breadcrumb symbol ข่าว

[ #การกลับมาของกลางทศวรรษ80 ]

อัพเดตเมื่อ : October 16, 2020 10:12pm โดย : admin

ฤดูกาลที่แล้วเกิดความเหลื่อมล้ำอย่างมากที่เมอร์ซี่ย์ไซด์
ลิเวอร์พูลผงาดครองแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปีไม่พอ ยังโกยแต้มไป 99 ด้วยกัน ขาดอีกหนึ่งจะถึงร้อย ซึ่งนับว่ายอดเยี่ยมไร้เทียมทาน
ส่วนเพื่อนบ้านสีน้ำเงินแทบไม่อยู่ในสายตา เพราะเอฟเวอร์ตันจบอันดับ 12 ค่อนไปครึ่งล่างของตารางไม่พอ ยังเก็บไปได้แค่ 49 แต้มเท่านั้น
ห่างจากลิเวอร์พูล 50 คะแนน เกินเท่าตัวด้วยซ้ำ อย่างนี้เรียกว่าไม่เห็นฝุ่นยังน้อยเลย
แน่นอนว่าเอฟเวอร์โตเนี่ยนทั้งหลาย ผิดหวังกับผลงานอันน่ารันทด เช่นเดียวกับรู้สึกอับอายเดอะ ค็อป สีแดงในเมืองลิเวอร์พูลถึงเปล่งปลั่งส่องประกาย ท่ามกลางอนาคตข้างหน้าที่สดใส
ส่วนน้ำเงินเหมือนโดนราหูกลืนกิน ทั้งที่บอร์ดบริหารมุ่งมั่นตั้งใจจะเค้นให้ทีมกลับมาอยู่ในสารบบแถวหน้าของลีกสูงสุดเมืองผู้ดีอีกครั้ง
นึกถึงกลางทศวรรษ 80 ทีไรหัวใจพองโตเสมอ แต่นั่นมันผ่านมาเกิน 30 ปีไปแล้ว
นับตั้งแต่หมดยุค เดวิด มอยส์ ที่โยกไปคุมแมนฯยูไนเต็ดในปี 2013 ทิศทางของเอฟเวอร์ตันดูไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
มอยส์ คือผู้จัดการทีมที่ได้รับการยกย่อง ต่อให้ไม่มีความสำเร็จเป็นรูปธรรม แต่การนำทีมยืนหยัดอยู่ได้ ท่ามกลางกระแสเชี่ยวกรากของการใช้เงินอย่างมือเติบของอีกหลายสโมสร เกิดการเปรียบเทียบเห็นภาพชัดเจน
จากนั้นการเข้ามาทดแทนโดย โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ไม่ได้ย่ำแย่อะไรนัก แต่แนวทางต่างๆเกิดเปลี่ยนแปลงและกุนซือสแปนิชเองไม่คิดปักหลักระยะยาว
พอไม่มี มาร์ตี้ แล้วบอร์ดเอฟเวอร์ตันเพียรหาคนที่เหมาะสมมากุมบังเหียน ก่อนไปดึง โรนัลด์ คูมัน ผู้จัดการทีมบาร์เซโลน่าปัจจุบันนี่แหล่ะ
คำตอบยังไม่ถูกอยู่ดี คูมัน มีดีกรีชื่อชั้นที่น่าสนใจ ประสบความสำเร็จในการคุมอาแจ็กซ์ แต่สำหรับฟุตบอลอังกฤษแล้วโจทย์มันยากเกินกว่าจะแก้สมการที่ถูกต้อง
ต้องยอมรับว่ากุนซือดัตช์สับสน ผลงานไม่เป็นไปตามเป้า อย่างน้อยคือการกลับมายึดอันดับเลขตัวเดียว มีโอกาสโม่แข้งฟุตบอลยุโรป
58 นัดทุกรายการแพ้ไปถึง 20 นัด บ่งบอกอยู่แล้วว่าไม่ดีพอนั่งเก้าอี้ตัวนี้ ฉะนั้นจึงต้องทางใครทางมันนั่นเอง
แม้ซีซั่น 2016/17 จะคว้าที่ 7 มาครอบครองได้ก็เถอะ มันเหมือนเป็นเพียงภาพลวงตา ลึกลงไปแล้วยังไม่อาจแก้ไขปัญหาที่แท้จริงได้
เดวิด อันส์เวิร์ธ อดีตแบ็กซ้ายของทีมซึ่งคุมชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี โปรโมตมารักษาการณ์แทน หากแนวโน้มดีไปได้สวยอาจจะดันขึ้นมาเต็มตัวเลย เพราะเทรนด์ใช้พวกกุนซือรุ่นใหม่กำลังมาแรง
อย่างไรก็ตาม 8 นัดผ่านพ้นไปก็มากเกินพอ ชนิดไม่ต้องอุทธรณ์กันเลย เพราะชนะเพียงแค่ 2 เกม พ่ายไปถึง 5 ด้วยกัน เรียกว่าย่ำแย่ไม่มีวี่แววเลยจริงๆ
อันส์เวิร์ธ จึงต้องลงไปคุมยู-21 เหมือนเดิม เพื่อถอยให้ แซม อัลลาร์ไดซ์ เข้ามาสานงานต่อ
แต่หารู้ไม่การเลือก "บิ๊กแซม" เปรียบเหมือนถอยหลังเข้าคลองอย่างแท้จริง เดิมทีเอฟเวอร์โตเนี่ยนส่วนใหญ่ก็ร้องยี้ใส่ไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว
แนวทางการทำทีมหรือสไตล์ของกุนซือร่างยักษ์เป็นที่รู้กันว่า ไร้เสน่ห์ ตกขอบสมัยและไม่ใช่ผู้เปิดโลกฟุตบอลแบบใหม่ ขัดแย้งกับแผนระยะยาวของทีมที่จะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่
ถ้า อัลลาร์ไดซ์ ทำผลงานดีเรื่องนี้อาจจะเงียบลง แต่ทุกอย่างเป็นไปตามคาด ทอฟฟี่สีน้ำเงินได้อันดับ 8 เท่านั้น แถมผลงานชนะแพ้แทบไม่ห่างกัน นั่นหมายถึงทรงกับทรุดของจริง
ฤดูกาล 2018/19 เปิดทางให้ มาร์โก ซิลวา ซึ่งฉายแววตอนเป็นผู้จัดการทีมฮัลล์และวัตฟอร์ด ก่อนคำตอบจะไม่แตกต่างไปจากเดิมเลย
งบประมาณที่ถมลงไปให้เสริมทัพเหมือนสูญเปล่า ไม่ได้ผลตอบรับที่น่าพอใจกลับคืนมา
บอร์ดบริหารและทีมงานของเอฟเวอร์ตันจึงทุบโต๊ะเปรี้ยง ถึงเวลาที่ต้องจริงจังกันอีกครั้ง เอาชนิดแบบยอมจ่ายแลกกับความเสี่ยงที่น้อยลง
นั่นจึงได้เห็น คาร์โล อันเชล็อตติ เซอร์ไพรส์วงการมาเป็นกุนซือคนใหม่
มันอาจจะจริงตรงที่ว่าหากไม่ทุ่มเงินค่าจ้าง กุนซืออิตาเลี่ยนคงไม่ลดเกรดมารับงานนี้หรอก เพราะโปรไฟล์ต่างๆหรูหราเกินกว่าจะยอมลงมานั่งเก้าอี้ตัวนี้
แถมเป็นเก้าอี้ที่ดีกรีอุณหภูมิดีดขึ้นสูงอีกต่างหาก ไม่ใช่ชิลด์ๆสบายๆ แต่เต็มไปด้วยความกดดัน
ค่าจ้างที่เชื่อกันว่าถึง 15 ล้านปอนด์ต่อปี ถูกประเคนให้อย่างไม่รอช้า
บางคนเชื่อว่า อันเช่ น่าจะหมดความท้าทาย มาเพราะรายได้ก้อนใหญ่ ไม่น่าจะจริงจังอะไรนัก
จนฤดูกาลที่แล้วจบลง ความเชื่อดังกล่าวถูกฝังแน่นลงไปอีก
แต่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กลับมองในมุมที่แตกต่างกันออกไป เพราะกุนซือด้วยกันย่อมรู้จักกันดีพอ
---------------------
"ผมเชื่อว่าเขาจะมาเป็นคนท้าทายบัลลังก์"
เจอร์เก้น คล็อปป์ กล่าวเอาไว้อย่างนี้ เมื่อรู้ว่าอริร่วมมืองมี คาร์โล อันเชล็อตติ มาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่
กุนซือเยอรมันยอมรับว่าถึงกับร้องเสียงหลง ทันทีที่มีการคอนเฟิร์มเรื่องดังกล่าว เพราะไม่ใช่แค่มาสร้างความรำคาญเหมือนอย่างเคยอีกต่อไป
"เขาคือคนที่เต็มไปด้วยพลัง ผมนับถือเขามากๆ มันเป็นการเจรจาที่น่าทึ่งเลยจริงๆ"
"ผมคิดในใจไว้แล้วว่า คาร์โล จะมาสร้างเอฟเวอร์ตันให้มีอิมแพ็กกว่าเดิมและเดินหน้าสู่ความสำเร็จ"
สิ่งที่ทำให้ คล็อปป์ เชื่ออย่างนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของความสำเร็จแต่หนหลังหรือชื่อเสียงเกรียงไกรเท่านั้น
แต่เพราะบารมีของ อันเช่ มากมายพอที่จะดึงดูดแข้งดังให้หลั่งไหลมาร่วมทีมได้ไม่ยากเลย
นี่คือกุนซือที่ผ่านการร่วมงานกับนักเตะชั้นนำจนแทบนับไม่หวาดไม่ไหวในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้แทบทุกคนยังยอมรับนับถือเจ้านายคนนี้อีกต่างหาก
ไม่มีนักเตะคนไหนพูดถึง อันเช่ ในแง่ลบเลย นั่นหมายถึงการบริหารจัดการเต็มไปด้วยความล้ำลึกอย่างยิ่ง
เมื่อนักเตะต่างซูฮกยกนิ้วให้ สิ่งที่ตามมาคือความมุ่งมั่นทุ่มเท ไม่ใช่สู้เพื่อสโมสรอย่างเดียวอีกแล้ว แต่ยังเป็นการสู้เพื่อบอสด้วย
หลังจากจบฤดูกาลที่ผ่านมา ริชาร์ลิซอน รู้สึกว่าตัวเองแบกทีมมากเกินไป รับภาระหนักอึ้งหวังพึ่งคนอื่นไม่ได้เลย อยากจะย้ายไปอยู่สโมสรที่ใหญ่กว่า สร้างโอกาสไปสู่ความสำเร็จ ได้เล่นในถ้วยใหญ่ยุโรป
อย่างไรก็ตาม อันเช่ แค่เรียกมาเคลียร์ช่วงสั้นๆ ก็เป็นอันว่ากล่อมเรียบร้อย ไม่มีอะไรต้องกังวลอีก
ไม่รู้ว่าเจ้านายพูดอะไร แต่ลูกน้องยังอยู่ร่วมงานด้วย พร้อมความหวังและพลังที่มากขึ้นกว่าเดิม
ใช้เวลาจับต้นชนปลายปะติดปะต่อเกือบหนึ่งฤดูกาล อันเช่ ก็เข้าใจแล้วว่าควรจะนำเอฟเวอร์ตันเดินหน้าแบบไหน
อย่างที่หลายคนเคยพูดไว้นั่นแหล่ะ ผลงานออกสตาร์ตอย่างหรูหราของเอฟเวอร์ตันคือบิ๊กเซอร์ไพรส์ก็จริง แต่เร็วเกินกว่าจะมาสรุป
กระนั้นต้องไม่ลืมเช่นกันว่า อันเช่ คือกุนซือระดับขงเบ้ง ยิ่งเงียบ ยิ่งพูดน้อยมากเท่าไร ก็ยิ่งเพิ่มความน่ากลัวเกรงขามมากเท่านั้น
คล็อปป์ ยังมองออกเลยว่าการเปลี่ยนแปลงของทอฟฟี่เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว จะสร้างคามยากลำบากให้กับลิเวอร์พูลมากยิ่งขึ้น
นอกจากเอฟเวอร์ตันจะเบียดมาเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงแล้ว ยังทำให้เมอร์ซี่ย์ไซด์กลับมามีสีสันแห่งการขับเคี่ยวห้ำหั่นเหมือนกลางทศวรรษ 80 ด้วย
แม้จะต้องรอคอยกันมานาน แต่ก็คุ้มค่าอย่างยิ่งและวันนี้แหล่ะที่กูดิสัน พาร์คจะพิสูจน์ความจริงที่ว่า
ส่วนใครต้องการหาเว็บไซด์ที่พิสูจน์แล้วว่าคือคนจริง เด็ดจริง มีมืออาชีพจริงๆที่คอยให้บริการต้องนีเลย Sbobet777 ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777SBTZ หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment