breadcrumb symbol ข่าว

[ #เกมรับคือชนักติดหลัง ]

อัพเดตเมื่อ : November 10, 2020 2:50am โดย : admin

ฮาเมส โรดริเกซ สร้างความเกรียวกราวตั้งแต่ลงสนามครั้งแรกอย่างเป็นทางการให้เอฟเวอร์ตัน
เป็นเกมพรีเมียร์ลีกที่ยกพลไปเยือนสเปอร์ส ว่ากันตามหน้าเสื่อแล้วดูเป็นรอง แต่คลาสของ ฮาเมส ทำให้เกิดความแตกต่าง
เท้าซ้ายของสตาร์โคลอมเบียน กุมความได้เปรียบให้กับทอฟฟี่สีน้ำเงินอย่างชัดเจน แค่เปลี่ยนวางบอลข้ามฝั่งก็เปลี่ยนจังหวะให้ทีมมีโอกาสนำไปสู่การได้ประตูแล้ว
เอฟเวอร์ตันบุกไปเชือดไก่เดือยทองอย่างใสสะอาด สื่อผู้ดียกย่องความเหนือชั้นของ ฮาเมส ว่าจะช่วยนำเอฟเวอร์ตันกลับมามีลุ้นไปเล่นฟุตบอลยุโรปอีกครั้ง
ยิ่งได้กุนซือยอดฝีมืออย่าง คาร์โล อันเชล็อตติ คอยคอนโทรลอีกแรง ถือเป็นอีกหนึ่งพลังผลักดันจึงน่าไปได้สวย
อันเช่ คือกุนซือที่น่าจะรู้จัก ฮาเมส ดีมากสุดแล้ว เคยร่วมงานกันมาตอนอยู่เรอัล มาดริดและบาเยิร์น มิวนิค รู้ดีว่าควรจะใช้งานแบบไหนให้เกิดประสิทธิภาพมากสุด
นัดสองได้ประเดิมเล่นในกูดิสัน พาร์ค พีกกว่าเดิมเมื่อซัด 1 ประตูถล่มเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนด้วยระดับขั้นที่เหนือกว่า 5-2
6 นัดแรกทุกรายการที่เอฟเวอร์ตันมี ฮาเมส อยู่ในทีมไม่แพ้เลย แถมยังเสมอกับลิเวอร์พูลได้อย่างดุเดือด 2-2 อีกต่างหาก
เขาได้รับการยกย่องว่าประสานงานกับ อัลลัน หรือ อับดุลลาย ดูกูเร่ สองสมาชิกใหม่อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังสามารถปรับตัวให้เข้ากับผู้ร่วมอุดมการณ์ในแนวรุกทั้ง ริชาร์ลิซอน และ โดมินิก คัลเวิร์ต-ลูวิน ได้อย่างไร้ปัญหา
มันน่าทึ่งตรงที่ช่วงอยู่กับมาดริด เขาได้ลงเล่นเพียงแค่ 2 เกมเท่านั้น ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ แถมโดนถอดออกตลอดอีกต่างหาก ไม่ได้ลงอยู่ครบ 90 นาที
แม้หลายคนจะตั้งข้อสงสัยหรือมีคำถามเกี่ยวกับสภาพความฟิต รวมทั้งความมุ่งมั่นตั้งใจว่าจะยังเหมือนเดิมหรือเปล่า เพราะแทบไม่ถูกใช้งานเลย ถ้าของดีจริงทำไม ซีเนดีน ซีดาน ถึงมองข้าม
แต่ความจริงคือ ฮาเมส เจอข้อกล่าวหาว่าไม่ใช่นักเตะที่ตรงตามความต้องการ จึงไม่อยู่ในแผนการสร้างทีม รอเวลาย้ายออกไปอยู่ที่อื่นเท่านั้นเอง
ซีดาน ไม่เคยพูดว่า ฮาเมส ไม่เจ๋งพอหรือเกิดความบาดหมางส่วนตัวสักครั้ง แต่พอเข้าใจได้ว่าเมื่อไม่ชอบแนวนี้ก็คงไม่จำเป็นต้องดึงมาใช้ เหมือนเคสของ แกเร็ธ เบล นั่นแหล่ะ
ความสงสัยคลางแคลงใจในตัว ฮาเมส หมดสิ้นไม่เหลืออีกต่อไป หลังจากแสดงให้เห็นทั้งศักยภาพและร่างกายว่าไหวพอที่จะต่อสู้ในลีกอังกฤษได้
อย่างไรก็ตามความร้อนแรงของเอฟเวอร์ตันที่ดับลงจากผลงาน 3 เกมหลังสุดที่พ่ายเรียบ รวมทั้งใน 2 เกมที่ผ่านมามี ฮาเมส ลงช่วยแท้ๆแต่ยังเอาตัวไม่รอด เกิดคำถามขึ้นมาอีกครั้ง
ลำพังการไร้แค่ ริชาร์ลิซอน คนเดียวซึ่งติดโทษแบน ไม่น่าจะส่งผลกระทบรุนแรงอย่างนี้ จะต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่
อย่างแรกเลยก็คือคู่ต่อสู้เริ่มได้รับรู้พิษสงของ ฮาเมส ว่าร้ายกาจขนาดไหน คงไม่ปล่อยให้มีอิสระหรือเปิดพื้นที่แผลงฤทธิ์แน่
การบีบเข้าหาเพรสซิ่งใส่อย่างรวดเร็วคือทางแก้ที่ดี นักเตะแบบนี้ไม่ชอบการประกบติดแบบหายใจรดต้นคอ หากตัดเวลาในการครองบอล ไม่ให้มีโอกาสพลิกเล่นได้ นั่นเท่ากับว่าตัดแขนตัดขาแล้ว
เมื่อ ฮาเมส ไม่อาจเก็บบอลไว้กับเท้าได้ จากที่มีผู้เล่น 11 คนอยู่ในทีม เอฟเวอร์ตันก็เหมือนเหลือแค่ 10 คนครึ่งดีๆนี่แหล่ะ
ขณะเดียวกัน ฮาเมส ยังดูเข้าไม่ถึงแก่นแท้ของฟุตบอลอังกฤษเท่าไรนักและช่วงเวลาฮันนีมูนน่าจะหมดลงแล้ว
ต่อให้เคยดูเทป ผ่านการศึกษามาในระดับหนึ่ง มีข้อมูลพอสมควร แต่เมื่อต้องมาลงเล่นในสนามเองจะลึกซึ้งถึงความยากยิ่งกว่า
ไม่ว่าอย่างไรฟุตบอลลีกอังกฤษก็แตกต่างไปจากลีกยุโรปทั้งหลาย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ชัดเจน นั่นคือสปีดบอลที่เร็ว เกมที่หนักหน่วง มีการปะทะเกิดขึ้นตลอด ฉะนั้นต้องมีความพร้อมเต็มพิกัดไม่ว่าจะร่างกายหรือจิตใจ
แข้งต่างชาติโดยเฉพาะพวกละตินหลายต่อหลายคน เอาชื่อเสียงมาทิ้งที่นี่มากมาย ไปไม่รอดเพราะไม่สามารถปรับตัวให้กลมกลืนได้
จุดสำคัญไม่แพ้กันคือในระบบ 4-3-3 ตามหมากของ อันเช่ อาจจะสร้างความสมดุลให้เกมรุก แต่เมื่อต้องเปลี่ยนมาตั้งรับจะเกิดปัญหา มีรอยรั่วหรือช่องเจาะเข้าไปอย่างชัดเจน
สูตรนี้อาจจะอัดกลางแน่นก็จริง แต่เหมือนกระจุกอยู่ตรงนั้นไม่ได้กระจายตัวสักเท่าไร เอาไว้แพ็กสู้กับแผงมิดฟิลด์ของฝ่ายตรงข้าม
ดังนั้นตัวรุกริมเส้นจึงต้องทำหน้าที่อีกบทบาทนั่นคือ สปีดถอยมาช่วยเสมอยามที่ต้องเป็นฝ่ายป้องกัน
แต่เท่าที่ผ่านมา ฮาเมส ไม่ได้ทุ่มเทจริงจังกับการเล่นเกมรับ เขามักจะแค่จ็อกเบาๆมาคอยประคองไว้ ไม่มีการเข้าสกัดหรือแท็คเกิ้ลหนัก เพื่อแย่งบอลมาครอบครอง มักจะรอจากเพื่อนร่วมทีมมากกว่า
ไม่แน่ใจเหมือนกันว่านี่คือกลยุทธของ อันเช่ หรือเปล่า ที่แน่ๆคือภาพที่เราต่างก็เห็นอยู่
ในเมื่อเขาเล่นเหมือนปีกขวา แล้วเมื่อเอฟเวอร์ตันโดนบุกก็ต้องรีบลงมาสกรีนช่วยแบ็กขวา เชมัส โคลแมน อีกแรง ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติของฟุตบอลสมัยใหม่
ทีนี้ลองดูเกมล่าสุดแพ้แมนฯยูไนเต็ดคาบ้านกันบ้าง ประตูแรกที่โดนตีเสมอ มาจากการขึ้นเกมทางฝั่งซ้าย ลุค ชอว์ ดันขึ้นมาก่อนจะครอสอย่างแม่นยำเข้าหัว บรูโน่ แฟร์นันด์ส โขกจมตาข่าย
ไม่ว่าอย่างไรการเสียประตูลักษณะนี้ต้องโยนความผิดให้พวกผู้เล่นแนวรับ แต่หากดูให้ดี โคลแมน ต้องทำงานหนักในยามป้องกันตลอด ฮาเมส แทบไม่ได้ลงมาช่วยเหลือเป็นน้ำเป็นเนื้อเลย
หรือหากจะลงมาก็ช้ามากๆ แทบไม่ได้แบ่งเบาภาระของ โคลแมน เลยสักนิดเดียว
ประเด็นนี้พวกกูรูหรือสื่อผู้ดีมีการวิเคราะห์มาบ้างแล้ว หลังจากที่เอฟเวอร์ตันไม่เหมือนเดิม มันต้องหาจุดผิดพลาดว่ามาจากอะไร
ฮาเมส เลยกลายเป็นผู้ต้องหาอย่างไม่มีทางเลือก เมื่อจังหวะรุกของเขาถูกตัดทิ้งเกือบหมด แถมเกมรับก็เพิกเฉยไม่ได้แคร์เลย ไม่แปลกที่จะต้องตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าว
เพราะประตูที่สองของแมนฯยูไนเต็ดก็มาจากการขึ้นทางฝั่งซ้ายนั่นแหล่ะ บรูโน่ มีเวลาพอที่ครอสเข้าโฟกัส แม้จะไม่โดนหัวของ มาร์คัส แรชฟอร์ด แต่ก็ช่วยให้ได้สกอร์พลิกนำ
สองช็อตเห็นๆสะท้อนถึงจุดเปราะบางของเอฟเวอร์ตัน ซึ่งต้องหาทางแก้ไขให้ได้ ในเคสที่ว่าต้องใช้งาน ฮาเมส ต่อไป
เรื่องนี้ อันเช่ ก็น่าจะพอรู้อยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น กุนซือปราดเปรื่องระดับนี้ย่อมดูออก เผลอๆจะมองข้ามช็อตด้วยซ้ำ
นับเฉพาะในพรีเมียร์ลีก ฮาเมส ลงไปทั้งสิ้น 7 เกมด้วยกัน 3 ประตู 3 แอสซิสต์ย่อมเป็นผลงานที่น่าพอใจมากๆ หากมองว่านี่คือน้องใหม่ ไม่เคยผ่านเกมลีกอังกฤษมาก่อน
แต่เพราะเปิดตัวอย่างหรูหรา จึงช่วยไม่ได้ที่เหมือนจะแบกความคาดหวังไว้เต็มๆ เอฟเวอร์โตเนี่ยนหวังจะเห็นทีเด็ดจากเขา เช่นเดียวกับการมีส่วนร่วมในเกมรับด้วย
มองในแง่บวกอย่างน้อยที่สุดได้รับรู้มองเห็นจุดอ่อนของตัวเองแบบทะลุปรุโปร่ง ค่อยไปแก้ไขเอา เพราะนี่คือลีกที่หินสุดในโลก ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเจอขวากหนามขวางอยู่แล้ว
เวลาผ่านไปมากเท่าไรเชื่อว่า ฮาเมส เองก็จะเข้าใจความจริงข้อนี้มากขึ้นเท่านั้น
ส่วนใครกำลังมองหาเว็บไซด์ตัวจริงเสียงจริงไม่ปลิ้นปล้อนมานี่ได้เลยกับ MYSBOBET ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment