breadcrumb symbol ข่าว

[ #ความอดทนผลิดอกผล ]

อัพเดตเมื่อ : December 27, 2020 10:58pm โดย : admin

เอมิลิอาโน่ มาร์ตีเนซ ย้ายมาอยู่อาร์เซน่อลตั้งแต่ปี 2012 ด้วยความฝันอันเจิดจ้าว่าจะแจ้งเกิดบนเวทีพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ
เขาได้คุยกับ อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมในเวลานั้น จึงเพิ่มความเชื่อมั่นว่าจะประสบความสำเร็จ ด้วยความสามารถของกุนซือเฟร้นช์และศักยภาพของนักเตะที่มีอยู่
อย่างไรก็ตาม เวนเกอร์ แจกแจงไว้เลยว่า ช่วงแรกของการย้ายมาลอนดอนต้องทำงานหนักให้มากที่สุดเพื่อพิสูจน์ตัวเอง นั่นเป็นหนทางที่จะได้ลงเล่นเป็นตัวจริง
สถานะของ เอมิ เป็นสำรองแบบถาวร แถมยังเป็นเพียงแค่มือ 3 อีกต่างหาก ต้องรอคอยโอกาสถัดจาก วอยเชียค เชสนี่ และ ลูคัส ฟาเบียนสกี้
มันเป็นช่วงเวลาที่น่าอึดอัดมากๆ ต่อให้มีดีกรีเคยลงเฝ้าเสาให้ทีมชาติอาร์เจนตินาชุดใหญ่ แต่ก็ไม่อาจช่วยอะไรได้เลย
ทางออกจึงไม่มีอะไรดีไปกว่าปล่อยให้ทีมอื่นยืมตัว ซึ่งในพรีเมียร์ลีกไม่มีใครสนใจอยู่แล้ว ตั้งมือ 3 จะไปมั่นใจได้อย่างไรว่าเหนียวหนึบพอเล่นในระดับท็อปได้
ฉะนั้นจึงต้องระหกระเหินไปเผชิญในลีกรอง เริ่มด้วยอ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด ซึ่งอยู่ไกลสุดกู่ถึงลีกทู คิดว่าน่าจะมีโอกาสมากขึ้น แต่ที่ไหนได้ลงเล่นเพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น
เอมิ เคยเล่าว่ามันเป็นความรู้สึกที่ต้องทนกล้ำกลืนรับความผิดหวังเอาไว้ เขาเคยเล่นให้ทีมชาติอาร์เจนตินาตั้งแต่เยาวชน ชุดใหญ่ก็เคยแล้ว แต่ต้องมาตกอยู่ในชะตากรรมเช่นนี้
ฤดุกาล 2013/14 ต้องย้ายบ้านอีกครั้ง คราวนี้ไปช่วยเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ซึ่งอยู่ในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ แต่ฟอร์มยังไม่น่าประทับใจนัก 20 เกมทุกรายการ ได้คลีนชีตแค่ 3 นับว่าน้อยมาก
ซีซั่นถัดมายังวนเวียนอยู่ในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ แต่เปลี่ยนมาเล่นให้ร็อตเธอร์แฮม 8 นัด เสีย 10 ประตู ทำได้ 2 คลีนชีต โดยที่มีโอกาสทำหน้าที่ให้อาร์เซน่อล 4 เกมลีก ทำไปถึง 2 คลีนชีตและเสีย 4 ประตู นับว่าไม่เลวเลย
แต่ก็อีกนั่นแหล่ะเมื่อมือ 1 กลับมาก็ต้องหลีกทาง ถอยลงไปนั่งรอคอยเวลาอยู่ที่ข้างสนาม เรียกว่าไม่มีอะไรดีขึ้นไปกว่าเดิม
เขาเคยบ่นกับภรรยาว่า ทำไมจึงต้องตกอยู่ในโชคชะตาอย่างนี้ พยายามทำงานหนักมาตลอด แต่กลับไม่ได้รับผลตอบแทนอย่างที่ต้องการเลย
ฤดูกาล 2015/16 เอมิ เฝ้าเสาทั้งหมด 13 นัดในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ โดนเจาะ 17 ประตู ได้เครดิต 5 คลีนชีตกับวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส ซึ่งช่วงนั้นยังอยู่ในลีกรองเช่นกัน
พอซีซั่นรุ่งขึ้นกลับมาอาร์เซน่อลอีกครั้ง มีโอกาสเฝ้าเสาพรีเมียร์แค่ 2 นัดยังทำได้ 1 คลีนชีต แต่พอทุกอย่างเข้าสู่สภาวะปกติ เขาก็ต้องไปนั่งที่ประจำนั่นคือสำรองข้างสนาม
ต่อให้ วอยเชียค เชสนี่ กับ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ย้ายไปเล่นที่อื่นแล้ว ทว่าสำหรับ เอมิ ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
เพราะยังมี ดาวิด ออสปิน่า ผู้รักษาประตูทีมชาติโคลอมเบียและ ปีเตอร์ เช็ก โยกมาเป็นก้างขวางคออีก
มันเริ่มจะชัดเจนว่าเขาไม่ได้อยู่ในสายตา เวนเกอร์ อีกต่อไป ย้ายมาเพื่อเป็นแค่แบ็กอัพเท่านั้น
ซีซั่น 2017/18 คราวนี้โดนปล่อยไปไกลยังลาลีกา เฝ้าเสาเคตาเฟ่แต่ก็แค่ 4 เกม เสียไป 5 ประตูและ 2 คลีนชีต ไม่โดดเด่นอะไรนัก อีกทั้งเวลาที่ได้ลงทำหน้าที่ก็น้อยเกินไปด้วย
อุตส่าห์ข้ามมาตั้งไกล ยังเป็นได้เพียงแค่มือสองอีก แล้วอย่างที่รู้ตำแหน่งผู้รักษาประตูเกิดการเปลี่ยนแปลงยากมากๆ เอมิ จึงไม่อาจสลัดหนีหลุดจากวัฏจักรเดิมๆ
เขาเคยโทรกลับไปบ้านที่อาร์เจนติน่า เล่าถึงความผิดหวังที่ต้องประสบมา พ่อกับแม่ได้แต่ปลอบให้อดทนไว้ก่อน อย่างน้อยที่สุดเงินรายได้หลักหมื่นปอนด์ที่รับนั้น ช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในครอบครัวดีขึ้นมาก
ฤดูกาล 2018/19 แม้ เวนเกอร์ จะแยกทางกับอาร์เซน่อลแล้ว แต่ตัวของ เอมิ ต้องเก็บกระเป๋าไปอยู่กับเร้ดดิ้งในฐานะแข้งยืมอีกตามเคย
5 คลีนชีตจากทั้งหมด 18 เกมในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ไม่ได้น่าจดจำอะไรนัก บางครั้ง เอมิ ก็เหมือนเล่นไปตามหน้าที่ ขาดความกระหายและแรงบันดาลใจ
การมาของ แบรนด์ เลโน่ ผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมัน ยิ่งกดทับความหวังให้เหลือเพียงแค่ริบหรี่เท่านั้น
อย่างไรก็ตามเมื่อ เช็ก แขวนถุงมือเกษียณในปี 2019 เปิดทางให้ เอมิ กลับมาฐานะแบ็กอัพของ เลโน่ เต็มตัว ไม่ต้องคอยแบ่งแยกกับใคร
กระทั่งช่วงรีสตาร์ต เกมฟุตบอลกลับมาอีกรอบหลังต้องหนีโควิด-19 เลโน่ เกิดบาดเจ็บหนักโดน นีล โมเปย์ กองหน้าไบรท์ตันเข้าหนักใส่ จนต้องพักยาวหลายสัปดาห์
เอมิ เลยต้องลุกมาจากม้าสำรองทำหน้าที่แบบต่อเนื่อง ในพรีเมียร์ลีก 9 นัดได้ 3 คลีนชีต ในยูโรปาลีก 6 นัด 2 คลีนชีต ในลีกคัพก็ได้ลงเล่น 2 เกมยังได้มา 1 คลีนชีต
ดูเหมือนว่า มิเกล อาร์เตต้า บอสคนใหม่จะให้ความไว้ใจ เอมิ มากกว่าเจ้านายคนอื่น ซึ่งก็ตอบแทนอย่างน่าพอใจ แทบไม่มีข้อผิดพลาดให้เห็น
แต่ไฮไลต์หรือโมเมนต์ที่ต้องจดจำแบบไม่ลืมคือ เกมนัดชิงเอฟเอคัพกับเชลซี ซึ่งแน่นอนว่า เลโน่ ยังฟื้นตัวไม่ทัน เอมิ เลยส้มหล่นได้รับบทบาทสำคัญ
แม้จะโดนสิงห์น้ำเงินยิงนำก่อน 1-0 แต่หลังจากนั้น เอมิ ก็ช่วยเซฟสำคัญหลายครั้ง จนนำไปสู่การกลับมาสู่ชัยชนะ 2-1 คว้าแชมป์อย่างน่าระทึก
หลังสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้ายที่เวมบลีย์ เอมิ คุกเข่าเอามือปิดหน้า น้ำตาแห่งความปิติไหลอาบสองแก้ม ไม่จำเป็นต้องอายใครอีกต่อไป
มันเป็นวันที่ต้องใช้ความอดทนในการรอคอยมานานเกือบ 10 ปี ทนฝืนรับสถานะตัวสำรองที่มีแต่ถูกหมางเมินมองข้ามมาตลอด
ในขณะที่เพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆฉลองเฮฮาปาร์ตี้กันอย่างครึกครื้น เอมิ กลับมาหยิบสมาร์ทโฟนมาโทรวีดิโอคอลล์หาครอบครัวที่อาร์เจนตินา บอกเล่าความรู้สึกที่ภาคภูมิใจสุดในชีวิตของการเป็นผู้รักษาประตู
เขายังคงร้องไห้ น้ำตาทะลักไม่หยุด แต่ไม่จำเป็นต้องอายใครเลย ภาพดังกล่าวทำให้หลายคนที่เห็นอดปลาบปลื้มแทนด้วยไม่ได้
หลังซีซั่นปิดฉาก เอมิ ยืนยันเจตนาเลยว่าต้องการย้ายทีมเพื่อโอกาสในการลงเล่นมากขึ้น หากไม่ได้เป็นมือ 1 ของอาร์เซน่อล
ทันที่ที่ได้รับข้อเสนอจากแอสตัน วิลล่า เขาได้ส่งข้อความและโทรแจ้งกับ อาร์เตต้า บอกให้ปล่อยตัวไปเถอะ อย่าให้ต้องนั่งสำรองอีกเลย โอกาสอย่างนี้ไม่ได้มีมาบ่อย
ค่าตัวของ เอมิ ในการย้ายเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมาร่วม 20 ล้านปอนด์ ทำกำไรอย่างงามให้ปืนโต
แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ เขาตอบแทนความวางใจ ดีน สมิธ กุนซือสิงห์ผยองอย่างคุ้มค่าที่สุด
เกมพรีเมียร์ลีกที่วิลล่าซึ่งเหลือ 10 ตัวเปิดบ้านถล่มคริสตัล พาเลซ 3-0 เอมิ ช่วยป้องกันหลายครั้ง จนมีส่วนสำคัญนำชัยมาสู่ทีม
ตัวเลขอันน่าประทับใจคือ ทั้งหมดในลีกที่ลงเฝ้าเสา 13 เกม ทำไปถึง 8 คลีนชีต รวมถึง 4 คลีนชีตรวดติดต่อกันหลังสุด จนวิลล่าบินสูงในเวลานี้
จากผู้รักษาประตูที่ไม่มีใครมองเห็นคุณค่า มาวันนี้เขากลายเป็นแข้งคนสำคัญของวิลล่าไปแล้ว ยกระดับตัวเองอย่างรวดเร็ว เสียเพียงแค่ 9 ประตูเท่านั้น โดยที่วิลล่าโดนยิงน้อยเป็นอันดับ 2 เป็นรองแค่แมนฯซิตี้
ความอดทน บากบั่น มุ่งมั่นที่ต้องทนมาถึง 8 ปีเต็ม ค่อยๆผลิดอกผลมากขึ้นตามลำดับ ด้วยวัยเพียงแค่ 28 หนทางยังอีกไกล พร้อมเก็บเกี่ยวเกียรติยศความสำเร็จ ชดเชยช่วงเวลาที่ต้องตกอับ
มาถึงตรงนี้ไม่ปรบมือให้ เอมิ คงใจร้ายเกินไปแล้ว
ส่วนใครเบื่อกับเว็บไซด์ที่ตกอับ ไม่ตรงเวลา อยากหันมาหาอะไรใหม่ๆก็ต้องนี่เลยกับ Sbobet777 ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777SBTZ หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment