breadcrumb symbol ข่าว

[ #ชะตากรรมของ "ชินจิ" ]

อัพเดตเมื่อ : October 14, 2020 2:17am โดย : admin

นักเตะญี่ปุ่นที่สร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการฟุตบอลยุโรปมากที่สุดคนหนึ่งคือ ชินจิ คางาวะ

ซัมเมอร์ 2010 คางาวะ ย้ายจากเซเรโซ่ โอซาก้ามายังโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ด้วยค่าตัวเพียง 350,000 ยูโร ท่ามกลางความแปลกใจของแฟนบอลเสือเหลือง

อย่างไรก็ตาม เจอร์เก้น คล็อปป์ เทรนเนอร์ดอร์ทมุนด์เวลานั้น จับตาดูฟอร์มการเล่นและพัฒนาการของ คางาวะ มาอย่างต่อเนื่อง จนเล็งเห็นว่าดีพอมาเล่นในบุนเดสลีกาได้

อีกทั้ง คางาวะ มีเงื่อนไขในสัญญาว่าถ้ามีทีมจากยุโรปยื่นข้อเสนอมาให้ เขาสามารถย้ายได้เลยในราคาที่ไม่ได้แพงเกินจริง

ดังนั้นดีลของ คางาวะ มาร่วมทัพเสือเหลือง จึงไม่มีปัญหาติดขัดอะไร รวมทั้ง คล็อปป์ พร้อมให้โอกาสอย่างเต็มที่อีกด้วย ไม่ได้คิดดึงมาสร้างมูลค่าหรือขยายฐานแฟนบอลเอเชียอย่างที่คิดกัน

23 สิงหาคม 2010 คางาวะ ได้ประเดิมสนามเป็นตัวจริงในเกมบุนเดสลีกา โชว์ผลงานได้น่าประทับใจ ก่อนจะค่อยๆไต่ระดับขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญแนวรุก

เขาสลับลงตัวจริงกับสำรอง รวมแล้ว 28 นัดทุกรายการ ทำไปทั้งสิ้น 12 ประตูกับอีก 2 แอสซิสต์

จำนวนประตูถือว่าน่าพอใจมาก เพราะโดยตำแหน่งไม่ได้เป็นกองหน้าตัวเป้า แต่เล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกหรือบางทีได้รับบทบาทเพลย์เมคเกอร์

คล็อปป์ มองเห็นศักยภาพของ คางาวะ และเชื่อว่ายังเค้นได้มากกว่านี้อีก เรื่องจังหวะเข้าทำปิดสกอร์คือจุดแข็ง แต่ยังต้องเพิ่มจำนวนแอสซิสต์ ป้อนให้เพื่อนสังหารด้วย

เพราะสกิลและพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม ย่อมสนับสนุนให้พีกได้อีก แม้เวลานั้น คางาวะ จะได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากก็ตาม

ฤดูกาล 2011/12 คางาวะ ที่ได้รับการเจียระไนจนเปล่งปลั่งมากยิ่งขึ้น ผลักดันตัวเองสู่การเป็นคีย์แมนดอร์ทมุนด์เต็มขั้น

จบซีซั่นด้วยผลงาน 17 ประตู 14 แอสซิสต์จากทั้งหมด 43 นัดที่ลงโม่แข้งในทุกรายการ ติดทีมยอดเยี่มของคิกเกอร์ , VDV (สมาคมนักเตะอาชีพเยอรมัน) และ EMS (European Sports Media)

มีชื่อเข้าชิงแข้งยอดเยี่ยมบุนเดสลีกาประจำฤดูกาล อีกทั้งคว้ารางวัลยอดผู้เล่นเอเชียอีกด้วย เรียกว่าร้อนแรงเกินห้ามใจ

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน โปรดปรานแข้งสไตล์นี้อยู่แล้ว ฉลาดเฉลียว เซนส์บอลเยี่ยม สร้างโอกาสนำไปสู่การได้ประตูได้ดี

ดังนั้นเลยทาบทามขอซื้อจากดอร์ทมุนด์ ก่อนดีลจะจบลงในวันที่ 5 มิถุนายน 2012 ค่าตัว 12 ล้านปอนด์บวกตามเงื่อนไขหรือแอดออนส์อีก 5 ล้านด้วยกัน ถือว่าสูงเอาเรื่องสำหรับนักเตะเอเชีย

เฟอร์กี้ ได้มีการพูดคุยกับดาวเตะซามูไรก่อนแล้ว เกี่ยวกับความคาดหวังและอนาคต โดยยืนยันว่าจะได้ลงเล่นแน่นอน แต่ต้องผ่านการพิสูจน์ตัวเอง เพราะฟุตบอลลีกอังกฤษ มีความแตกต่างจากเยอรมัน

บางครั้งอาจต้องนั่งสำรอง แต่เชื่อว่า คางาวะ จะสามารถปรับตัวได้ดี หลังผ่านประสบการณ์ในบุนเดสลีกา 2 ปีเต็มแล้ว

ซีซั่นแรกในสีเสื้อแมนฯยูไนเต็ด คางาวะ ทำผลงานได้น่าพอใจในระดับหนึ่ง น่าเสียดายตรงที่ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า ช่วงปลายเดือนตุลาคมจนต้องพักยาวกว่า 2 เดือนด้วยกัน

การขาดจังหวะที่ควรได้ลงเล่นต่อเนื่อง มันทำให้เกิดสะดุด อีกทั้งความเชื่อมั่นก็หดหายไปด้วย

อย่างไรก็ตาม 6 ประตู 6 แอสซิสต์ จาก 26 นัดทุกรายการ ไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก เพียงแต่ยังต้องรอพัฒนาให้ดีกว่านี้อีก

คางาวะ ได้รับเหรียญรางวัลแชมป์พรีเมียร์ลีกก็จริง แต่อนาคตของเขาต้องเต็มไปด้วยความคลุมเครือมากๆ เมื่อจู่ๆ เฟอร์กี้ ประกาศ รีไทร์จากผู้จัดการทีม จากเหตุผลเรื่องครอบครัว

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะต้องเกิดความสับสน เพราะหนึ่งในเหตุผลที่ตัดสินในย้ายมาแมนฯยูไนเต็ด คือความมั่นใจที่มีต่อผู้จัดการทีม

แล้วพอบอสไม่อยู่อีกต่อไป ความรู้สึกเคว้งต้องเกิดขึ้นเป็นธรรม ซึ่งเจ้านายเองได้เอ่ยปากขอโทษแล้ว ที่ต้องมาเจอกับเหตุการณ์อย่างนี้ แต่สถานการณ์มันบีบคั้นจนไม่อาจทำหน้าที่ต่อได้

เฟอร์กี้ รู้สึกผิดเหมือนนำนักเตะมาทิ้งขว้าง ทั้งที่มีความตั้งใจจะปลุกปั้น คางาวะ ให้เขย่าพรีเมียร์ลีก แต่ร่วมงานได้แค่ปีเดียวก็ต้องแยกทาง

แม้เขาจะปลอบ คางาวะ โดยแสดงความเชื่อมั่นว่า ภายใต้ผู้จัดการทีมคนใหม่ จะไม่เกิดปัญหาตามมาและน่าจะได้เล่นอย่างสม่ำเสมอ หลังผ่านฤดูกาลแรกได้โอเคในระดับหนึ่ง

แต่การมาของ เดวิด มอยส์ กลับตรงกันข้ามกับสิ่งที่ คางาวะ วาดเอาไว้อย่างสิ้นเชิง

แท็คติกของ มอยส์ ไม่ได้เอื้อหรือสนับสนุนสไตล์ดาวเตะญี่ปุ่นเลย เพราะเน้นการโจมตีทางริมเส้น แล้วครอสมาตรงกลางเพื่อเข้าทำ

ในขณะที่การเจาะเข้าไปจากตรงกลางมีเปอร์เซนต์น้อยมาก นั่นจึงทำให้ผลงานของ คางาวะ ดร็อปลงเรื่อยๆ จนเริ่มขาดความมั่นใจ

30 เกมทุกรายการไม่มีเลยสักประตู ทำได้เพียงแค่ 4 แอสซิสต์เท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานที่เคยโลว์ไว้ก่อนหน้านี้

จริงๆ คางาวะ อยากจะอยู่แมนฯยูไนเต็ดเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้ได้ แต่เมื่อสโมสรแต่งตั้ง หลุยส์ ฟานกัล มาเป็นผู้จัดการทีม มันก็ทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้นว่าจะเอาอย่างไรต่อไป

นอกจากทัศนคติที่ชอบเหยียดในเรื่องเชื้อชาติ สไตล์ของ คางาวะ ยังไม่ตอบโจทย์ ฟานกัล อีกต่างหาก ดังนั้นไม่มีเหตุผลต้องทู่ซี้อยู่ต่อไป

สิงหาคม 2014 เขารีเทิร์นดอร์ทมุนด์ด้วยค่าตัวราว 7 ล้านปอนด์ แมนฯยูไนเต็ดยอมขาดทุนครึ่งหนึ่ง เพราะเชื่อว่าเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร

และการตัดสินใจของ คางาวะ นับว่าถูกต้อง เมื่อกลับมาจัดจ้านอีกครั้ง ราวกับว่าถูกโฉลกกับดอร์ทมุนด์อย่างยิ่ง

6 ประตูกับอีก 10 แอสซิสต์ ย่อมรับประกันได้เป็นอย่างดี อีกทั้งชัดเจนแล้วว่าเขาเหมาะกับ คล็อปป์ อย่างมาก

กระทั่งซีซั่น 2015/16 คางาวะ เค้นผลงานเก่าเมื่อครั้งแจ้งเกิดกับดอร์ทมุนด์ใหม่ๆ แม้จะไม่มีบอสที่ชื่อ คล็อปป์ คอยช่วยเหลือสนับสนุน แต่การมาของ โธมัส ทูเคิ่ล ก็ช่วยต่อยอดได้อย่างดี เพราะแนวทางการทำทีมไม่ได้แตกต่างกันมากนัก

กองกลางเลือดบูชิโดปราศจากอาการบาดเจ็บได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่องทั้งซีซั่น 46 นัด จัดไปทั้งสิ้น 13 ประตู 13 แอสซิสต์ จนได้รับเลือกติดทีมยอดเยี่ยมบุนเดสลีกาอย่างสง่างาม

น่าเสียดายที่ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว คางาวะ กลับต้องเผชิญกับปัญหาอาการบาดเจ็บตลอดเวลา รักษาตรงนี้หายแล้ว ก็ต้องมาเดี้ยงตรงนั้นอีก วนไปอยู่อย่างนี้

ซีซั่น 2016/17 คางาวะ เจ็บไปทั้งสิ้น 5 ครั้งด้วยกัน โดยเฉพาะข้อเท้ากับหัวเข่าที่กลายเป็นจุดเปราะบางมากๆ กลายเป็นบาดเจ็บเรื้อรัง

ส่วนฤดูกาลถัดมาหนักกว่าเดิมเข้าไปอีก บาดเจ็บวนไปมาต้องพักยาวรวมแล้ว 6 เดือนจากทั้งหมด 4 ครั้ง

ฤดูกาล 2018/19 รับใช้เสือเหลืองแค่ 4 เกมเท่านั้น ก่อนถูกปล่อยให้เบชิคตัสยืมใช้งาน เปิดตัวอย่างสวยงามด้วยการซัลโวคนเดียว 2 ประตู แต่หลังจากนั้นก็ต้องมาวุ่นวายรักษาอาการบาดเจ็บเหมือนอย่างเคย คราวนี้นอกจากข้อเท้ากับหัวเข่าที่เคยรังควาน มีกล้ามเนื้อต้นขากับสะโพกมาเป็นสองอ็อปชั่นเสริมอีก

ซัมเมอร์ 2019 คางาวะ ตัดสินใจเซ็นสัญญา 2 ปีกับเรอัล ซาราโกซ่า คราวนี้อาการบาดเจ็บน้อยลง แต่จากปัญหาภายในสโมสร รวมทั้งเรื่องการเงินทำให้เขาโดนฉีกสัญญาเมื่อ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา

ตอนนี้ คางาวะ อยู่ในสถานะฟรีเอเจ้นต์ มีอิสระเต็มที่กับการหาต้นสังกัดใหม่ แต่ยังคงเคว้งเช่นเดิม เมื่อไม่อาจตกลงกับสโมสรไหนได้

ชื่อเสียงเก่าที่สั่งสมไว้ ยังพอขายได้อยู่แล้ว แต่ทุกทีมไม่กล้าเสี่ยงกับอาการบาดเจ็บ เพราะตามประวัติแล้วผ่านการรักษามาอย่างโชกโชน

นี่คืออีกหนึ่งนักเตะที่ไปไม่สุด ทั้งที่มีความสามารถและคุณสมบัติแทบครบถ้วน

แต่ในวัย 31 ปี คางาวะ ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ รอเพียงแค่โอกาสเหมาะสมที่จะยื่นมาให้อีกครั้งเท่านั้น

คากาวะ ยังคงรอโอกาสที่จะผ่านเข้ามาอีกครั้ง แต่หากใครอยากเจอโอกาสดีๆให้ MYSBOBET ช่วยคุณสิครับ รับรองว่าคุณลืมไม่ลงแน่นอน ที่นี้มีความสนุกพร้อมให้คุณเริ่มต้นแบบไม่ต้องรอตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

Facebook Comment