเร็จมากแค่ไหน แต่หากใครอยากลงทุนแบบคุ้มค่าและไร้ปัญหาตามมา ลองพิจารณา Sbobet777 ดูสิครับ รับรองว่าชื่อนี้การันตีความสำเร็จและมั่งคั่ง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbt หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------

 

Facebook Comment