breadcrumb symbol ข่าว

[ "อารอน" ผู้ถูกลืม ]

อัพเดตเมื่อ : December 09, 2020 5:49am โดย : admin

เกมสุดท้ายของ อารอน แรมซี่ย์ ในสีเสื้ออาร์เซน่อลเกิดขึ้นในวันที่ 18 เมษายน 2019
เป็นศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีกบุกไปเยือนนาโปลีพร้อมกลับออกมาด้วยชัยชนะ 1-0 หลังจากนั้นก่อนฤดูกาลปิดฉากไม่ได้เล่นอีกเลย
ส่วนนัดสุดท้ายในเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมฤดูกาลนั้นของปืนโตคือเกมพรีเมียร์ลีกรับการมาเยือนไบรท์ตัน
แรมซี่ย์ ไม่ได้เล่น แต่หลังสิ้นเสียงนกหวีดยาวลงมาในสนามตามธรรมเนียม สวมสูทเป็นระเบียบเรียบร้อยพร้อมเพื่อนๆ เดินขอบคุณสาวกที่ให้กำลังใจและสนับสนุนมาตลอดทั้งฤดูกาล
กองกลางเวลช์ถึงกับร่ำไห้ปล่อยโฮออกมาด้วยความสะเทือนใจ โมเมนต์สุดท้ายที่จะได้อยู่ท่ามกลางกูนเนอร์สที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยมคงต้องจดจำไม่มีวันลืม
เท่าที่ผ่านมา แรมซี่ย์ ได้รับการสนับสนุนจากแฟนบอลอาร์เซน่อลมาตลอด 11 ปีที่รับใช้ทีม
เขาย้ายจากคาร์ดิฟฟ์มาในปี 2008 ตอนนั้นวัยเพียงแค่ 18 ฝากผลงานไว้อย่างยอดเยี่ยมเกินอายุ ลงเล่นทุกรายการ 21 นัด ทำไป 2 ประตูกับอีก 3 แอสซิสต์ ซึ่งถือว่าเยอะมากๆ
แมวมองของหลายสโมสรแวะเวียนมาคาร์ดิฟฟ์ไม่ขาดสาย ทั้งสเปอร์ส , เอฟเวอร์ตันและแมนฯยูไนเต็ด
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ถึงกับไหว้วานให้ ไรอัน กิ๊กส์ ไปกล่อมด้วยตัวเอง หวังจะโน้มน้าวจิตใจตั้งแต่มกราคม 2008 แต่ทางคาร์ดิฟฟ์ไม่ยอมปล่อยให้ง่ายๆ
กระทั่งมาเจอข้อเสนอของปืนโตในซัมเมอร์นั่นแหล่ะ เลยใจอ่อนเพราะได้มาตั้ง 4.8 ล้านปอนด์ มากจริงๆสำหรับดาวรุ่งที่มาจากเดอะ แชมเปี้ยนชิพ แทบจะโนเนมมาก ไม่ได้พิสูจน์ผลงานอะไรชัดเจน
อย่างไรก็ตาม แรมซี่ย์ เองดูจะเชื่อมั่นในตัว อาร์แซน เวนเกอร์ มากกว่า เฟอร์กี้ นี่คือกุนซือนักปั้นมือทอง สามารถเจียระไนก้อนกรวดให้กลายเป็นเพชรน้ำงามล้ำค่ามานับไม่ถ้วน
ฤดูกาลแรกในชุดอาร์เซน่อล แรมซี่ย์ ได้ลงสนามบ้าง แต่ไม่มากนัก ยังต้องใช้เวลาเรียนรู้และปรับตัวพอสมควร
พอซีซั่นต่อมาจึงถูกปล่อยให้น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์และคาร์ดิฟฟ์สังกัดเก่ายืมไปใช้งานพลางๆ นั่นเองช่วยให้ แรมซี่ย์ แข็งแกร่งขึ้นเมื่อกลับมาอีกครั้ง
ฤดูกาล 2013/14 น่าจะเป็นช่วงพีกสุดๆของ แรมซี่ย์ เพราะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้อย่างน่าแปลกใจ จากนักเตะที่ดูดาดๆ แทบไม่มีอะไรโดดเด่น เขากลับโชว์ศักยภาพทั้งยิงและแอสซิสต์แบบต่อเนื่อง
บอลออกจากเท้า แรมซี่ย์ แทบจะได้ลุ้นประตูตลอด นอกจากนี้ยังสอดขึ้นไปซัดเองได้บ่อยหน มีการหาตำแหน่งได้ดีมากๆ ถือเป็นพัฒนาการที่ไม่มีใครคาดคิดเลยทีเดียว
ว่ากันว่า แรมซี่ย์ ทุ่มเทกับการซ้อมหนักมากขึ้นเรื่อยๆ มีการเพิ่มเติมจากคอร์สปกติ จนฝีเท้ากระเตื้องขึ้นตามลำดับ
เขาให้ความสำคัญกับเรื่องของความเร็ว เพราะรู้ว่าคือจุดอ่อน บางครั้งมักจะโดนเพื่อนร่วมทีมล้อด้วยซ้ำ
อย่างตอนอาร์เซน่อลมาทัวร์ปรีซีซั่นที่เวียดนาม แล้วมีแฟนบอลวัยรุ่นรายหนึ่งวิ่งตามรถโค้ชเป็นระยะทางนับกิโล สปีดคงที่แทบไม่ลดลง จนทางทีมงานเห็นแล้วประทับใจมาก ถึงกับยอมจอดรถให้ขึ้นมาชักภาพกับพวกนักเตะ
ตอนนั้นเพื่อนร่วมทีมยังอำด้วยว่า ไอ้หนุ่มเวียดนามคนนี้วิ่งเร็วกว่า แรมซี่ย์ ซะอีก
แม้จะหัวเราะเอิ๊กอ๊ากด้วยความสนุกสนานตามการหยอกเย้าของเพื่อนฝูง แต่ลึกลงไปแล้ว แรมซี่ย์ เก็บมาคิดและต้องการจะปรับปรุงให้ดีขึ้น
นั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญ ทำให้เขากลายเป็นแข้งแถวหน้าของอาร์เซน่อลและบ่อยครั้ง เวนเกอร์ มักจะยกมาเป็นตัวอย่างไว้เป็นกรณีศึกษา เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับแข้งรายนี้ไม่ได้มาจากพรสวรรค์เป็นหลัก แต่มากกว่าคือเรื่องพรแสวง
ซีซั่น 2014/15 ยังกดไปอีก 10 ประตูกับอีก 8 แอสซิสต์ อีกทั้งพิสูจน์ให้เห็นว่าเล่นได้ครอบคลุมหลากหลายในแดนกลาง ทั้งบทบาทศูนย์กลางเป็นห้องเครื่อง ด้วยสไตล์วิ่งพล่านทำงานหนัก คอยไล่ตัดเกมและเชื่อมจากหลังไปหน้า
หรือขยับขึ้นไปเล่นเบอร์ 10 เป็นตัวรุกคอยปั้นก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน การันตีได้จากจำนวนประตูและแอสซิสต์
ปัญหาเดียวที่ฉุดให้ผลงาน แรมซี่ย์ ไม่ค่อยต่อเนื่องนัก น่าจะเป็นเรื่องอาการบาดเจ็บที่คุกคามอยู่บ่อยๆ
อย่างไรก็ตามเขายกระดับตัวเอง กลายเป็นแข้งสำคัญแถวหน้า ยิ่งในช่วงปืนโตขาดแคลนและเสียนักเตะแกนหลักอย่างต่อเนื่องด้วยแล้ว เวนเกอร์ จึงหวงแหนมากๆ
มกราคม 2018 อาร์เซน่อลยื่นข้อเสนอใหม่ให้ แรมซี่ย์ หวังจะขยายสัญญาออกไปอีก เพราะเมื่อถึงกลางปี 2019 จะครบเทอมแล้วจำเป็นต้องรีบเจรจาให้จบ
แต่คราวนี้ แรมซี่ย์ เริ่มไม่มั่นใจอีกต่อไป หากยังอยู่ต่อไปโอกาสจะประสบความสำเร็จคงน้อยมากๆ เต็มที่ได้ลุ้นแค่แชมป์เอฟเอคัพ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่น่าท้าทายอีกต่อไป
นอกจากนี้ยังได้สัญญาณเตือนไม่ดีเกี่ยวกับอนาคตของ เวนเกอร์ เจ้านายคู่บุญ ซึ่งนับถือมาตลอดด้วย
จากกลิ่นเริ่มโชยไม่ค่อยจะดีนักนี่เอง ทำให้ แรมซี่ย์ ประวิงเวลาไปก่อน ไม่รีบร้อนที่จะตัดสินใจยืดสัญญา แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะพอเข้าเดือนเมษายน เวนเกอร์ ก็ประกาศสละเก้าอี้กุนซือที่ครอบครองมานานถึง 22 ปี
นั่นยิ่งทำให้ แรมซี่ย์ มั่นใจมากว่าจะไม่อยู่อาร์เซน่อลแน่นอน รออีกหนึ่งปีให้ฉบับปัจจุบันหมดค่อยย้าย ซึ่งถึงเวลานั้นเขาจะกุมความได้เปรียบแทบทุกอย่าง โดยเฉพาะการต่อรองค่าจ้างกับสังกัดใหม่
ด้วยความที่ตกอยู่ในสถานะของฟรีและมีคุณภาพ จึงมีข่าวโยงกับสโมสรใหญ่มากมาย กระทั่งกุมภาพันธ์ 2019 ยูเวนตุสก็ประกาศคว้าตัว แรมซี่ย์ ซึ่งเป็นฟรีเอเจนต์เรียบร้อย
เหตุผลที่ แรมซี่ย์ จิ้มมาที่ยูเว่ ส่วนหนึ่งต้องการประสบความสำเร็จ อีกส่วนคือไม่อยากย้ายมาสโมสรในพรีเมียร์ลีก อาจทำลายความรู้สึกของกูนเนอร์สทั้งหลายได้ ถือเป็นการรักษาน้ำใจด้วย
นอกจากนี้เรื่องเงินค่าจ้างซึ่งลือกันว่าสูงถึง 400,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวแปรเช่นกัน
ตัวเลขนี้ไม่มีการยืนยัน ข้อมูลจากบางแหล่งระบุว่า 225,000 ปอนด์เท่านั้น แต่ไม่ว่าอย่างไรก็จำนวนมหาศาลอยู่ดี
มันน่าตื่นเต้นที่นักเตะจากเวลส์จะได้ไปโลดแล่นวาดลวดลายกับยักษ์ใหญ่ในเซเรีย อา หลังไม่เคยเกิดขึ้นเลยนับตั้งแต่ เอียน รัช ในกลางทศวรรษ 80
แรมซี่ย์ มั่นใจว่าเป็นการเลือกที่ถูกต้อง แม้รู้ดีว่าต้องขับเคี่ยวแย่งตำแหน่งตัวจริงหนักหน่วง
แต่ความจริงคือมันเป็นการตัดสินใจที่ผิดต่างหาก
------------------
ฤดูกาล 2019/20 แรมซี่ย์ ลงเล่น 35 เกม ยิงได้เพียง 4 ประตูกับ 1 แอสซิสต์เท่านั้น ถือว่าน้อยมากๆ
ไม่น่าแปลกใจว่ามีข่าวจะโดนปล่อยตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลใช้ไม่คุ้มค่าจ้าง ต่อให้ได้มาแบบฟรีๆก็ตาม
ฟอร์มดร็อปไม่ว่า ยังประสบปัญหาอาการบาดเจ็บต่อเนื่องด้วย ถือว่าน่าผิดหวังเหลือเกิน
อย่างไรก็ตามการเขี่ยพ้นจากทีมไม่ใช่เรื่องง่าย แรมซี่ย์ กินค่าจ้างแพง เรื่องอะไรจะย้ายไปเพื่อรับน้อยกว่าเดิม ขอทนอยู่ไปก่อนดีกว่า
ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา มีข่าวแรงเลยว่า โชเซ่ มูรินโญ่ สนใจยืมมาใช้พลางๆ แต่สู้ค่าเหนื่อยไม่ไหว ต้องถอยออกมาก่อนเลยต้องค้างอยู่อย่างนั้นต่อไป
ซ้ำร้ายยิ่งกว่าคือภายใต้การนำทัพของ อันเดรีย ปีร์โล่ กุนซือคนใหม่ สไตล์ของ แรมซี่ย์ ไม่ตอบโจทย์อีกด้วย
ตั้งแต่เปิดซีซั่นใหม่นี้เล่น 10 นัดทุกรายการทั้งตัวจริงและสำรอง ยังไม่ยิงประตูเลย ทำได้เพียงแค่แอสซิสต์เดียวเท่านั้น
ยูเว่เลยไม่คิดจะเก็บไว้อีกแล้ว แบกค่าเหนื่อยก้อนใหญ่ รวมภาษีด้วยเกือบปีละ 20 ล้านปอนด์ แล้วสโมสรเริ่มมีปัญหาการเงิน จำต้องรัดเข็มขัด
สัญญาของ แรมซี่ย์ ยังอยู่ยาวถึงปี 2023 ซึ่งระยะเวลาอีกนานนี่เอง สร้างความหนักใจให้ยูเว่มากว่าจะหาทางออกอย่างไร ให้ยืมก็ต้องแบกภาระเรื่องค่าจ้างบางส่วนอยู่ดี
ส่วนตัวนักเตะเริ่มสูญเสียความมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ มันเคว้งคว้างเหลือเกิน เหมือนถูกหมางเมินมองข้าม
จากนักเตะทรงคุณค่าของอาร์เซน่อล ปัจจุบันไม่หลงเหลือคราบไคลอย่างว่าเลยสักนิดเดียว ได้แต่นับถอยหลังรอย้ายเท่านั้น
ส่วนใครกำลังหาเว็บไซด์ทรงคุณค่าอยู่ล่ะก็นี่เลย MYSBOBET พร้อมบริการตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment