breadcrumb symbol ข่าว

[ #คนสูงวัยหัวใจเด็กหนุ่ม ]

อัพเดตเมื่อ : August 01, 2020 4:44am โดย : admin

พรีเมียร์ฤดูกาล 2004/05 จบลงพร้อมความตึงเครียดจู่โจม เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
แมนฯยูไนเต็ดได้แค่อันดับ 3 เก็บไป 77 ซึ่งไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก แต่เมื่อดูแชมป์คือเชลซีที่กวาดไปถึง 95 คะแนนและแพ้เพียงแค่ 1 นัดตลอดซีซั่น เข้าใจได้ทันทีเลยว่าโดนทิ้งห่างไปแล้วหนึ่งก้าว
"หนึ่งก้าว" ในความหมายของฟุตบอล ไม่ใช่ใกล้เคียง แต่มันห่างไกลพอสมควร แค่ครึ่งก้าวยังไล่ลำบากเลยด้วยซ้ำ
เฟอร์กี้ จึงต้องพยายามหาวิธีลดช่องว่างแคบลงให้ได้ หากปล่อยไว้นานวันเข้าโอกาสจะได้หวนคืนสู่บัลลังก์คงยากลำบากมากๆ
สิ่งแรกที่ยอดกุนซือสก๊อตติชมองเห็นคือสภาพร่างกายและความฟิตของลูกทีมเป็นรองนักเตะเชลซีชัดเจนมากๆ
ต้องยอมรับว่า โชเซ่ มูรินโญ่ เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมพร้อมเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ต่างไปจากตอน เคลาดิโอ รานิเอรี่ ยังนั่งเก้าอี้
นอกเหนือไปจากแท็คติกที่แยบยลซับซ้อนแบบผิดไปจากธรรมชาติ ยึดเกมรับเป็นแก่นไม่น้อยไปกว่าเกมรุกแล้ว วิทยาศาสตร์การกีฬาแบบภาคพื้นยุโรปที่พัฒนายังถูกนำมาช่วยเหลือ
เฟอร์กี้ ยอมรับความจริงว่าขยับตัวช้าเกิน ประเมิน มูรินโญ่ ต่ำไปหน่อย แม้จะเคยดวลกันมาในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อตอนกุนซือจอมเครียดคุมปอร์โต้ แต่ไม่คิดว่าจะเก่งขนาดนี้
เมื่อยอมรับคู่ต่อสู้เรียบร้อย สิ่งที่ต้องแก้ไขในขั้นตอนต่อไปคือส่องกระจกดูตัวเอง
ไม่ใช่เป็นการดูเฉยๆ แต่ดูว่ามีอะไรที่ต้องปรับปรุงบ้าง ก่อนจะรู้ว่าเยอะมากๆ จนต้องถอยกลับมาตั้งหลักๆ ค่อยวางแพลนทีละสเต็ป จะรีบร้อนเปลี่ยนแปลงไม่ได้ อาจทำให้สถานการณ์ทรุดลงกว่าเดิม
เริ่มจากเปลี่ยนวิธีการซ้อม ต้องเอาให้เข้มข้นขึ้นและสอดคล้องไปกับเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา เพื่อป้องกันปัญหาอาการบาดเจ็บได้ดีกว่าเดิมด้วย
นักเตะหลายต่อหลายอาจไม่ชอบใจเกี่ยวกับการซ้อมหนักนัก แต่ เฟอร์กี้ เชื่อว่าจะเข้าใจได้ถึงสถานการณ์ในเวลาดังกล่าว ถ้าคุณเป็นผู้เล่นแมนฯยูไนเต็ดจะไร้ความกระหายไม่ได้ ต้องตื่นตัวเพื่อเป็นผู้ชนะอยู่ตลอดเวลา
ถัดมาคือโปรแกรมปรีซีซั่นก็ต้องผ่าตัดเช่นเดียวกัน
ปกติแล้วเกมอุ่นเครื่องเตรียมความพร้อม แมนฯยูไนเต็ดมักจะเลือกคู่แข่งที่อ่อนกว่ามาดวลด้วย เหตุผลมาจาก 2 ข้อด้วยกัน หนึ่งเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บน้อย สองเรียกความมั่นใจได้เต็มเปี่ยมก่อนเจอของจริง
แต่มันก็มีข้อเสียอย่างร้ายกาจตรงที่ไม่ได้เจอทีมแข็งๆมาก่อน แล้วพอซีซั่นรูดม่านเปิดมาเจอประเภทแกร่งมากๆ ก็ยากที่จะรับมือได้
ดังนั้นที่เคยตระเวนเตะหาเงินหรือเอาใจสปอนเซอร์ก็ต้องลดลง เปลี่ยนไปนัดหวดกับทีมในคลาสเดียวกัน
เฟอร์กี้ ทำใจไว้ส่วนหนึ่งแล้วว่าคงยากที่จะโค่นเชลซีได้สำเร็จ เพราะยังอยู่ในช่วงที่พีก มีกุนซือและทีมสต๊าฟฟ์ที่ยอดเยี่ยม แถมงบประมาณเสริมนักเตะก็เพียบอีกต่างหาก
แค่ลดช่องว่างลงจากเดิมให้ได้ ถือว่าสำเร็จในระดับน่าพอใจแล้ว
เป็นไปตามคาดฤดูกาล 2005/06 เชลซียังเกรียงไกรไร้เทียมทาน จบด้วยการป้องกันแชมป์สำเร็จ อีกทั้งเก็บไป 91 คะแนน ลดลงจากเดิมไป 5 ไม่ได้ต่ำกว่าจากมาตรฐานมากนัก
ส่วนปีศาจแดงเข้าป้ายรองแชมป์ ชนะถึง 25 นัดและแพ้ไปแค่ 5 คว้าไป 83 แต้ม ถ้าเป็นปกติน่าจะได้ฉลองแล้ว
แต่เพราะ มูรินโญ่ ทำให้เกิดความผิดปกติขึ้นและมันบีบให้ เฟอร์กี้ ต้องพยายามคิดแผน แก้เกมต่างๆอยู่ตลอดเวลา
อย่างไรก็ตามแต้มที่ตามหลังเหลือเพียงแค่ 8 สะท้อนถึงพัฒนาการผู้เล่นแมนฯยูไนเต็ดได้อย่างดี เป็นการชี้ให้เห็นว่ามาถูกทางแล้ว
ฤดูกาลหน้าถึงเวลาที่จะได้คืนสู่บัลลังก์แล้ว
ซีซั่น 2005/06 เชลซีเริ่มแผ่วลง บรรยากาศในทีมเริ่มมาคุ ความสัมพันธ์ระหว่าง โรมัน อบราโมวิช เจ้าของสโมสรกับ มูรินโญ่ ไม่ราบรื่นเหมือนวันก่อน
ส่วน เฟอร์กี้ เรียนรู้บางอย่าง สรุปบทเรียนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง นำความผิดพลาดมาเป็นอาจารย์ จากนั้นก็มุ่งหน้าสู่เป้าหมายที่วางไว้
ฤดูกาล 2006/07 ปีศาจแดงโฉมใหม่บดขยี้กับสิงห์น้ำเงินอย่างเข้มข้นถึงพริกถึงขิงยิ่งนัก ก่อนความพร้อมอย่างเต็มพิกัดจะผลักดันจนกลับมาครองแชมป์ลีกได้อีก
ทีมของเฟอร์กี้ทำไปได้ถึง 89 คะแนน ทิ้งห่างเชลซีซึ่งตามมาอันดับ 2 ถึง 6 แต้มด้วยกัน ประกาศศักดาสำเร็จ พร้อมทั้งไม่ปล่อยให้เชลซีได้ใจมาผูกขาดง่ายๆ
นี่คือหนึ่งในแนวทางจัดการบริหารของ เฟอร์กี้ อาจต้องใช้ทั้งเวลาและความอดทน
เหนืออื่นใดคือนำความผิดพลาดที่เคยได้รับ มาเป็นบทเรียนขับเคลื่อนนั่นเอง
-----------
ความแค้นคืออีกสิ่งที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นำมาใช้ให้เป็นประโยชน์
เขาไม่ได้ปล่อยให้แค้นสุมใจเป็นไฟร้อนรุ่มอยู่อย่างนั้น แต่คิดหาทุกวิถีทางเพื่อสะสางให้เรียบร้อย
ในฤดูกาล 2010/11 แมนฯยูไนเต็ดไปเยือนเวสต์แฮมในเกมลีกคัพ เฟอร์กี้ ไม่ได้เน้นอะไรนักกับรายการนี้ จึงส่งสำรองกับพวกดาวรุ่งเล่นเป็นส่วนใหญ่
ขุนค้อนจึงได้เปรียบและได้ใจ ไล่ทุบไล่ตอนอย่างสนุกเท้า ระหว่างที่นำอยู่ 4-0 เกมผ่าน 20 นาทีสุดท้ายได้ไม่เท่าไร เฟอร์กี้ เลยเปลี่ยนให้นักเตะบางคนไปเคาะสนิมบ้าง
จอนนี่ อีแวนส์ ที่ดูอ่อนล้าและเผยให้เห็นความผิดพลาดเกือบตลอดกำลังถูกถอดออก เวส บราวน์ รออยู่ที่ข้างสนามรอลงไปโม่แทนบ้าง
สต๊าฟฟ์โค้ชของเวสต์แฮมคนหนึ่งทำตัวไม่เหมาะสมนัก พูดสวนขึ้นมา "คิดว่าลงไปแล้วจะแก้ไขอะไรได้หรือ?" นั่นทำให้ เฟอร์กี้ เดือดมากๆ
ไม่ใช่แค่นั้นขากลับเตรียมจะขึ้นรถโค้ช กองเชียร์ขุนค้อนบางคนยังตะโกนด่าอย่างไม่สุภาพ ไม่รวมพวกที่เยาะเย้ยตอบสนองความสะใจ
เฟอร์กี้ เลยตอกกลับนิ่มๆว่า "ไว้ฉันจะกลับมาใหม่ในเดือนเมษายน พร้อมทั้งถีบพวกแกตกชั้น"
เมษายน 2011 เวลาที่รอคอยเดินทางมาถึง แมนฯยูไนเต็ดกลับมายังอัพตัน พาร์คอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นเกมพรีเมียร์ลีก
สถานการณ์ของทั้งสองทีมแตกต่างกันสุดลิ่ม อาคันตุกะกำลังคั่วแชมป์อีกครั้ง ผิดกับทางเจ้าบ้านต้องกระเสือกกระสนหนีตกชั้น
อย่างไรก็ตามช่วงต้นเกม เกิดเหตุการณ์คาดไม่ถึง มาร์ค โนเบิ้ล ห้องเครื่องขุนค้อนทำคนเดียว 2 ประตู ฉีกนำ 2-0 ตั้งแต่ 25 นาทีแรก
หลังจากนั้นยังคงเล่นได้ดีมากๆ และจบ 45 นาทียังรักษาระยะห่างในการนำได้เท่าเดิม กุมความได้เปรียบชัดเจน เสียงเชียร์กระหึ่มไม่พอ ยังมีร้องเพลงเยาะเย้ยมาจากแฟนบอลเจ้าบ้าน
นั่นทำให้ เฟอร์กี้ ยิ่งขุ่นเคือง รู้สึกว่าต้องปรับแท็คติกและแผนบางอย่าง จัดการดึง ปาทริช เอวร่า ที่กรอบเป็นข้าวเกรียบมาจากการรับใช้ทีมชาติฝรั่งเศสออก จากนั้นส่ง ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ "ชิชาริโต้" ลงไปเน้นรุกแทน
ก่อนจะสั่ง ไรอัน กิ๊กส ให้ถอยมาประจำการแบ็กซ้าย รูปเกมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากครึ่งแรก
แมนฯยูไนเต็ดกระหน่ำใส่อยู่ข้างเดียว เวย์น รูนี่ย์ ร้อนแรงมากๆ จัดการหุบปากกองเชียร์เจ้าถิ่นด้วยแฮตทริกสมบูรณ์แบบ ตามด้วย ชิชาริโต้ ปิดกล่องอย่างเด็ดขาดในช่วง 5 นาทีสุดท้าย
เฟอร์กี้ เดินออกจากสนามไปขึ้นรถโค้ชด้วยความสะใจ ไม่มีเสียงตะโกนด่าทอเหมือนครั้งก่อน แม้จะสงสารแฟนบอลบางคนที่เดินคอตกหมดอาลัย แต่ในวิถีมืออาชีพจำต้องเต็มสูบ
ที่สำคัญคือต้องพิสูจน์ให้คู่แข่งรับรู้ จะได้เข้าใจความเป็นจริง พร้อมเคารพให้เกียรติกันบ้าง
นั่นคือเกมที่มีความหมายกับเวสต์แฮมมากๆ และเมื่อไม่อาจเอาชนะได้ จึงต้องตกชั้นในท้ายที่สุด ในฐานะอันดับ 20 บนตาราง
ส่วนแมนฯยูไนเต็ดแตะเส้นชัยก่อนใคร ครองแชมป์อีกสมัยอย่างสวยงาม
แรงจูงใจมาจากความแค้นที่ต้องชำระบัญชี บวกด้วยการเปลี่ยนแผนการเล่นคือสูตรสำคัญนำไปสู่ความสำเร็จของ เฟอร์กี้
ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าจะอยู่นิ่งเฉย เพื่อให้คนข้างหลังมาวิ่งแซงไม่ได้เด็ดขาด จำเป็นต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลา พร้อมเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆเข้ามา
แม้ผมจะสีออกเทา หน้าตาเต็มไปด้วยริ้วรอยที่เพิ่มขึ้น แต่หัวใจของ เฟอร์กี้ คือเด็กหนุ่มที่หัวทันสมัยอยู่เสมอ
มันคือหนึ่งในเคล็ดลับแห่งความสำเร็จแท้จริง
ส่วนใครต้องการเว็บไซด์ที่แท้จริง ไม่ไก่กาต้องมานี่เลยกับ MYSBOBET ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment