breadcrumb symbol ข่าว

[ จากขาวเป็นดำใน 6 เดือน ]

อัพเดตเมื่อ : January 20, 2021 4:13am โดย : admin

ว่ากันว่าหนึ่งในเหตุผลสำคัญช่วยให้ลิเวอร์พูลพลิกล็อกช็อกโลกคว้าแชมป์ยุโรปในปี 2005 คือการเปลี่ยน ดีทมาร์ ฮามันน์ ลงมาในครึ่งหลัง
ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้จัดการทีมในเวลานั้นแก้เกมทันควัน หลังหมดครึ่งแรกโดนเอซี มิลานนำถึง 3-0 ด้วยกัน
กองกลางทีมชาติเยอรมันถูกส่งมาแทน สตีฟ ฟินแนน แบ็กขวา เพื่อช่วยให้ตรงกลางมีสมดุลมากยิ่งขึ้น รวมถึงห้ำหั่นกับแผงมิดฟิลด์ปีศาจแดงดำได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ โดยที่ 45 นาทีแรกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด
อย่าลืมว่าห้องเครื่องของมิลานมีทั้ง อันเดรีย ปีร์โล่ , คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ และ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ ซึ่งถือว่าเขี้ยวลากดินทั้งสิ้น ไหนจะ กาก้า ที่อันตายสุดๆอีกคน
เดิมทีเดอะ ค็อปต่างเชื่อมั่นว่า ฮามันน์ คงได้สตาร์ต ด้วยเหตุผลในเกมรอบรองชนะเลิศกับเชลซีก็ได้เล่นตัวจริงทั้งสองนัด แล้วทำได้ตามเป้า ไม่มีเหตุผลอะไรจะต้องจับไว้ข้างสนาม
แต่อย่างว่า ราฟา เป็นคนที่คิดหลายตลบ ยากต่อการคาดเดาจะจัดไลน์อัพอย่างไร ดังนั้น ฮามันน์ เลยได้เริ่มต้นในครึ่งหลัง ช่วยประคับประคอง สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ ชาบี อลอนโซ่
รูปเกมที่เห็นในครึ่งแรกคือเกมรับของหงส์แดงมีรอยโหว่มากๆ มิลานบุกไปทีไรโซซัดโซเซตลอด อลอนโซ่ ต้องทำงานหนัก ไม่ไหวที่จะรับมือคนเดียว อีกทั้งไม่ใช่ประเภทกลางรับขนานแท้ที่คอยปัดกวาดก่อนถึงแบ็กโฟร์
พอมี ฮามันน์ อยู่ในสนามเรียบร้อย จึงมอบความอิสระให้ เจอร์ราร์ด พุ่งไปข้างหน้าอย่างเต็มที่เพื่อทวงประตูกลับมา ส่วน อลอนโซ่ ก็เติมขึ้นไปเสริมความดุดันได้ ไม่ต้องพะวงหลังบ้านมากเกินไป
เมื่อบวกกับความย่ามใจของบรรดาผู้เล่นมิลาน ซึ่งเชื่อว่าจะต้องได้แชมป์สบายๆ สมาธิไปอยู่การฉลองแล้ว จึงโดนลงโทษอย่างน่าเจ็บปวด
ความจริงที่หลายคนไม่รู้มาก่อนคือช่วงท้ายเกม ฮามันน์ ได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณเท้าขวา แต่ไม่ยอมออกมาให้ทีมแพทย์ดูที่ข้างสนาม ฝืนเล่นต่อไปเรื่อยๆ ด้วยความที่หวั่นว่าทีมจะเสียเปรียบ
อีกทั้งตอนนั้นลิเวอร์พูลเปลี่ยนผู้เล่นครบทั้ง 3 คนแล้ว หากเขาแสดงให้เห็นว่ามีปัญหาจริงๆ จะกลายเป็นจุดอ่อนของทีม อาจทำให้ฝ่ายตรงข้ามไหวตัวทันหาวิธีโจมตีได้ง่ายๆ
เขาจึงต้องต่อสู้ทั้งกับผู้เล่นมิลานและอาการบาดเจ็บที่ซ่อนเร้นเอาไว้ไม่ให้ใครรู้
หลังจากมีส่วนร่วมสำคัญกับปาฏิหาริย์อิสตันบูล ฮามันน์ ต้องพักยาวร่วมเดือน เนื่องจากกระดูกเท้าขวามีรอยร้าวเกิดขึ้น
นั่นสะท้อนถึงอาการบาดเจ็บที่ไม่ธรรมดา แล้วลองนึกดูแล้วกันว่าต้องฝืนอยู่ในสนามอีกหลายนาที แทบไม่ได้เป็นห่วงตัวเองหรือกังวลว่าจะกระทบถึงอนาคตค้าแข้งเลย หากต้องบาดเจ็บหนักจริงๆ
ฮามันน์ เสียสละเพื่อให้ทีมประสบความสำเร็จ แล้วตอนฉลองกันอย่างครึกครื้น ก็ไม่ได้ทำตัวโดดเด่นอะไร ยังคงเรียบง่ายตามสไตล์ปิดทองหลังพระ
ไม่แปลกเลยที่ ฮามันน์ จะเป็นหนึ่งในนักเตะขวัญใจของเดอะ ค็อป แม้บุคลิกจะเงียบขรึม ไม่ค่อยตกเป็นเป้าสนใจผู้คนก็ตาม
เพราะต่างก็รู้ดีว่าความมหัศจรรย์ในวันนี้ มิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมันคือหนึ่งในผู้สร้างขึ้นมา ไม่มีอะไรต้องกังขาอีกแล้ว
ส่วน เจอร์ราร์ด เองให้เกียรติและนับถือ ฮามันน์ อย่างไร้ข้อโต้แย้ง เป็นทั้งพี่เลี้ยงเป็นทั้งเพื่อนที่คอยสนับสนุนเรื่อยมา
"เวลามี ดิดี้ อยู่ในสนามด้วยกัน ผมจะวางใจเสมอ เขาคือนักเตะที่ทรงคุณค่า"
เจอร์ราร์ด เคยกล่าวยกย่องไว้เช่นนี้ ชัดเจนแล้วว่า ฮามันน์ สำคัญมากแค่ไหนตลอด 7 ปีที่เป็นนักเตะลิเวอร์พูล
------------------
ตอน สตีเว่น เจอร์ราร์ด ร่ำลาลิเวอร์พูลไปเผชิญความท้าทายใหม่ที่เมเจอร์ลีก ซอคเก้อร์กับแอลเอ แกแล็กซี่ แฟนๆอดกังวลไม่ได้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร กลัวว่าลิเวอร์พูลจะไม่ฟื้นกลับมาได้อีก
อย่างไรก็ดี ฮามันน์ ออกมาเตือนสติว่า ไม่ต้องห่วงหรอกขาด เจอร์ราร์ด ไปไม่ได้กระทบต่อเกมในสนามมากนัก เต็มที่ผลเรื่องจิตใจของเดอะ ค็อปบ้าง นี่คือนักเตะสัญลักษณ์ประจำทีม ซึ่งสักพักก็คงชินไปเอง
ฮามันน์ ทำนายไว้ได้ถูกต้อง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ไม่ได้ไปต่อก็จริง แต่การมาของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ช่วยสร้างให้หงส์แดงเกรียงไกรในเวลาต่อมาและลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน
หลังประกาศรีไทร์จากการค้าแข้งในปี 2011 ฮามันน์ ไม่ได้กลับบ้านเกิดที่เยอรมัน ยังคงใช้ชีวิตในอังกฤษทำงานด้านโค้ช รวมถึงปรากฏตัวตามหน้าจอทีวีในฐานะผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์เกม
นอกจากเคยรับเชิญจากบีบีซีและสกาย สปอร์ตส์แล้ว LFC TV  หรือช่องโทรทัศน์ของลิเวอร์พูลก็ไปออกอากาศอยู่บ่อยๆเช่นกัน เรียกว่ามีโอกาสได้สื่อสารกับเดอะ ค็อปอย่างสม่ำเสมอ
ช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ตอนที่มีข่าวว่าลิเวอร์พูลให้ความสนใจ ติอาโก้ อัลกันตาร่า และมีแนวโน้มจะปิดดีลสำเร็จ ฮามันน์ เชียร์อย่างเต็มที่ให้รีบคว้ามาเลย
ด้วยมุมมองที่เข้าขั้นอ่านขาด ฮามันน์ ชี้ว่ากองกลางที่มีอยู่ส่วนใหญ่เป็นพวกสายดุดัน จอร์แดน เฮนเดอรสัน , ฟาบินโญ่ , นาบี เกอิต้า , เจมส์ มิลเนอร์ หรือ จอร์จินโฐ่ ไวจ์นัลดุม ล้วนแต่มีสไตล์ใกล้เคียงกันอยู่แล้ว
ฉะนั้นหากได้ประเภทแนวเทคนิคเยี่ยมๆ สกิลขั้นเพทมาเติม น่าจะช่วยสร้างความหลากหลายให้กับมิติรุกยิ่งขึ้น
อายุ 29 ปีก็จริงและมีค่าตัวราว 30 ล้านปอนด์ ดูเสี่ยงไม่น้อย ไหนจะมีปัญหาอาการบาดเจ็บบ่อยๆ แต่เชื่อว่าหากได้มาคุ้มค่าแน่นอน
"ผมคิดว่าราคาไม่ได้แพงเลย แล้วลิเวอร์พูลจะได้เห็นความคุ้มค่าจากเขาเอง"
เป็นไปตามที่คาดเอาไว้ หงส์แดงกระชาก ติอาโก้ มาสำเร็จ แล้วนักเตะก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย
เกมเอฟเอคัพกับแอสตัน วิลล่าที่สั่งสอนพวกเด็กๆ ติอาโก้ ถูกเปลี่ยนมาในช่วงตื้อๆ ตรงกลางไม่มีใครคอยคุมและสร้างสรรค์ ก่อนจะแสดงให้เห็นถึงความแตกต่าง
เช่นเดียวกับแดงเดือดเมื่อวันอาทิตย์ หลายคนชื่นชมผลงานของกองกลางทีมชาติสเปนว่ายอดเยี่ยมไร้เทียมทาน ด้วยชั้นเชิงที่เหนือกว่าคนอื่นๆ ประคองแดนกลางของทีมได้อย่างดี
แต่น่าแปลกใจที่คนเคยสนับสนุนอย่าง ฮามันน์ กลับมองอีกด้าน
เขาหล่นความเห็นไว้ประมาณว่าการมี ติอาโก้ อยู่ในทีมส่งผลให้จังหวะเล่นเกมรุกช้าเกินไป บอลไม่ค่อยไปถึง ซาดิโอ มาเน่ หรือ โม ซาลาห์ เหมือนแต่ก่อน เพราะมัวแต่เน้นครองบอลไว้จนเสียจังหวะ
นี่คือเหตุผลว่าทำไมตอนเล่นให้บาเยิร์น มิวนิค เวลาไลน์อัพออกมาแล้วไม่มีชื่อ ติอาโก้ จึงเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งที่สกิลเจ๋งกว่าใคร
เรื่องนี้เสียงแตกออกไป บางคนเห็นด้วย บางคนไม่เห็นด้วย ต่างมีมุมมองทรรศนะของตัวเอง
แต่ประเด็นมันอยู่ที่ตอนนั้น ฮามันน์ ผู้ซึ่งมีจิตใจที่แข็งแกร่งมั่นคง ทำไมถึงเชียร์ให้ย้ายมา แล้วจู่ๆมาทำลายความเชื่อของตัวเองอย่างรวดเร็ว
อีกทั้ง ติอาโก้ เองยังไม่ได้ใช้เวลามากพอเพื่อพิสูจน์ด้วยซ้ำ ก็รีบด่วนตัดสินแล้วหรือ?
น่าสนใจถึงสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงความคิดแบบปุบปับในช่วงสั้นๆ จากขาวมาเป็นดำของ ฮามันน์
แต่คราวนี้เดอะ ค็อปส่วนใหญ่ไม่น่าจะสนับสนุนด้วยและอาจตั้งคำถามตามมาว่า คิดอะไรอยู่กันแน่?
และใครกำลังหาเว็บไซด์ที่พิสูจน์ตัวเองมาอย่างยาวนานว่ามืออาชีพ คนจริง ไม่หนีหายต้องนี่เลย MYSBOBET ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment