breadcrumb symbol ข่าว

[ #ปกครองอย่างไรให้พัง ? ]

อัพเดตเมื่อ : November 22, 2020 1:57am โดย : admin

หลังประสบความสำเร็จคว้าแชมป์เอฟเอ คัพได้ในฤดูกาลที่แล้ว ตามด้วยครองโล่เงินใบเขื่องเป็นผู้ชนะในคอมมูนิตี้ ชิลด์เบิกฤกษ์อย่างสวยงาม

อาร์เซน่อลได้รับการคาดหมายว่ามีโอกาสดีที่จะเขย่าพรีเมียร์ลีก การทำงานในแบบของ มิเกล อาร์เตต้า กุนซือหนุ่มเริ่มได้รับการตอบสนอง

นอกจากนี้ยังมีผู้อำนวยการที่พร้อมสนับสนุนอย่าง เอดู คอยช่วยอีกแรง ผลงานอันยอดเยี่ยมจึงสะท้อนออกมาในสนาม

ขนาดทีมของอาร์เซน่อลก็ใหญ่มากขึ้น อาร์เตต้า จึงมีทางเลือกใช้งานผู้เล่นหลายระบบ ไม่ต้องเจอจำกัดจำเขี่ยเหมือนอย่างเมื่อก่อน

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ภายในดูเหมือนกลับไม่ได้ราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น ผู้เล่นที่เยอะขึ้น โดยเฉพาะมากจากหลากหลายเชื้อชาติ การปกครองให้อยู่ในกรอบไม่ล้ำเส้นนั้น จึงไม่ใช่เรื่องง่าย

เรื่องนี้ได้รับความสนใจและถูกตั้งคำถามขึ้นมา จากการจุดประเด็นของ รอย คีน ผ่านทางสกาย สปอร์ตส์ที่รับบทผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์เกมอยู่

หลังจบเกมอาร์เซน่อลบุกเชือดแมนฯยูไนเต็ด 1-0 ปิแอร์ เอเมอริก โอบาเมย็อง ซึ่งเป็นคนซัดประตูชัยจากจุดโทษ ให้สัมภาษณ์หลังเกมพูดถึงบอสด้วยการเรียกว่า "มิเกล"

คีน ยืนยันว่านี่เป็นการไม่ให้ความเคารพอย่างมาก ปกตินักเตะทุกคนจะเรียกเจ้านายว่าบอสหรือเมเนเจอร์ แล้วแต่สะดวกปาก โดยเฉพาะเมื่อออกสื่อมีคนดูคนฟังมากมาย จำเป็นต้องให้เกียรติ

ดังนั้นมันจึงไม่เหมาะสมมากๆ ในความรู้สึกของ คีน เหมือนว่านักเตะต่างชาติเหล่านี้ ไม่ได้เข้าใจวัฒนธรรมและมารยาททางสังคม รวมทั้งการให้ความเคารพนับถือกันในทีม

แม้ อาร์เตต้า จะออกมาตอบโต้ว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเลย ตัวเขาไม่ได้มีพิธีรีตรอง เจ้ายศเจ้าอย่างต้องให้ลูกทีมมาเรียกว่าบอสหรือหัวหน้า

"ผมเป็นคนให้พวกเขาเลือกเองแหล่ะว่าจะเรียกอย่างไร นักเตะฝรั่งเศสมักจะเรียกว่าโค้ช บางคนก็ใช้บอส มันขึ้นกับแต่ละคน ผมไม่มีปัญหาตรงนั้นเลย"

"เอาจริงๆนะ ผมไม่ได้รู้สึกเลยว่าลูกทีมไม่เคารพ แต่ก็เข้าใจเลยเขาเคยเป็นผู้เล่นและปฏิบัติมาอย่างนั้น แต่นักเตะในทีมบางคนผมก็เคยเล่นร่วมกับเขามาก่อน"

"มันไม่ใช่ประเด็นจะต้องมาพูดถึงเรื่องเคารพกันหรือไม่เลยนะ"

บางส่วนที่ อาร์เตต้า ออกมาชี้แจง ชัดเจนว่าให้ผู้เล่นเลือกเอาเองตามสะดวก โอบาเมย็อง จะเรียกชื่อเฉยๆต่อหน้าสาธารณชนก็ไม่ว่ากัน

ถ้าดูแบบผิวเผินมาดหรือฟอร์มของ อาร์เตต้า เวลาคุมทีมทำหน้าที่ข้างสนามถือว่าเคร่งขรึมไม่น้อย ดูน่าเกรงใจไม่เหมือนเปิดช่องให้นักเตะปีนเกลียวหรือก้าวล่วงอย่างไม่เหมาะสม

อย่างไรก็ตามรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆในทีมอาร์เซน่อลที่ปฏิบัติกันมานั้น เราไม่มีทางรู้หรอกว่าเป็นอย่างไร

สำหรับ คีน แล้วไม่ได้มองข้ามเลยและคิดว่ามันสำคัญต่อเรื่องการปกครอง หากผู้จัดการทีมใจดีเกินไป อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้

ย้อนกลับไปยังเกมพรีเมียร์ลีกนัดแรกของฤดูกาล อาร์เซน่อลบุกไปเยือนฟูแล่ม ก่อนเริ่มโม่กันมีนักเตะมาวอร์มอัพอบอุ่นร่างกาย ตั้งวงเล่นลิงชิงบอล

ปรากฏว่า ดานี่ เซบายอส ไม่พอใจ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ เลยเจตนาเตะบอลยัดใส่ จนหวิดจะมีเรื่องมีราวกัน เพื่อนฝูงต้องเข้ามาห้ามปราม

ช็อตนั้นเองมีการอัดคลิปกันไว้ด้วย จึงถูกนำมาเปิดเผยในโลกโซเชี่ยล จนมีการแสดงความคิดเห็นกันไปต่างๆนานา

มีไม่น้อยที่ออกมาพูดถึงเรื่องวินัย ไม่ควรปล่อยปละละเลยให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น เพิ่งต้นฤดูกาลแท้ๆ เป็นภาพที่ไม่เหมาะสมเอาซะเลย

แม้เกมดังกล่าวปืนโตจะบอมบ์ 3-0 พอจะกลบเสียงวิจารณ์เรื่องนี้ได้บ้าง แต่กลับไม่จบลงง่ายๆ

เพราะหลังจากที่ คีน คอมเมนต์เรื่อง โอบาเมย็อง ไม่เคารพ อาร์เตต้า ก็เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมอย่างไม่น่าเชื่อ

ช่วงหัวค่ำของวันพฤหัสบดี หลังจากที่นักเตะอาร์เซน่อลซ้อมกันเสร็จเรียบร้อยที่ศูนย์ฝึกลอนดอน โคลนี่ย์ สื่อดังอย่างดิ แอธเลติกก็นำข่าวที่สั่นสะเทือนต่อสโมสรออกมาเปิดเผย

มีการระบุว่าระหว่างซ้อม ดาวิด ลุยซ์ ฉุนขาดที่ เซบายอส เข้าบอลแรงเกินความจำเป็น จึงเกิดปากเสียงกัน ก่อนต่อยเข้าที่จมูกของกองกลางสเปน เลือดอาบลงไปนอนกองกับพื้น

เซบายอส ก็โมโหเช่นกัน ตั้งใจจะเอาคืนไม่ปล่อยให้รังแกข้างเดียว ยังดีที่เพื่อนๆอยู่บริเวณนั้นเยอะมาก เลยมาห้ามมวยกันทัน

มีการเปิดรายละเอียดด้วยว่า หลังจากนั้นได้มีการลงโทษทั้งคู่ ไล่กลับบ้านไปสงบสติอารมณ์ก่อน รวมถึงออกมาขอโทษเพื่อนร่วมทีมและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย

ไม่นานนัก เซบายอส ออกมาทวีตข้อความตอบโต้ว่านี่เป็นข่าวปลอม แต่ดูเหมือนว่าพวกสื่อจะมั่นใจจากแหล่งข่าวที่ได้รับ ไม่ได้คิดว่าเฟคนิวส์

ที่น่าสนใจคือดิ แอธเลติกซึ่งเป็นสำนักแรกๆ ขึ้นชื่อว่าเป็นสื่อที่น่าเชื่อถือ มีข้อมูลรายละเอียดแบบลงลึก ไม่น่าจะต้องเอาชื่อเสียงสั่งสมมานานมาทิ้งง่ายๆ

สองวันต่อมา มิเกล อาร์เตต้า ออกมาอ้อมแอ้มยอมรับว่า ลุยซ์ กับ เซบายอส มีการกระทบกระทั่งกันจริง แต่ไม่ได้รุนแรงอย่างที่สื่อนำไปขยายความกัน

แล้วพยายามชี้นำให้เห็นว่านี่คือสิ่งปกติที่เกิดขึ้นได้อยู่แล้ว มันบ่งบอกถึงคาแรคเตอร์และความมุ่งมั่นของพวกผู้เล่นมากกว่า ตอนซ้อมจำต้องจริงจังเหมือนตอนแข่ง

เพียงแต่บางสถานการณ์ต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ด้วย จะปล่อยให้พุ่งพล่านไม่ได้

ปัญหาอยู่ที่การเคลียร์ใจให้จบลงหลังจากนั้น นี่คือขั้นตอนที่สำคัญ ให้จบแล้วจบเลย ไม่ต้องมีอะไรมาคั่งค้างคาใจกันอีก

ส่วนตัวเขาพูดถึงช็อตที่มีเรื่องกันว่า ไม่ได้เห็นชัดเจน เพราะอยู่ไกลเกินไป จึงไม่มีรายละเอียดอะไรทั้งสิ้น

พูดในทำนองนี้ก็พอจะเชื่อได้ว่า ลุยซ์ กับ เซบายอส มีปัญหากันจริง แต่ระดับดีกรีความเดือดดาลนั้น ไม่มีใครรู้เลย

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้ อาร์เตต้า หัวเสียมากสุดคือ มีคนภายในนำเอาเรื่องนี้ไปเปิดเผย มันไม่สมควรอย่างยิ่ง เรื่องแบบนี้ควรเป็นความลับ อาจเป็นไปได้ว่า อาร์เตต้า กำชับไว้แล้วห้ามปากสว่างกัน

แต่นี่ไม่ใช่แค่คุยกันปากต่อปากกับคนใกล้ชิด แต่หลุดไปถึงหูพวกสื่อ ซึ่งอันตรายอย่างมาก

อาจเป็นเจ้าหน้าที่สักคน แต่ก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นนักเตะในทีม อาร์เตต้า เลยประกาศว่าจะต้องหาต้นตอได้ว่าใครกันแน่ที่ทำลายสโมสรตัวเองอย่างนี้

ในขณะเดียวกันเราต้องหันมามองและตั้งคำถามด้วยว่า อาร์เตต้า มีปัญหาเรื่องการปกครองลูกทีมจริงๆหรือเปล่า

นอกจากเรียกชื่อ "มิเกล" เฉยๆผ่านสื่อ ทะเลาะกันเองที่รู้ๆถึงสองหน แถมเป็น เซบายอส หน้าเดิม ยังมีใครสักคนนำเรื่องที่ควรเก็บเป็นความลับกันภายใน ไปเปิดเผยจนฉาวโฉ่ไปทั่ว

เหตุการณ์เหล่านี้อาจสะท้อนถึงแนวทางการปกครองของ อาร์เตต้า จริงๆอย่างที่โดนวิจารณ์ก็ได้

สำคัญที่สุดคือจากนี้ห้ามเกิดเรื่องแบบนี้อีกและเขาจะต้องหาวิธีจัดการ ไม่อย่างนั้นมันจะส่งผลกระทบในสนามด้วย

ไม่อย่างนั้นคนที่ลำบากจะเป็น อาร์เตต้า เองนั่นแหล่ะ ไม่ใช่ใครเลย

ได้อ่านเรื่องราวภายในแคมป์ปืนโตกันไปแล้ว ใครอยากประสบความสำเร็จรวดเร็วทันใจละก็ให้ Sbobet777 ช่วยคุณสิ รับรองว่าชื่อนี้การันตีความสำเร็จและมั่งคั่ง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777SBTZ หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

 

Facebook Comment