breadcrumb symbol ข่าว

[ #นักสู้ผู้เกลียดสงคราม ]

อัพเดตเมื่อ : January 14, 2021 5:31am โดย : admin

วันที่ 11 เดือนที่ 11 ของทุกปีมีความสำคัญกับสหราชอาณาจักรมากๆ เพราะถือเป็น Remembrance Day หรือวันทหารผ่านศึกอย่างที่เราพอจะรู้กัน
เวลา 11.00 น.หรือสิบเอ็ดโมงเช้าของวันดังกล่าว ผู้คนส่วนใหญ่จะสงบนิ่งไว้อาลัยราว 2 นาที รำลึกถึงชีวิตเลือดเนื้อของทหารที่ต้องสูญเสียในสมรภูมิรบจำนวนมาก เพื่อรักษาอธิปไตยของประเทศเอาไว้
ในเมื่อทหารและเจ้าหน้าที่อีกมากมาย ต้องเสียสละเพื่อช่วยรักษาชีวิตผู้คน ดังนั้นการตอบแทนด้วยการระลึกถึงย่อมเป็นเรื่องธรรมดา
สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของวันทหารผ่านศึกคือ Royal British Legion poppy หรือดอกป็อปปี้สีแดงที่จะใช้ติดตรงหน้าอกในช่วงเวลาดังกล่าว เหมือนเป็นตัวแทนชัยชนะในสงคราม ประกาศความยิ่งใหญ่ทางกองทัพทหารอังกฤษด้วย
แน่นอนว่าพรีเมียร์ลีกหนึ่งในเครื่องหมายการค้าอันแข็งแกร่ง แสดงถึงความเป็นอังกฤษขนานแท้  เกมทุกสนามนักเตะเกือบทุกคนจะใส่เสื้อสกรีนดอกป๊อปปี้สีแดงที่หน้าอกลงหวดกันโครมๆ ถือเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันอย่างต่อเนื่อง
เอาแบบเริ่มเป็นทางการจริงๆ ในแวดวงลูกหนังผู้ดี น่าจะตั้งแต่ปี 2012 แต่ก่อนหน้านั้นเมื่อถึงวาระครบปีก็มีมาเรื่อยบันทึกไว้ว่าเลสเตอร์คือเจ้าแรกที่รณรงค์ในปี 2003
เงินที่ได้จากการจำหน่ายดอกป๊อปปี้นี่จะเข้า The Royal British Legion (องค์กรการกุศลเพื่อสงเคราะห์ทหารผ่านศึกของอังกฤษ) เพื่อช่วยเหลือพวกทหารและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากสงครามต่อไป
แต่หากใครยังจำกันได้ในปี 2018  เนมานย่า มาติช สร้างความเกรียวกราว ด้วยการปฏิเสธไม่ขอติดดอกไม้สีแดงไว้ที่หน้าอกเสื้อในแมตช์เดย์
ประสบการณ์อันเลวร้ายที่เกือบจะต้องสังเวยด้วยชีวิต มันทำให้จิตใจในวัยเด็กของเขาบอบช้ำ กลายเป็นบาดแผลจวบจนทุกวันนี้
การไม่ติดดอกป็อปปี้ไม่ได้หมายถึงรังเกียจหรือไม่เคารพบรรดาทหารที่เสียชีวิต แต่แก่นของเรื่องคือ ไม่อยากสนับสนุนการทำสงคราม เพราะไม่ใช่ทหารเท่านั้นที่ต้องสูญเสีย ยังมีผู้คนไม่รู้อิโหน่อิเหน่มากมายได้รับเคราะห์ไปด้วย
มาติช เกิดในหมู่บ้านเล็กที่ชื่อว่าวเรโล ซึ่งปลายทศวรรษที่ 80 ยังอยู่ภายใต้การปกครองของยูโกสลาเวีย อาณาจักรอันยิ่งใหญ่ที่มีผู้คนชนเผ่าต่างๆรวมตัวกัน
ในวัยเด็กยังไม่ได้ซึมซับเข้าใจกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมากมายภายในประเทศ ไม่ว่าจะเรื่องความแตกต่างของชาติพันธุ์ ความเหลื่อมล้ำทางสังคม การโดนกดขี่รังแก รีดนาทาเร้นหรือแม้กระทั่งต่างศาสนากันก็ไม่อาจอยู่ร่วมแผ่นดินกันได้
มาติช เติบโตมากับความหลงใหลฟุตบอล สนุกกับการได้เล่นทุกวัน อย่างน้อยที่สุดเป็นความบันเทิงที่หาได้ง่ายมาก ไม่จำเป็นต้องใช้เงินทองมากมาย
ในช่วงปี 1999 มาติช อายุได้ราว 11 ขวบ เริ่มจะเรียนรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศตามลำดับ บรรยากาศไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เสียงหวอเตือนหอนดังเกือบทุกชั่วโมง เสียงระเบิดแว่วมาไม่ห่างนัก เช่นเดียวกับเสียงกระสุนปืนที่ลั่นตลอดเวลา
ช่วงดังกล่าวสงครามโคโซโวกำลังระอุ สหรัฐอเมริกาและกองกำลังนาโต้ ต่างยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้อง ประกาศสงครามกับรัฐบาลเซอร์เบีย หมู่บ้านของ มาติช คือหนึ่งในเป้าหมายที่ถูกโจมตี
มันกินเวลายาวนานถึง 3 เดือนเต็มๆ ความไร้เดียงสาทำให้เขาไม่เข้าใจนักว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ รับรู้แค่ว่าจะต้องเอาตัวรอดให้ได้
มาติช ยังออกไปเล่นฟุตบอลหรือซ้อมกับเพื่อนฝูงตามปกติ กระนั้นหูตาต้องดี สติมีตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นอาจเอาชีวิตมาทิ้งได้เลย
เมื่อถามพ่อว่าเกิดอะไรขึ้น คำตอบไม่ได้กระจ่างเลย พ่อคงไม่อยากจะอธิบายอะไรมากนัก วุฒิภาวะในเวลานั้นยากจะเข้าใจถึงปมปัญหาต่างๆ
ฟุตบอลจึงเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยหล่อหลอม รวมทั้งหล่อเลี้ยงให้ความหวังยังคงอยู่ ในเมื่อมีความฝันอยากเป็นนักเตะอาชีพจะต้องก้าวไปถึงให้ได้
มันเป็นเวลาที่ต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ บางวันแทบไม่มีอะไรตกถึงท้อง แม้กระทั่งเศษขนมปัง ความหิวมันทรมานเหลือเกิน มาติช เคยสัมผัสมาเป็นอย่างดี
ประชากรในหมู่บ้านราว 1,600 คน ต่างก็ตกอยู่ในชะตากรรมที่ไม่แตกต่างกันนัก แต่กลับเกิดกลุ่มนายทุนที่พยายามเข้ามาหาผลประโยชน์ในสถานการณ์เช่นนี้
เงินทองหาลำบาก แต่ข้าวยากหมากแพงยิ่งขึ้น ครอบครัวของเขาต้องบากหน้าไปยังร้านขายของหรืออาหาร อ้อนวอนขอค้างเงินไว้ก่อน โดยจำยอมเสียดอกเบี้ยซึ่งไม่มีความยุติธรรมอะไรเลย
ความเหลื่อมล้ำในสังคมเกิดขึ้น เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากอดทนตามคำสอนของพ่อ เห็นน้ำตาของผู้ใหญ่ทีไรก็รู้สึกรันทดเสมอ
ฟุตบอลทำให้ มาติช หนีจากชีวิตอันเลวร้ายได้ เขาเข้าสังกัดทีมเยาวชนของเร้ดสตาร์ เบลเกรดในปี 2000 ใครจะไปคิดว่าอีก 9 ปีหลังจากนั้นจะได้เซ็นสัญญากับเชลซี
เขาได้เงินก้อนใหญ่จากการค้าแข้งและไม่เคยลืมอดีตอันโหดร้าย ยังมีผู้คนอีกมากมายรอความช่วยเหลืออยู่
มาติช เจียดเงินส่วนหนึ่งไปใช้หนี้ให้คนในหมู่บ้าน สะสางกันให้เรียบร้อยและนำอาหาร น้ำดื่ม สิ่งของอุปโภคที่จำเป็นมาแจกจ่ายอีกต่างหาก
และรู้ดีว่าเขามีชีวิตที่ดีขึ้นเพราะฟุตบอล ฉะนั้นจึงซื้ออุปกรณ์กีฬาทั้งลูกฟุตบอล บาสเก็ตบอล วอลเล่ย์บอลและแฮนด์บอลนำไปบริจาคตามโรงเรียน ชุมชนต่างๆ เพื่อให้ได้ฝึกทักษะ หากจะได้อะไรมากกว่าความเพลิดเพลิน ประโยชน์จากการออกกำลังกาย ก็คงหาเลี้ยงชีพแบบเขาได้
ขณะเดียวกันหน้าโบสถ์ประจำหมู่บ้าน ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนละแวกนั้น มาติช ก็ติดตั้งระบบน้ำบาดาลให้ทุกคนมาใช้ได้อย่างเต็มที่ มีหัวก็อกได้มาตรฐาน ไม่ต้องอดอยากลำบากเหมือนอย่างที่เคย
"เขาไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย จากเด็กน้อยผู้มีจิตใจอารีเมตตา เติบโตมาก็เป็นเหมือนเดิม ไม่ได้สนใจเลยว่าจะเป็นนักเตะดังมีชื่อเสียงแค่ไหน"
บอสโก้ ซาริช คุณครูใหญ่ที่โรงเรียนของ มาติช ในวัยเด็กเล่าด้วยความปลาบปลื้ม
เราจึงเข้าใจแล้วว่าทำไม มาติช จึงปฏิเสธติดดอกป็อปปี้
เพราะเขาเกลียดสงครามมากกว่าสิ่งใดทั้งหมด
---------------
การที่ เนมานย่า มาติช ต้องดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอด ตื่นมามีลมหายใจและดูพระอาทิตย์ขึ้นในอีกวัน มันเป็นอีกทางช่วยหล่อหลอมให้เขาแข็งแกร่ง
นอกจากนี้ยังมีสติมากพอที่จะรับมือยามเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่คับขันหรือกดดันอีกด้วย
สิ่งเหล่านั้นช่วยให้เขานำมาปรับใช้กับการเป็นนักเตะอาชีพ ความสุขุมเยือกเย็นยามอยู่ในสนาม การตัดสินใจที่ดีเยี่ยม ไหวพริบต่างๆ ล้วนช่วยผลักดันให้ มาติช ประสบความสำเร็จ
เหมือนที่ครูใหญ่ว่าเอาไว้ มาติช แทบไม่เปลี่ยนแปลงเลย เรียบง่ายเสมอมา โลว์โปรไฟล์ ไม่ชอบตกเป็นข่าว ไม่สนใจแฟชั่น ทรงผมหรือรอยสักอย่างแข้งดังคนอื่น
ตอนย้ายแมนฯยูไนเต็ดในปี 2017 เขายังไม่เล่นไอจีหรือสมัคแอคเคาท์อะไรทั้งสิ้น บ่งบอกน้ำเนื้อตัวตนอย่างแท้จริง
แม้จะตั้งแง่กับสงคราม รังเกียจการสู้รบที่ทำให้คนอื่นต่างได้รับผลกระทบ แต่การผ่านจุดนั้นมาได้ ทำให้ มาติช ยืนหยัดอย่างสง่างามในปัจจุบัน
จากนักเตะส่อแววจะหมดอนาคตกับแมนฯยูไนเต็ด เขาฝ่าอุปสรรคเอาชนะได้สำเร็จ ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในแกนแดนกลาง กลบจุดด้อยเรื่องวัยและความเชื่องช้า
สงครามมันสอนให้เขาเป็นนักสู้ผู้ไม่ยอมแพ้ แม้จะเป็นการต่อสู้อย่างเงียบๆก็ตาม
ส่วนใครอยากหาเว็บไซด์ที่แทบไม่มีจุดด้อย มีแต่การบริการที่ดีจากทีมงานมืออาชีพล่ะก็นี่เลย MYSBOBET ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment