breadcrumb symbol ข่าว

[ #การเสียสละคือชัยชนะ ]

อัพเดตเมื่อ : December 19, 2020 2:24am โดย : admin

หลังจากสร้างประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ไร้เทียมทานนำแมนฯยูไนเต็ดครองทริปเปิ้ลแชมป์ในปี 1999 ความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

การได้พรีเมียร์ลีก , เอฟเอคัพและยูฟ่า แชมเปี้นส์ ลีกในปีเดียวกันและช่วงเวลาห่างกันไม่ถึงเดือน ถือว่ามาสุดทางแล้ว คงไม่มีเกียรติยศอะไรจะน่าภาคภูมิและปลาบปลื้มไปกว่านี้

แผนรีไทร์หรือเกษียณตัวเองจากผู้จัดการทีม จึงเริ่มผุดขึ้นมาบ้าง แม้ลึกๆแล้วยังมีความท้าทายกระหายที่จะเดินหน้าไล่ล่าความสำเร็จต่ออีกก็ตาม

ฤดูกาล 2000/01 หลังผ่านสหสวรรษใหม่ แมนฯยูไนเต็ดไม่อาจป้องกันแชมป์ยุโรปได้ก็จริง แต่ยังคงรักษาระนาบความยอดเยี่ยมในประเทศได้ ผงาดพรีเมียร์ลีก 3 สมัยติดต่อกัน

ถึงตรงนั้นไม่มีอะไรที่ เฟอร์กี้ ต้องการอีกแล้ว อีกทั้งอายุครบ 60 ปีเต็ม เป็นเวลาพอเหมาะที่จะวางมือเหมือนคนทั่วไป หันไปใช้ชีวิตสบายๆกับครอบครัว

เท่าที่ผ่านมา เฟอร์กี้ กรำงานมาอย่างหนักตลอด เริ่มตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะอาชีพ ตามด้วยรับบทผู้จัดการทีม ระหว่างนั้นเพื่อดูแลสมาชิกในบ้านให้มีกินมีใช้อย่างเต็มที่ ต้องไปหาอาชีพเสริมเปิดผับอีกต่างหาก

การเปิดผับในยุคนั้นไม่ง่ายเลย นอกจากแก้วสวยๆจะโดนจิ๊กหายประจำแล้ว ยังต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเป็นพยานหรือให้ปากคำ เวลามีเรื่องทะเลาะวิวาทอีกต่างหาก

เฟอร์กี้ ยอมรับว่ามเวลาให้ลูกชายทั้งสามคนน้อยมาก ฉะนั้นนี่คือช่วงเหมาะสมที่จะย้อนไปชดใช้คืน

15 ปีบนเก้าอี้ผู้จัดการทีมแมนฯยูไนเต็ดก็น่าจะมากพอแล้วเช่นกัน ได้วางรากฐานและระบบต่างๆจนเสถียรแน่นหนา

ในขณะเดียวกัน เฟอร์กี้ ไม่ต้องการปักหลักในตำแหน่งนี้นานเกินไป เพราะไม่อย่างนั้นถึงเวลาที่ต้องเปิดหมวกลาจริงๆ มันอาจเกิดปัญหาตามมาหลายอย่าง

อย่างแรกคือยากมากๆที่จะหาตัวแทนเหมาะสมแบบใกล้เคียงมาเป็นทายาทสืบทอดอำนาจ

มันไม่ใช่แค่ผู้จัดการทีมคนใหม่จะต้องมีฝีมืออย่างเดียว แต่ยังต้องลึกซึ้งเข้าใจวัฒนธรรมความเป็นแมนฯยูไนเต็ดด้วย

ดังนั้นจึงตัดสินใจแจ้งเจตนากับ มาร์ติน เอ็ดเวิร์ดส์ ประธานสโมสร ผู้ซึ่งร่วมกอดคอฝ่าอุปสรรคกันมากมาย กว่าจะยืนหยัดได้อย่างสง่างาม

แน่นอน เอ็ดเวิร์ดส์ จะต้องคัดค้าน ใครจะปล่อยให้บุคคลสำคัญและเป็นเหมือนสัญลักษณ์ออกไปง่ายๆ

วิธีการโน้มน้าวหรือเกลี้ยกล่อมต่างๆ จึงเริ่มขึ้น แต่ทาง เฟอร์กี้ ก็ยืนยันมั่นเหมาะ ด้วยเหตุผลต่างๆนานา ซึ่งฟังแล้วก็มีน้ำหนักมากพอเช่นกัน

ทางออกดีสุด รวมทั้งเหมือนเป็นการซื้อเวลาไปด้วย คือให้กลับไปใคร่ครวญทบทวนดูดีๆ จากนั้นค่อยมาให้คำตอบอีกทีก็ได้

จริงๆ เฟอร์กี้ เองอยากจะตะโกนไปเลยว่า ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว ทุกอย่างผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดี แต่ก็ยังรู้สึกเกรงใจ ไม่อยากจะหักหาญความรู้สึกมากเกินไป

อีกทั้งคิดว่าควรจะขอความเห็นจากภรรยาและลูกๆด้วย แม้เท่าที่ผ่านสมาชิกครอบครัวจะไม่เคยไม่ยุ่มย่ามวุ่นวายเรื่องหน้าที่การงานของเขาเลยก็ตาม

ด้านพวกผู้บริหารเองกังวลไม่น้อย เตรียมพร้อมหากุนซือคนใหม่มาทำหน้าที่แทนแล้ว คิดว่าคงยื้อได้แค่จนจบฤดูกาลเท่านั้น รู้นิสัย เฟอร์กี้ กันดีว่าลองถ้าตั้งใจจริง ไม่มีทางขวางสำเร็จหรอก

สเวน โกรัน อีริคส์สัน ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษคือลิสต์หลักที่จะทาบทามมารับไม้ผลัดต่อ รวมทั้งมีชื่อ มาร์ติน โอนีล พัวพันด้วยเช่นกัน

แต่ไม่ว่าอย่างไรภารกิจแรกคือการเปลี่ยนใจ เฟอร์กี้ ให้ได้

ไม่มีใครรู้ว่า เอ็ดเวิร์ด หรือบอร์ดบริหารคนไหน ใช้แผนเข้าทางหลังบ้านหรือเปล่า

ถ้าใช่จริงๆต้องยอมรับว่าล้ำลึกเหนือชั้นมากๆเลยทีเดียว

------------------

คริสมาสต์ปี 2001 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ฉลองเทศกาลสำคัญกับครอบครัวตามปกติเหมือนที่เคยทำมาทุกปี

สมาชิกอยู่กันพร้อมหน้าเช่นเคย เสียงเพลง We Wish You a Merry Christmas อวลไปทั่ว ช่วยขับบรรยากาศให้สดชื่นมากยิ่งขึ้น เฟอร์กี้ เดินอมยิ้ม รับและกล่าวคำอวยพรแทบไม่ได้หยุดเลย

ระหว่างที่ทุกคนกำลังสนุกสนานอยู่นั้น เฟอร์กี้ ปลีกตัวมานอนเล่นที่โซฟา กระทั่งเผลอกลับไปได้สัก 10 นาที แล้วรู้สึกตัวมีเสียงหนึ่งปลุกให้ตื่น

เคธี่ ภรรยาเป็นคนมาสะกิดเอง ก่อนจะบอกว่าเธอและลูกๆอีก 3 คนมานั่งคุยกัน ก่อนจะได้ข้อสรุปว่า เฟอร์กี้ ควรทำงานต่อไป ไม่ต้องรีบเกษียณ

ว่าแล้วก็อ้างเหตุผลมา 3 ข้อด้วยกัน 1.เฟอร์กี้ ยังแข็งแรงมีสุขภาพดี ไร้ปัญหาโรคประจำตัว 2.สำหรับผู้จัดการทีมฟุตบอลอายุ 60 เร็วเกินไปที่จะรีไทร์

และ3.คือเธอไม่อยากให้ เฟอร์กี้ อยู่บ้านทั้งวัน ไม่อย่างนั้นต้องรับมือหนักฟังเสียงบ่นตลอด!

เฟอร์กี้ เลยต้องเปลี่ยนใจ แล้วมาทบทวนภายหลังว่าเหตุผลทั้ง 3 ข้อที่ว่ามานั้น คงไม่ใช่เป็นเรื่องจริงทั้งหมดหรอก

เรื่องจริงยิ่งกว่าจริงก็คือ ทั้งภรรยาและลูกทุกคนต่างรู้ดีว่าเขาหลงใหลงานมากแค่ไหน เป็นคนที่บ้าคลั่งไคล้ในอาชีพนี้มาก อาจเพราะชอบฟุตบอลมันไหลพล่านอยู่ในสายเลือด

แต่ที่ยอมรีไทร์ส่วนหนึ่งเพราะต้องการมีเวลาให้ครอบครัว มันเป็นเหมือนการเสียสละของคนที่เป็นผู้นำ แม่และลูกๆเลยตกลงกันว่าให้พ่อทำต่อไปนั่นแหล่ะ มันคือความสุขที่ไม่มีอะไรมาทดแทนได้อีกแล้ว

เฟอร์กี้ ไม่อยากคิดว่า 10 นาทีที่งีบไปแล้วตื่นขึ้นมา จะกลายเป็นการเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์แมนฯยูไนเต็ดและวงการฟุตบอล

เพราะถ้าเมียและลูกๆว่ามาอย่างนี้ เขาก็ไม่จำเป็นต้องขัดเลย เดินหน้าต่อไปอย่างไร้กังวล

แม้จะต้องกลืนน้ำลายตัวเอง หลังจากที่มีข่าวออกไปแล้วก็ตาม

---------------

คริสต์มาสปี 2012 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คิดหนักเกี่ยวกับอนาคตตัวเองอีกครั้ง

เขานั่งเก้าอี้ตัวเดิมมายาวนาน 26 ปีเข้าไปแล้ว สุขภาพร่างกายเริ่มไม่เหมือนเดิม ด้วยวัย 72 ปีแม้จะยังมีไฟในการทำงาน แต่สังขารไม่เอื้ออำนวย

ขณะเดียวกัน เคธี่ เพิ่งสูญเสียน้องสาวที่สนิทกันมากๆ เป็นเหมือนเพื่อนที่ตัวติดกันตลอดเวลา ทำให้รู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยว ลูกหลานอาจจะมาเยี่ยมเยียนบ้างแต่ไม่ได้อยู่ด้วยทุกวัน

ตลอดเวลา 47 ปี เคธี เสียสละดูแลครอบครัวอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นสามีหรือลูก เป็นการทำงานหนักอยู่เบื้องหลังที่หลายคนไม่เคยรู้

เฟอร์กี้ จึงตัดสินใจรีไทร์เมื่อฤดูกาล 2012/13 ปิดฉากลง จะเป็นการลงจากเก้าอี้อย่างถาวร

เขานำเรื่องนี้ไปบอกกับครอบครัวบ้างแล้ว ไม่ได้มีเสียงคัดค้านอะไรทั้งสิ้น ทุกคนเห็นคล้อย เพราะถึงเวลาเหมาะสมจริงๆ

ในเดือนมีนาคม 2013 เฟอร์กี้ ตั้งใจจะแจ้งเรื่องนี้กับสต๊าฟฟ์ที่ร่วมหัวจมท้ายกันมายาวนาน รวมทั้งนักเตะทุกคนด้วย แต่อยากจะให้เป็นความลับไปก่อน อย่าเพิ่งแพร่งพรายออกไป

จากนั้นจะบอก มาร์ติน น้องชาย แล้วค่อยรอโอกาสแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ แต่โชคร้ายไม่เป็นไปตามแผน เสียงกระซิบนินทาลือไปต่างๆนานาเริ่มดังขึ้น

กระทั่งมีการประกาศทางการที่ช็อกทั้งวงการและแฟนบอลแมนฯยูไนเต็ด

เฟอร์กี้ บอกประโยคหนึ่งว่าเท่าที่ผ่านมาเขาต้องการเป็นผู้ชนะมาตลอดและก็ได้ดั่งใจมาแล้ว

ถึงเวลาที่จะต้องยอมถอยจากการชนะในเกมบ้าง เพื่อมอบของขวัญที่ล้ำค่าให้กับภรรยา

แต่การเสียสละอย่างนี้แหล่ะคือวิถีของผู้ชนะที่แท้จริง

การเสียสละนำพามาซึ่งชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ แต่หากใครอยากมีเงินใช้จ่ายด้วยวิธีง่ายๆแบบไม่เพ้อฝัน ลองพิจารณา Sbobet777 ดูสิครับ รับประกันเลยว่าเจอความสำเร็จและมั่งคั่ง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777SBTZ หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

Facebook Comment