breadcrumb symbol ข่าว

" 3 ประเด็นหลังเกม ไทยลีก วีคที่ 16 (วันเสาร์ที่ 26 ธ.ค. 2020) "

อัพเดตเมื่อ : December 27, 2020 7:31pm โดย : ส่างปา

คอลัมน์ใหม่แกะกล่องที่จะหยิบยก 'ประเด็น' ของฟุตบอลไทย มาเป็นข้อๆ โดย 'ส่างปา' เด็กหนุ่มผู้ชื่นชอบกีฬาลูกหนังเป็นชีวิตจิตใจที่จะชำแหละเรื่องต่างๆ ให้คุณผู้อ่านได้ร่วมแสดงความคิดเห็นกัน!!
--------
[ 1 ] บุรีรัมย์คัมแบ็กและ VAR ที่พัง (อีกแล้ว)
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คือสโมสรเบอร์หนึ่งของเมืองไทย ในแง่ความสำเร็จ พวกเขากวาดแชมป์มากมายหลายรายการ เอาแค่ ไทยลีก ก็กดไปแล้ว 7 สมัย ถือว่ามากที่สุดในประเทศ แต่ฤดูกาล 2020-21 เหมือนจะไม่ใช่ปีที่ดีนักของปราสาทสายฟ้า
แข่งไป 16 เกม แพ้ไปแล้ว 6 ถือว่าผิดวิสัยของยอดทีมแห่งแดนอีสานจริงๆ ทว่ายี่ห้อ เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรนั้น คิดไว-ทำไว อยู่แล้ว 
ทีมปราสาทสายฟ้าเลยจัดการเปลี่ยนแแปลงตัวผู้เล่นต่างชาติแบบ 'ยกแผง' อีกครั้ง หลังจากทำมาแล้วในช่วงตลาดนักเตะรอบพิเศษ แต่ดูเหมือนว่านักเตะเซ็ตนี้จะเป็น 'ของจริง' ที่สามารถตอบโจทย์ได้ทันที
ผลงานการบุกไปเอาชนะ ชลบุรี เอฟซี ได้ถึงถิ่น 2-0 กับฟอร์มที่สอบผ่านของผู้มาใหม่ทั้ง แบรนดอน โอนีล, ซามูเอล โรซา, ไมคอน มาร์เกส และ อ่อง ตู ต่างสร้างความอุุ่นใจให้แฟนๆ ว่าเลกที่สอง บุรีรัมย์ ที่ครั่นคร้ามจะกลับมาอีกครั้ง
เมื่อผนึกกับแข้งไทยวัยกำลังเดือดทั้ง รัตนากร ใหม่คามิ, ศศลักษณ์ ไหประโคน, ศุภชัย ใจเด็ด, สุภโชค สารชาติ รวมไปถึง ศุภณัฐ เหมือนตา ยิ่งทำให้ความมีชีวิตชีวากลับคือ ช้าง อารีน่า ได้ไม่ยาก
ทว่าก็มีหลายคนเสียดาย เรนาโต้ เคลิช เซนเตอร์ฮาล์ฟชาวโครเอเชีย ที่กำลังปรับตัวได้แท้ๆ แต่ต้องเปิดทางให้ ดิเกา ปราการหลังคนใหม่ที่จะได้เปิดตัวในไม่ช้า 
อย่างไรก็ตาม รูปทรงของทีมปราสาทสายฟ้าเริ่มมั่นใจทีละนิด พวกเขาเก็บชัยชนะในลีกได้เป็นเกมที่ 4 ติดต่อกัน แม้ว่าการลุ้นแชมป์จะดูไกลตัวไป ทว่าในโลกของฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้ 
ส่วนอีกหนึ่งประเด็นที่จะไม่เขียนถึงคงไม่ได้ กับเรื่องวิดิโอผู้ช่วยผู้ตัดสิน หรือ VAR ที่เกิดอาการ 'ดับ' กลางคัน (อีกแล้ว) 
เงินค่าใช้ VAR ที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย จ่ายให้กับ บริษัท ไอ-สปอร์ต จำกัด นั้นไม่ใช่ตัวเลขน้อยๆ เพราะต่อ 1 เกม นั้นมีมูลค่า 80,000 กว่าบาท แต่ปัญหาเดิมๆ กลับเกิดขึ้นซ้ำซาก 
เรื่องนี้น่าสนใจว่าต่อจากนี้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย และ ไอ-สปอร์ต จะทำเช่นไรต่อไป เพราะถ้ายังพังระหว่างเกมแบบนี้บ่อยๆ คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ อีกทั้งราคาค่าจ้างก็ไม่ใช่น้อยๆ แต่กลับไร้มาตรฐานเช่นนี้ มันดูไม่เป็นมืออาชีพเอาเสียเลย
--------
[ 2 ] เกมหนืดๆ แต่ 3 คะแนนของ บีจี
เกมที่ ลีโอ สเตเดี้ยม แม้ว่าอันดับระหว่าง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด กับ พีที ประจวบ เอฟซี จะห่างกันแสนไกล แต่ใจของกุนซือทั้งสองทีมนั้นแน่นแฟ้นเกินคำบรรยาย
ดุสิต เฉลิมแสน ปะทะ ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล คู่นี้เขาเป็นพี่-น้องที่ซี้ย่ำปึ้ก แต่ในสนามนั้นยกคำๆ นี้ออกไปก่อน 
แน่นอนว่า 'โค้ชวัง' ธวัชชัย ย่อมรู้ดีว่าเป็นรองอยู่หลายขุม และก็รู้ดีเช่นกันว่าจะจัดการกับแท็กติกของรุ่นพี่อย่างไร เขาจึงตรึงกำลังเกมรับแบบแน่นหนาไม่ให้ บีจี เล่นได้ง่าย อีกทั้งยังพยายามปิดจุดเด่นของทีมกระต่ายแก้วอย่างลูกกลางอากาศได้เสียสนิท
เสียดายที่ต่อพิฆาตไม่มี วิลเลียม เอ็นริเก้ ซึ่งติดโทษแบน ทำให้ทีเด็ดในเกมสวนกลับดูจะลดประสิทธิภาพลงไปหลายเท่าตัว
รูปเกมที่ออกมาจึงค่อนข้างอึดอัด ทางด้าน 'โค้ชโอ่ง' ดุสิต เองก็รู้จักรุ่นน้องดีไม่แพ้กัน เขาเองก็พยายามหาทางเจาะแนวรับทีมเยือนให้ได้ แต่ด้วยความที่ บีจี ในเวลานี้ยังไม่มีกองหน้าที่สามารถสร้างความแตกต่างได้ ทำให้ต้องเล่นอย่างอดทนรอจังหวะที่คู่ต่อสู้ผิดพลาด
และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ กับจังหวะที่ บีจี ขึ้นนำ 1-0 เพราะมันคือความผิดพลาดส่วนบุคคลที่ อัดนาน โอราโฮวัช จับบอลไม่ดี จนเป็นเหตุให้ถูก สุมัญญา ปุริสาย ลงโทษในที่สุด
ส่วนประตูที่ 2 ก็มาจากจุดโทษ ซึ่ ขวัญชัย สุขล้อม นายทวารของ ประจวบ ก็หมดปัญญาจะป้องกัน
จากชัยชนะเหนือ ประจวบ ทำให้ บีจี เก็บ 3 คะแนน ได้ 7 เกม ติดต่อกัน นำห่าง การท่าเรือ เอฟซี ที่แข่งน้อยกว่า 2 นัด อยู่ 10 คะแนน ถือเป็นการโกยแต้มโยนความกดดันให้คู่แข่งไปโดยปริยาย
แถมตอนนี้ยังได้เห็น ดีโอโก้ ลุยส์ ซานโต้ ลงสนามแล้วด้วย แม้จะยังดูไม่ใช่ ดีโอโก้ คนเดิม แต่รอเวลาอีกนิด พอเขาปรับตัวกับเพื่อนร่วมทีมและแท็กติกได้เมื่อไหร่ กระต่ายแก้วจะติดปีกบินยาวๆ
อย่างไรก็ตามมันเป็นเหมือนดาบสองคม เพราะถ้ามีทั้ง ดีโอโก้ รวมไปถึง ธีรศิลป์ แดงดา แต่ถ้ายังชนะแบบหืดๆ เล่นด้วยแท็กติกที่เพลย์เซฟอยู่เช่นนี้ บางที บีจี อาจจะเป็นแชมป์ที่ไม่ค่อยน่าจดจำสักเท่าไหร่
--------
[ 3 ] บิวตี้ฟูลเกมที่เปลี่ยนไป
นับตั้งแต่ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ถูกแต่งตั้งให้เป็นกุนซือของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ดูเหมือนว่ากิเลนผยองจะดุดันขึ้นเรื่อยๆ แต่ละเกมพวกเขาจะเป็นฝ่ายเพรสซิ่งกดดันคู่ต่อสู้ ไม่เว้นแม้กระทั่งการออกไปเยือน
น้อยมากที่จะเห็นผู้รักษาประตูหรือแนวรับของ เมืองทอง เตะสาดจากแดนหลัง พวกเขากล้าที่จะเซ็ตบอลกันจากฝั่งตัวเอง ค่อยๆ แกะ ค่อยๆ แคะออกมา ซึ่งก็ทำได้ดีเยี่ยมจนแฟนๆ ต้องปรบมือกันบ่อยๆ
ทว่าในเกมกับ แบงค็อก ยูไนเต็ด กิเลนผยองภายใต้มันสมองของ ยูรอฟสกี้ นั้นเปลี่ยนไป
พวกเขาไม่เพรสซิ่งสูง มีหลายจังหวะสาดโด่งไปให้ แดร์เลย์ ใช้ความบึกบึนปะทะกับกองหลัง บียู และก็คุมโซนอยู่แค่กลางสนามเท่านั้น
มันผิดวิสัยของ ยูรอฟสกี้ จริงๆ
บางทีเขาอาจจะรู้แล้วก็ได้ว่าควรจะ 'ยืดหยุ่น' เป็นจังหวะ ไม่ต้องบุกอย่างบ้าระห่ำ เพราะเท่าที่ผ่านมา เมืองทอง เพรสซิ่งคู่แข่งได้ดีเฉพาะครึ่งแรกเท่านั้น พอครึ่งหลัง แม้จะทำได้ดีไม่แพ้กัน แต่นักเตะต่างก็แข้งขาอ่อนระทวยกันถ้วนหน้า
อย่างที่ตอนนี้กำลังประสบกับปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บกันแทบจะครึ่งทีม
มองในแง่บวก นี่คือสิ่งที่ ยูรอฟสกี้ กำลังได้เรียนรู้ถึงการคุมทีม เพราะเขาเพิ่งแขวนสตั๊ดเมื่อต้นปี 2020 แถมยังไม่ได้เข้าอบรมศาสตร์ลูกหนังแบบจริงๆ จังๆ ดังนั้นเรื่องแท็กติกในแต่ละวินาทีนั้นเปลี่ยนแปลงผลการแข่งขันได้เสมอ
ที่ผ่านมาที่ทำผลงานได้ดี อาจจะเป็นเพราะคู่ต่อสู้ยังจับทางไม่ถูกและคงชะล่าใจในความอ่อนประสบการณ์ของ ยูรอฟสกี้ เลยทำให้ถูกทีเด็ดของเฮดโค้ชชาวมาซิโดเนีย เล่นงาน
ต้องให้เวลากับ ยูรอฟสกี้ อีกยาวเลยล่ะ แต่ก็ไม่รู้ว่าสาวกกิเลนผยองกับบอร์ดบริหารของ เมืองทอง จะรอไหวหรือเปล่านะ

ถูกใจหรือไม่ถูกใจกับผลการแข่งขันไทยลีกกันบ้าง แต่ดูไปกับที่นี่มีแต่มันส์ยิ่งขึ้น Sbobet777  รับประกันบริการฉับไว มีดียิ่งกว่าความตื่นเต้น ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777SBTZ หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
Facebook Comment