breadcrumb symbol ข่าว

[ SPECIAL SCOOP ] "อเดบาโย่ กาเดโบ"

อัพเดตเมื่อ : November 12, 2020 5:26pm โดย : บุญคำ

กับปีที่ 23 บนแผ่นดินสยามและความฝัน
 
อเดบาโย่ กาเดโบ ชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันในวงกว้างของวงการฟุตบอลไทย เพราะเขาคืออดีตนักฟุตบอลชาวต่างชาติในยุคแรกๆ ที่ย้ายเข้ามาทำมาหากินบนแผ่นดินสยามเมืองยิ้มและก็อยู่โยงยาวกว่า 23 ปี เข้าไปแล้ว
กาเดโบ ย้อนความหลังให้ฟังว่า "ผมเป็นเยาวชนทีมชาติไนจีเรียตั้งแต่ปี 1992 รุ่นเดียวกับพวก เจย์ เจย์ โอโคชา, แดเนียล อโมคาชี และ เอ็นวานโก คานู แต่ต้องเริ่้มออกเดินทางไปนอกประเทศตั้งแต่ปี 1993 เพราะตอนนั้นเศรษฐกิจที่ไนจีเรีย ไม่ดีมากๆ"
"ประเทศแรกที่แรกที่ผมมุ่งหน้าไปคือเลบานอน  เงินเดือนได้ตอนนั้นอยู่ที่ประมาณ 1,500 เหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทยช่วงนั้นก็ประมาณ 4 หมื่นกว่าบาท ผมเล่นอยู่ที่นั้นกว่า 4 ปี ก่อนจะย้ายมาเมืองไทยในปี 1997"
ช่วงแรกที่ย้ายเข้ามา อีกทั้งยังเป็นคนผิวสี เรื่องของการปรับตัวจึงยากยิ่ง เพราะนอกจากวัฒนธรรม, ภาษา, อากาศและอาหารนั้นแตกต่างจากพื้นเพของตนเองโดยสิ้นเชิง
"ยอมรับว่าไม่รู้จักเมืองไทย เลยสักนิด เพราะตอนนั้นยังไม่อินเตอร์เน็ต รู้จักแต่ข้าว ได้ยินว่าข้าวที่เมืองไทย ดังมากๆ"
"แต่ความคิดของผมก็เปลี่ยนไปเมื่อเห็นสโมสร กสิกรไทย ได้แชมป์ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก มันทำให้รู้ว่าที่นี่มีดีกว่าข้าวแน่นอน มีฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม นักฟุตบอลที่เก่ง ในตอนนั้นคุณวรวีร์ มะกูดี เป็นผู้บริหารทีม บีอีซี เทโรศาสน ไปทำธุระที่เลบานอน ก็เลยติดต่อดึงตัวผมมาเล่นในตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟ ผมตัดสินใจมาที่เมืองไทย อย่างไม่ลังเลเลย"
นี่คือจุดเริ่มต้นระหว่าง กาเดโบ และลีกไทย
กาเดโบ ย้ายมาเล่นให้ บีอีซี เทโรศาสน ในปี 1998 และก็พาทีมคว้าแชมป์ลีก 2 หน ในยุคที่มี ดุสิต เฉลิมแสน, วรวุฒิ ศรีมะฆะ, และ วรชัย สุรินทร์ศิริรัฐ ยังเป็นผู้เล่น
"โชคดีที่ตอนนั้น บีอีซี (เทโรศาสน ) มี วรวรรณ ชิตะวณิช เป็นเฮดโค้ช เขาพูดภาษาอังกฤษ ได้ดีมาก ผมจึงสื่อสารได้ อีกทั้งเพื่อนๆ ในทีมอย่าง ดุสิต (เฉลิมแสน), วรวุฒิ (ศรีมะฆะ), และ วรชัย (สุรินทร์ศิริรัฐ) ต่างก็สัยดี มันจึงทำให้ผมเล่นฟุตบอลที่นี่อย่างมีความสุข"
กาเดโบ อยู่กับ บีอีซี เทโรศาสน ระหว่างปี 1998-99 แล้วก็ย้ายออกไปหาความท้าทายที่ โมฮุน บากัน สโมสรในลีกอินเดีย แต่ก็กลับมาอยู่กับทีมมังกรไฟอีกหนในปี 2000-02 ก่อนจะไปแขวนสตั๊ดในปี 2004 ในลีกอินโดนีเซีย โดยมี พีเอสพีเอส เปกันบารู เป็นสถานีสุดท้าย
หลังจากยุติบทบาทผู้เล่น กาเดโบ หันหน้าสู่ทางโค้ชและก็ร่ำเรียนได้ถึงระดับ โปร-ไลเซ่นส์ เลยทีเดียว
เขาย้ายกลับมาอยู่เมืองไทย อีกครั้งในปี 2007 โดยเข้าไปอยู่ที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน เป็นที่แรก ก่อนจะต่อด้วย ลูกอีสาน (ผู้ช่วยโค้ช), การท่าเรือ (ประธานฝ่ายเทคนิค), ราชประชา (ประธานฝ่ายเทคนิค) และ สุพรรณบุรี เอฟซี (ประธานฝ่ายกีฬา)
ในช่วงที่อยู่กับ สุพรรณบุรี เขาก็มีงานให้คุมทัพช้างศึกยุทธหัตถีอยู่ประปรายเวลาที่ทีมไร้เฮดโค้ช กระทั่งฤดูกาล 2020 นี่แหละที่เจ้าตัวได้ลุยงานแบบเต็มตัวและก็พาสโมสรไปได้สวยไม่เบาเลยทีเดียว
"ทุกวันนี้ผมคิดว่าตัวเองเหมือนคนไทย แล้วนะ แม้ว่าตัวผมข้างนอกจะผิวสี แต่หัวใจและความรู้สึกผมเหมือนคนไทย เพราะแต่ละปีผมกลับไปอยู่ที่ไนจีเรีย แค่ 10 วัน ทว่าอีก 350 กว่าวัน ผมอยู่เมืองไทย"
"ผมมีความสุขกับที่นี่ ได้ทำงานเกี่ยวกับการบิรหาร ผมพยายามศึกษาความรู้อยู่เสมอ ตอนนี้ผมเองก็จบ โปร-ไลเซ่นส์ ที่ได้การรับรองจาก เอเอฟซี แล้วนะ แต่ไปเรียนที่ประเทศอุซเบกิสถาน ซึ่งตอนนั้นที่เมืองไทย ยังไม่มีเปิดเรียน" กาเดโบ เผยความในใจว่าตนเองผูกพันกับเมืองไทย เพียงใด
เวลานี้งานของ กาเดโบ กำลังไปได้สวย ทว่าเจ้าตัวยังมีอีกหนึ่งความฝันที่อยากเหลือเกินที่จะทำให้สำเร็จ
"ตอนที่ยังเป็นนักเตะ ผมคว้าแชมป์กับ บีอีซี เทโรศาสน มา 2 สมัย"
"ทว่าตอนที่ผมมาเป็นคนบริหารทีม ความฝันของผมก็คือการพาทีมคว้าแชมป์ ไทยลีก ให้ได้ ผมอยากเป็นชาวต่างชาติคนแรกของวงการฟุตบอลไทย ที่ได้แชมป์ทั้งตอนเป็นผู้เล่นและเป็นโค้ช มันคือความฝันของผมเลยนะ"
เส้นทางบนอาชีพกุนซือของเฮดโค้ช สุพรรณบุรี เอฟซี คนปัจจุบันยังอีกยาวไกล แต่ด้วยอายุเพียง 46 ปี กับความรู้ความสามารถที่มี อีกทั้งยังเป็นคนผิวสีที่อ่อนน้อมถ่อมตน เชื่อเหลือเกินว่าอนาคตของ กาเดโบ ก็คงจะปักหลักในเมืองไทย ไปตลอด
แต่ความฝันที่เจ้าตัวตั้งใจไว้จะไปถึงหรือไม่นั้น
คงไม่มีใครล่วงรู้คำตอบนอกจากผลงานในสนามเท่านั้นเอง...

ได้ติดตามกับเรื่องที่น่าสนใจในแวดวงฟุตบอลไทยไปแล้ว อย่าลืมมาดูเส้นทางที่น่าสนใจของตัวคุณเองกับ Sbobet777 รับรองการันตีความสำเร็จและมั่งคั่ง สนุกจนติดใจแน่นอน มาลิ้มลองกันเถอะ ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbt หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
Facebook Comment