breadcrumb symbol ข่าว

[ #เขาคือเศียรราชสีห์ ]

อัพเดตเมื่อ : November 17, 2020 4:42am โดย : admin

มีหลายเหตุผลที่ดีลระหว่าง แจ็ค กรีลิช กับแมนฯยูไนเต็ดไม่เกิดขึ้นในช่วงตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา
อย่างแรกเลยก็คือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องกระชาก เจดอน ซานโช่ มาให้สำเร็จ
ด้วยสถานการณ์ช่วงนั้นซึ่งมีการเจรจากันอย่างต่อเนื่อง ก่อนตลาดซื้อขายจะเปิดทำการ เชื่อว่านักเตะคนนี้จะเป็นจิ๊กซอว์สำคัญนำทีมกลับมาผงาดอีกครั้ง
แต่ยิ่งคุยก็เหมือนยิ่งห่างไกลความเป็นจริง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ไม่ยอมลดเพดานค่าตัวที่วางไว้ง่ายๆ ยังไงก็ต้องจ่ายมาแบบขาดตัว อย่าคิดว่าเล่นเกมชักเย่อเพื่อกดดันนักเตะแล้วจะได้ผล
บอร์ดบริหารดอร์ทมุนด์ไม่ว่าจะเป็น ฮันส์ โจอาคิม วัตซ์เค่ หรือ มิชาเอล ซอร์ค ต่างยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่อ่อนข้อให้อย่างเด็ดขาด แล้วไม่ต้องมาคิดว่าไม้ตายเดิมๆที่เคยใช้กับทีมอื่นให้ปล่อยตัวจะได้ผล
ระหว่างนั้นเองแมนฯยูไนเต็ดยังตกเป็นข่าวโยงกับ กรีลิช อย่างสม่ำเสมอไม่ขาดตอนด้วยเช่นกัน
แต่หากเราประเมินกันแล้วคงเป็นไปได้ยากที่จะปิดจ็อบพร้อมกันสองคน ต้องใช้งบประมาณสูงเหยียบๆ 200 ล้านปอนด์เลยทีเดียว แล้วในช่วงนิว นอร์มอลความยากจึงทวีหนักข้ออีก
ช่วงเดือนกันยายนก่อนเดดไลน์ตลาดซื้อไม่นานนัก กรีลิช ตัดสินใจขยายสัญญากับแอสตัน วิลล่ายาวถึงปี 2025 ท่ามกลางความประหลาดใจของใครต่อใคร
เพราะเชื่อกันว่านักเตะยังอยากจะย้าย เพื่อไปแสวงหาความท้าทายและความสำเร็จ
แต่อาจเป็นไปได้ว่าประตูสู่แมนฯยูไนเต็ดแทบจะงับปิดตายหรือถึงขั้นลงกลอนไปแล้ว อีกทั้งทางบอร์ดบริหารสิงห์ผยองแสดงความจริงใจให้เห็นมาตลอด
สองเจ้าของอย่าง นาสเซฟ ซาวิริส และ เวส เอเดนส์ ต่างปรารถนาให้ กรีลิช อยู่โยงยาว ประเคนค่าจ้างเป็นสถิติสโมสร 140,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ รวมทั้งยังสัญญาว่าจะทุ่มงบเสริมผู้เล่นชั้นดีเข้ามา เป้าหมายคือหวนคืนกลับเวทียุโรป ไม่ใช่ต้องดิ้นรนหนีตกชั้น
จากความจริงจังและจริงใจของสองเจ้าของในช่วงที่ผ่านมา จึงเป็นเหมือนพลังโน้มน้าวให้ กรีลิช สะบัดลายเซ็นลงในสัญญาฉบับใหม่ แทบจะสยบทุกข่าวลือย้ายไปทีมใหญ่
ขณะเดียวกันมันน่าจะช่วยให้ กรีลิช ปลอดโปร่งโล่งใจ เหมือนได้ปลดปล่อยภาระบางอย่าง หลังจากที่ต้องเก็บไว้มานาน
เขาลงสนามด้วยความเชื่อมั่น รับบทเพลย์เมคเกอร์ทุ่มเทอย่างเต็มสูบเพื่อทีม ไม่ใช่คอยยืนรอบอลเป็นแข้งขาใหญ่ประจำทีม แต่ยังช่วยวิ่งไล่แสดงให้เห็นบทบาทความเป็นผู้นำ
ต่างไปจาก ซานโช่ ซึ่งฟอร์มแผ่วลงอย่างน่าใจหาย ราวกับมีบางเรื่องค้างคาอยู่ในใจ
กรีลิช เต็มใจอยู่กับวิลล่า ซึ่งเข้ารั้วอะคาเดมี่ตั้งแต่ 8 ขวบ บรรพบุรุษก็เป็นสาวกสโมสรแห่งนี้ คุณทวดเองก็เคยเป็นแข้งสิงห์ผยองชุดครองแชมป์เอฟเอคัพ ครอบครัวก็ล้วนแต่เชียร์ทั้งสิ้น
พลังแห่งความรักและผูกพันจึงสะท้อนออกมายามเมื่อเขาลงสนามด้วย
พูดง่ายๆคือทุกนาทีของ กรีลิช เต็มไปด้วยความท้าทาย สนุกกับเกมในรูปแบบของตัวเอง ผลงานจึงออกมาดี
มันอาจเร็วเกินไปหากจะบอกว่าเขาคือผู้ชนะ แต่หลังผ่านการตัดสินใจต่อสัญญาจนถึงตอนนี้ เราคงพูดได้เต็มปากแล้ว
------------
ด้วยลีลาและบุคลิกของ แจ็ค กรีลิช ถูกหยิบนำไปเปรียบกับ พอล แกสคอยน์ อดีตดาวเตะพรสวรรค์อย่างช่วยไม่ได้
ไม่บ่อยนักที่อังกฤษจะมีแข้งประเภทนี้ ส่วนใหญ่แล้วจะเน้นการใช้ความดุดันพละกำลัง ต่างจากพวกอเมริกาใต้ที่ลีลาพริ้วไหวไปกับบอลได้อย่างกลมกลืน
จุดเด่นมากๆของเขาคือการเลี้ยงบอลผ่านคู่ต่อสู้หรือเรียกว่า "กินตัว" ได้อย่างยอดเยี่ยมมาก แค่ขยับนิดเดียวก็หลุดจากการประกบเรียบร้อย ฉะนั้นฝ่ายตรงข้ามจะต้องคอยช่วยกันระวังไม่ให้คลาดสายตา ถ้าจะให้ดีต้องมีซ้อนไว้อีกคน
ตัวเลขในพรีเมียร์ลีกยืนยันคุณสมบัติดังกล่าว กรีลิช ควบบอลไปข้างหน้าเป็นระยะทางไกลมากสุดเกือบๆ 1,300 เมตร เหนือกว่าพวกปีกหรือกองหน้าของทุกทีม
ด้วยความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อขา บวกด้วยความจัดจ้าน จึงยากมากๆที่จะหยุด กรีลิช ง่ายๆ อีกทั้งไม่ใช่ผู้เล่นประเภทที่จ้องจะล้มเรียกฟาวล์ เวลาโดนเบรกยังชอบฝืนไปต่อ
ขณะเดียวกันหากบอลออกจากเท้าของ กรีลิช ยังเต็มไปด้วยความอันตราย เมื่อพาบอลไปข้างหน้าแล้วช่วยให้วิลล่าได้ประตูถึง 9 ครั้งด้วยกัน
มันเป็นตัวเลขที่ข่มทั้ง แฮร์รี่ เคน , โม ซาลาห์ หรือ มาร์คัส แรชฟอร์ด ซึ่งล้วนแต่เป็นหัวหอกพระกาฬทั้งสิ้น
ที่น่าสนใจคือการเลี้ยงบอลในลักษณะนี้ของเขายังช่วยเรียกฟาวล์ได้เป็นจำนวนมากอย่างน่าทึ่งด้วย
ย้อนไปดูฤดูกาลก่อน กรีลิช โดนทำฟาวล์ทั้งสิ้น 167 ครั้ง เหนือ วิลฟรีด ซาฮา ที่เป็นเบอร์ต้นๆในซีซั่นที่ผ่านมาขาดลอย แล้วปัจจุบันเพิ่งเปิดฉากฟาดแข้งไปไม่เท่าไรเขาเจอฟาวล์ไปแล้ว 29 ครั้ง
พวกตัวรุกปราดเปรียวอย่าง ซาดิโอ มาเน่ , อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล หรือ ซน ฮึง มิน ยังไม่อาจทาบรัศมีได้
คุณสมบัติข้อนี้เองที่เราได้เห็นจากเกมของทีมชาติอังกฤษในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีกล่าสุด
กรีลิช เรียกฟาวล์ได้ถึง 7 ครั้ง ปั่นป่วนแนวรับเบลเยียมแห่งยุโรปอย่างมาก เป็นคนเดียวที่เปล่งประกายกว่าแข้งสิงโตคำรามทั้งหมด
ไม่น่าแปลกใจที่แม้จะพ่ายจนต้องกระเด็นตกรอบ แต่สื่อหลายสำนักต่างพร้อมใจกันมอบตำแหน่งแมน ออฟ เดอะ แมตช์ให้กับ กรีลิช อย่างไม่ต้องลังเล
เบลเยียมโชว์ฟอร์มดีกันเกือบทั้งทีม มาตรฐานแทบไม่แตกต่างกัน ผิดไปจาก กรีลิช ผู้แบกภาระไว้หนักอึ้งจนหลังแอ่น สมควรอยู่แล้วจะได้รับเกียรติยศนี้ไป
ทั้งที่นี่คือเกมออฟฟิศเชี่ยลแรกที่ได้ออกสตาร์ต ก่อนหน้านั้นเล่นสามนัดเป็นตัวจริงสองในเกมอุ่นเครื่อง ซึ่งไม่ได้สลักสำคัญอะไร ส่วนในเกมเนชั่นส์ ลีกถูกส่งมาแค่ช่วง 7 นาทีสุดท้าย
เหตุผลที่ได้เป็นตัวจริงเลยก็คือ การบาดเจ็บของ ราฮีม สเตอร์ลิง รวมถึง มาร์คัส แรชฟอร์ด ทำให้ประตูโอกาสเปิดกว้างผายมือเชื้อเชิญ
ความสำคัญของ กรีลิช ในเกมนี้เห็นได้ชัดตรงที่ แกเร็ธ เซาธ์เกต ไม่เปลี่ยนออกเลย ปล่อยให้เล่นเต็ม 90 นาที ต่อให้ไม่ไว้วางใจในตอนแรก แต่เมื่อเห็นผลงานอย่างนี้ก็ไม่มีทางปฏิเสธเป็นอันขาด
นอกจากจะทุ่มเทโดดเด่นกว่าใคร เขายังลงสนามไปพร้อมความเชื่อมั่น ไม่ได้มีอาการตื่นเต้นเลยสักนิด แม้รู้ว่าจะเล่นในเกมที่มีความหมายจริงๆในนามทีมชาติครั้งแรก
เพราะเดิมพันด้วยการผ่านเข้าสู่รอบไฟนอลหรือ 4 ทีมสุดท้าย หากแพ้ขึ้นมาจะต้องกระเด็นตกรอบทันที
แต่ตลอด 90 นาที กรีลิช ไม่ได้เผยให้เห็นความท้อแท้หรืออยากจะสารภาพเลย โดนเตะโดนสอยแค่ไหน ก็ยิ่งเหมือนกระตุ้นให้ทำงานหนักมากขึ้นเท่านั้น ไม่ได้แสดงร่องรอยของความหวาดหวั่นเลย
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะโยงกับแมนฯซิตี้ ในขณะที่ข่าวกับแมนฯยูไนเต็ดก็กลับมาพัวพันอีกครั้ง ต่อให้เพิ่งขยายสัญญาใหม่ก็หนีไม่พ้น
บางคนบอกว่าการเลือกอยู่กับวิลล่า หมายถึงยอมเป็นหัวสุนัข ดีกว่าเป็นหางราชสีห์
แต่ความจริงเขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วเขาคือหัวสิงโต แถมเป็นสิงโตคำรามอีกต่างหาก
ถ้าจะมีความผิดพลาดก็คงเป็นแมนฯยูไนเต็ดเองที่ล่าถอยไม่สู้ราคา ไปมุ่งมั่นกับ เจดอน ซานโช่ เอง
ส่วน กรีลิช ถึงเวลาที่จะได้ร่ายมนต์อย่างเต็มที่ โดยที่ไม่มีอุปสรรคอะไรมาขัดขวางอีกแล้ว
ส่วนใครอยากหาเว็บไซด์ที่ไร้อุปสรรคพร้อมเดินหน้าแบบไม่มีล่าช้าล่ะก็นี่เลย Sbobet777 ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777SBTZ หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment