breadcrumb symbol ข่าว

[ #บาดแผลของผู้แพ้ ]

อัพเดตเมื่อ : January 26, 2021 3:14am โดย : admin

ฤดูร้อน 2019 แฟร้งค์ แลมพาร์ด ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมเชลซี ท่ามกลางกระแสความเห็นที่แตกต่างกันไป
ที่เห็นด้วยให้เหตุผลว่าสมัยเป็นนักเตะนี่คือแข้งระดับตำนาน ช่วยนำความสำเร็จมาสู่สโมสรมากมาย ถึงเวลาที่จะใช้ "คนใน" ลองดูบ้าง เพราะพักหลังล้มเหลวกับกุนซือต่างชาติมาตลอด
อีกทั้งควรเปิดโอกาสให้กุนซือรุ่นใหม่ปล่อยของบ้าง เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมแล้ว เชลซีต้องการแพสชั่นและลอยัลตี้มาเติมเต็มในส่วนที่เคยหายไป
ส่วนกลุ่มที่คิดต่างมองว่า แลมพาร์ด ขาดประสบการณ์อย่างมาก เพิ่งคุมดาร์บี้ระดับเดอะ แชมเปี้ยนชิพได้เพียงปีเดียว แม้ผลงานจะโอเค แต่ยังไม่สุกงอมที่พรวดพราดขึ้นลิฟท์มากุมบังเหียนเชลซีหรอก
เก้าอี้ผู้จัดการทีมตัวนี้เต็มไปด้วยความคาดหวัง ประวัติศาสตร์ที่ผ่านๆมาก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นอย่างไร โรมัน อบราโมวิช ประธานสโมสรรอความสำเร็จนานไม่ได้หรอก ไม่คุ้มเลยที่จะเสี่ยง
แลมพ์ส ควรไปสั่งสมชั่วโมงบินเพิ่มอีก เมื่อถึงเวลาพร้อมแล้วค่อยหวนกลับมารับใช้ ไม่จำเป็นต้องเร่งตัวเองมากเกินไป หากพลาดล้มจะได้ไม่เจ็บมากเกินด้วย
ในมุมของสาวกเชลซีต่างตื่นเต้นกันไม่น้อยที่ได้เห็นฮีโร่กลับคืนถิ่นอีกครั้ง ตลอด 13 ปีที่รับใช้มาตอนเป็นนักเตะยังอยู่ในความทรงจำเสมอ
อีกทั้งมันเหมือนการปฏิวัติของ "เสี่ยหมี" ซึ่งปกติแล้วจะเน้นกุนซือแบรนด์เนมทั้งหลายซึ่งเป็นเรื่องที่ดีนั่นแหล่ะ แต่บางครั้งเรื่องลอรัลตี้ความซื่อสัตย์ภักดีก็สำคัญไม่แพ้กัน
คุณสมบัติดังกล่าวเลยช่วยให้ แลมพาร์ด ได้รับการพิจารณา แล้วตัวเขาเองก็พร้อมตอบรับข้อเสนอเช่นเดียวกัน
โอกาสมาถึงแล้วไม่จำเป็นต้องปล่อยผ่าน มันอาจดูเร็วเกินไป แต่นั่นไม่ใช่ข้อสรุปว่าจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว
นอกจากนี้การอยู่กับสโมสรมายาวนานถึง 13 ปี ทำให้มีข้อมูลต่างๆ รับรู้เรื่องราวภายใน คุ้นเคยกับพนักงานอีกมากมาย ทำให้ไม่ต้องปรับตัวอะไรเลย
แลมพาร์ด จึงมีความเหมาะสมกับงานนี้ แม้จะยังมีเครื่องหมายคำถามหรือความคลางแคลงสงสัยเกิดขึ้นไม่น้อยก็ตาม
จุดเริ่มต้นของเขาเต็มไปด้วยความกระท่อนกระแท่นพอสมควร เพราะเชลซีโดนฟีฟ่าลงโทษแบนห้ามซื้อผู้เล่นมาเสริมทัพ 2 ตลาดด้วยกัน หลังสอบสวนพบว่าผิดกฎเรื่องคว้าตัวนักเตะอายุต่ำกว่า 18 ปีจริง
ดังนั้น แลมพาร์ด ต้องใช้ขุมกำลังเดิมเท่าที่มีอยู่ไปพลางๆ ซึ่งนั่นเหมือนอีกทางบีบให้ต้องลองใช้ดาวรุ่งบางคนด้วย
ปรากฎว่า แลมพ์ส สร้างความประทับใจได้ไม่น้อย การปลุกปั้นเจียระไนพวกเด็กจากอะคาเดมี่ไม่ว่าจะเป็น เมสัน เมาท์ ที่ร่วมหัวจมท้ายกันมาตั้งแต่อยู่ดาร์บี้ , รีซ เจมส์ , แทมมี่ อับราฮัม และ บิลลี่ กิลมอร์
สามคนแรกพาเหรดติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ นำความปลาบปลื้มมาให้ อบราโมวิช อย่างมาก เริ่มเห็นแววของ แลมพ์ส แล้วว่าจะไปโลดเลยทีเดียว ขนาดไม่ได้ซื้อนักเตะมาเพิ่มเลยสักคน
แลมพ์ส นำเชลซีทะลุถึงรอบชองชนะเลิศเอฟเอคัพ ก่อนพลาดพลั้งให้อาร์เซน่อลอย่างน่าเสียดาย กระนั้นแทบทุกคนเชื่อว่าเป็นสัญญาณเตือนที่ดีแล้ว เชลซีจะกลับมาผงาดแน่นอน
หลังจบฤดูกาล รอย คีน ยังเคยแสดงความเห็นไว้เลยว่า เมื่อเทียบกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ซึ่งฝากผลงานไว้กับแมนฯยูไนเต็ดแล้ว แลมพาร์ด ดูดีมีทรงมากกว่า โดยเฉพาะความกล้าหาญใช้พวกผู้เล่นดาวรุ่ง
สองตลาดเต็มๆที่ทีมเงินถังตังค์เต็มถุงอย่างเชลซีไม่ได้ใช้เงินชอปผู้เล่นเลย ดังนั้นพอเข้าสู่ซีซั่นใหม่ เหมือนอัดอั้นตันใจ เลยใส่อย่างเต็มที่ไม่มียั้ง
งบประมาณราว 220 ล้านปอนด์ ถูกหว่านลงไปในยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ดแลกกับแข้งชั้นนำมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ติโม แวร์เนอร์ , ไค ฮาแวร์ทซ์ , เบน ชิเวลล์ , ฮาคิม ซิเย็ค ที่เซ็นล่วงหน้า , เอดูอาร์ เมนดี้ รวมทั้ง ติอาโก้ ซิลวา ที่ไปดึงมาแบบฟรีๆ
กำลังพลอันแข็งแกร่งขนาดนี้ เชลซี จึงได้รับคำทำนายว่ามีโอกาสจะก้าวขึ้นมาท้าทายบังลังก์แชมป์ของลิเวอร์พูล
แต่ในทางกลับกันฟ่อนเงินมหาศาลซึ่งลงทุนไปนั้น เหมือนมีพลังบางอย่างมากดทับสร้างความอึดอัดให้ แลมพาร์ด ด้วยเช่นกัน
เชลซีย่อมถูกคาดหวังมากขึ้นกว่าเดิม อย่างน้อยต้องมีโทรฟี่ติดมือสักรายการ ไม่อย่างนั้นจะถือว่าล้มเหลว
และคนที่ต้องรับผิดชอบจะเป็นใครไม่ได้เลย
-----------------
8 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก เชลซีพ่ายไปถึง 5 เกมด้วยกัน จนอันดับรูดลงมาอยู่ที่ 9 โอกาสแชมป์เลือนรางริบหรี่ แม้จะยังเหลืออีกครึ่งทางด้วยกัน
นั่นคือความชอบธรรมที่ทำให้ โรมัน อบราโมวิช ตัดสินใจปลดจากตำแหน่ง ต่อให้เพิ่งโค่นลูตัน ทาวน์ 3-1 ผ่านเข้ารอบ 5 เอฟเอคัพมาก็ตาม
"เสี่ยหมี" ยอมรับว่าเป็นการตัดสินใจที่ยากกว่าทุกครั้ง นี่คือกุนซือที่ไม่เหมือนเคสอื่น มีความผูกพันกับสโมสรมายาวนาน ย่อมเกิดความลำบากใจ แต่เมื่อต้องเดินหน้าต่อไปก็คงต้องยอม
เบื้องลึกเบื้องหลังของการจับ แลมพาร์ด บูชายัญในคราวนี้ ไม่ได้มีต้นตอมาจากผลงานอันน่าผิดหวังเท่านั้น
แต่เขายังไปขัดแย้งกับ มารีน่า กรานอฟสกาย่า ซีอีโอสาวใหญ่ผู้มีอำนาจเป็นรองแค่ อบราโมวิช เท่านั้น
ปมมาจากเรื่องความเห็นต่างการปรับทัพ เลือกเฟ้นตัวผู้เล่น เริ่มจากทาง มารีน่า ไม่พอใจที่ แลมพาร์ด ปฏิบัติกับ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ไม่ค่อยเหมาะสมนัก
มารีน่า เชื่อว่าควรใส่ใจให้ความสำคัญกับ เกปา มากกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ใช่หมางเมินทิ้งขว้าง จนแทบไม่เหลือค่าผู้รักษาประตูแพงสุดในโลกเลย
สโมสรลงทุนไป 75 ล้านปอนด์ แทนที่จะหาวิธีการดึงศักยภาพออกมา แต่พอพลาดบ่อยๆกลับดิ้นรนขอซื้อ เอดูอาร์ เมนดี้ มาเพิ่มอีกคน
ขณะเดียวกันซีอีโอสาวยังข้องใจเรื่องการดร็อป อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ตั้งแต่ต้นซีซั่นด้วย ทั้งที่นี่คือเซ็นเตอร์แบ็กดีสุดคนหนึ่งของทีม
แลมพาร์ด จึงถูกตั้งคำถามในเรื่องวุฒิภาวะ ทำอะไรตามใจตัวเองมากเกินไป ไม่ได้มองภาพรวมกว้างๆ ซึ่งควรคำนึงถึงผลประโยชน์ของสโมสรก่อน
ขณะเดียวกันเขาดึงดันจะให้ปิดดีล ดีแคลน ไรซ์ กับ เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ มาให้ได้ เพื่อขันนอตหลังบ้านให้แน่นยิ่งขึ้น
เรื่องนี้ มารีน่า ไม่เห็นด้วยเลย ต้องลงทุนอีกมหาศาลไม่น้อยกว่า 100 ล้านปอนด์ แถม ไรซ์ เองคืออดีตนักเตะของทีม จึงดูไม่ดีนักหากวันหนึ่งจะต้องจ่ายแพงๆเพื่อดึงกลับมา
นอกจากนี้ แลมพาร์ด ยังสร้างความขุ่นเคืองให้ผู้เล่นบางคนด้วย อย่างเช่นเคสโอ๋ เมสัน เมาท์ มากเกินไป ให้ลงเล่นอยู่ตลอดทั้งที่ควรโรเตชั่นตามความเหมาะสม
นานวันเข้ามันบ่งบอกว่าเขาได้สูญเสียห้องแต่งตัว ซึ่งถือเป็นฐานที่มั่นสำคัญของผู้จัดการทีมอย่างมาก
เมื่อรวมกับความขัดแย้งกับ มารีน่า ซึ่งสะสมเป็นทุนอยู่แล้ว สถานการณ์ของ แลมพาร์ด จึงยากลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ
ก่อนจะระเบิดตูมใหญ่อย่างที่เห็นนั่นแหล่ะ
จากที่เคยมีความโรแมนติก นักเตะเก่าคืนสู่เหย้ามาเป็นผู้จัดการทีม เริ่มต้นซีซั่นแรกไม่เลว น่าจะได้ไปต่ออย่างราบรื่น
สำหรับ แลมพาร์ด กับเชลซีจบลงแล้ว อายุการทำงานสั้นกว่าตอนเป็นนักเตะถึง 11 ปีครึ่ง แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นต้องพูดถึงมากไปกว่า กลัดกระดุมพลาดเม็ดแรกด้วยการให้โอกาสคุมทีม
สุดท้ายต่างฝ่ายต้องมากล้ำกลืนฝืนรับความเจ็บปวดด้วยกัน แลมพาร์ด กลับไปเลียแผลใจ เชลซีก็ต้องมาเริ่มต้นกันใหม่
ประตูสู่เดอะ บริดจ์ไม่ได้ปิดตายสำหรับ แลมพาร์ด ก็จริง แต่ในความรู้สึกคงไม่ต่างเลย
และใครอยากหาเว็บไซด์ที่ได้รับความรู้สึกที่แตกต่างจากสิ่งเดิมๆล่ะก็นี่เลย MYSBOBET ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment