breadcrumb symbol ข่าว

[ #คืนที่ตัวกับใจไม่ตรงกัน ]

อัพเดตเมื่อ : February 14, 2021 3:34am โดย : admin

หลังพ่ายเลสเตอร์ ซิตี้ 1-3 ตัวเลขระบุไว้ว่า 12 เกมหลังสุดทุกรายการของลิเวอร์พูล ชนะแค่ 3 เกมและแพ้ถึง 6 ด้วยกัน
พูดกันตรงๆแบบไม่ต้องอ้อมค้อมนี่คือสัญญาณที่เลวร้ายมากๆ สำหรับเจ้าของแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งโกยแต้มไปถึง 99 เรียกว่าผ่านครึ่งทางก็แทบจะสลักชื่อไว้บนฐานโทรฟี่ได้เลย
แต่มาซีซั่นนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแบบปุบปับ อย่าว่าแต่เดอะ ค็อปทั้งหลายไม่ทันตั้งตัวและทำใจ แต่บรรดานักเตะหรือ เจอร์เก้น คล็อปป์ เองก็ไม่แตกต่างกัน
เข้าใจว่าปัญหามาจากอาการบาดเจ็บของผู้เล่นในแนวรับ เมื่อต้องขาดหายไปทั้ง เฟอร์กิล ฟานไดค์ และ โจ โกเมซ สองกระดูกสันหลัง อีกทั้งไม่ได้ซื้อใครมาแทน เดยัน ลอฟเรน ดราม่าเลยตามมาทันที
เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องตอบคำถามว่าทำไมถึงไม่ซื้อเซ็นเตอร์แบ็กสักคนในช่วงตลาดซัมเมอร์ เพราะขุมแนวรับหายไป 1 จำต้องมีคนมาแทนตามปกติอยู่แล้ว
การที่คุณจะแก้ไขถอยเอาผู้เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์มาทำหน้าที่ชั่วคราว มันไม่ใช่เรื่องเสียหายหรอก หากว่าทีมไม่โดนเจาะพรุนอย่างที่เห็น
ฟาบินโญ่ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน คือกองกลางระดับคุณภาพ แต่หากวันไหนต้องรับบทเซ็นเตอร์แบ็ก เราจะคาดหวังได้ตลอดรอดฝั่งหรือว่าพวกเขาจะทำหน้าที่ไม่บกพร่อง
อย่างไรก็ดี คล็อปป์ ไม่มีทางเลือกนัก เคยใช้พวกดาวรุ่งอย่าง รีส วิลเลี่ยมส์ และ แน็ต ฟิลลิปส์ ก็ไม่ค่อยเวิร์คนัก วางใจอะไรไม่ได้ ดังนั้นจึงไม่คิดเสี่ยงโดยเฉพาะในเกมที่ต้องเจอกับพวกทีมใหญ่
กุนซือเฮฟวี่เมทัลอาจทบทวนแล้วว่าผิดพลาดจริงที่ไม่ยอมซื้อเซ็นเตอร์แบ็กมาเสริม ทุ่มงบไปกับการเติมตรงกลางและแดนหน้า ซึ่งการได้มาทั้ง ดีเอโก้ โชต้า กับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ถือเป็นดีลที่ยอดเยี่ยม
จะบอกว่า คล็อปป์ เลินเล่อคงไม่ใช่ ใครจะไปคิดว่าความโชคร้ายจะพุ่งชนโครมใหญ่ ฟานไดค์ กับ โกเมซ ปิดเทอมยาว เหลือเพียงแต่ โจเอล มาติป ซึ่งใช้เวลาส่วนใหญ่บนเตียงพยาบาลมากกว่าในสนามด้วยซ้ำ
เสียงจากกองเชียร์บางคนยังเต็มไปด้วยความข้องใจ ในเมื่อรู้ประวัติเดี้ยงของ มาติป อยู่แล้ว ก็ควรต้องเตรียมพร้อมกันบ้าง ไม่ใช่ปล่อยปละละเลย
ในมุมมองของ คล็อปป์ อาจเชื่อว่าตำแหน่งอื่นจำเป็นมากกว่า แต่มันขัดแย้งกับความจริง เพราะแผงกลางแน่นเอี้ยดไปหมดอยู่แล้ว ไม่เห็นจะต้องรีบเร่งไปดึง ติอาโก้ มาเลย
ฟาบินโญ่ , เฮนเดอร์สัน , จินี่ ไวจ์นัลดุม , เจมส์ มิลเนอร์ , นาบี เกอิต้า , อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ไหนจะดัน เคอร์ติส โจนส์ ขึ้นมาจากทีมสำรองอีก รวมถึงปรับ เซอร์ดาน ชากิรี่ เล่นในระบบตัวกลาง 3 คนได้เล่นกัน
นี่คือขุมมิดฟิลด์ขนาดใหญ่มากๆ จนต้องถามว่า ติอาโก้ จำเป็นขนาดไหนกันต้องไปดึงมา แม้จะรู้ว่า คล็อปป์ โปรดปรานเป็นการส่วนตัวก็ตาม
ถือเป็นการเดินแผนผิดพลาดจริงๆ ซึ่งมีข่าวว่า คล็อปป์ พยายามแก้ตัวแล้วในตลาดเดือนมกราคม
มีข่าวว่า คล็อปป์ ร้องไปทาง FSG เพื่อให้อนุมัติเงินก้อนโตสำหรับการปิดดีล คาลิดู คูลิบาลี่ กองหลังนาโปลี ซึ่งต้องใช้ไม่น้อยกว่า 70 ล้านยูโร
คูลิบาลี่ มีคุณสมบัติครบกระบวน ซื้อมาแล้วสามารถใช้งานได้เลย ไม่ต้องรอปรับโน่นจูนนี่กันอีกและยังดีพอเป็นพี่ใหญ่ในแนวรับได้อีกด้วย
แต่บอร์ดบริหารคงไม่เห็นด้วยแน่กับการต้องใช้เงินมหาศาลในสภาพเศรษฐกิจสั่นคลอนง่อนแง่น รายได้หายไปเยอะช่วงโควิด-19 ระบาดหนัก เป็นไปไม่ได้เลยสำหรับดีลดังกล่าว
อีกทั้งสโมสรเพิ่งจ่ายไป 50 ล้านปอนด์ สำหรับสนามซ้อมแห่งใหม่แอ็กซ่า เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ ซึ่งเต็มไปด้วยอุปกรณ์ทันสมัยสำหรับพัฒนาในระยะยาว
ดังนั้นจึงได้แค่คว้าแข้งโนเนมอย่าง เบน เดวิส และ ตัดสินใจยืม โอซาน คาบัค มาจากชาลเก้ 04 พร้อมอ็อปชั่นซื้อขาด
เดวิส ถือเป็นดีลเซอร์ไพรส์ได้มาจากเปรสตัน นอร์ธเอนด์ทีมจากเดอะ แชมเปี้ยนชิพ แทบไม่เคยมีใครรู้จักมักจี่หรือเห็นฟอร์มแบบชัดๆเลย
แต่การได้เซ็นเตอร์แบ็กอาชีพมาช่วย ก็ย่อมเป็นเรื่องดีกว่าใช้กองกลางมาเล่นแทนแก้ขัด
ส่วนเคสของ คาบัค น่าสนใจมาก เคยตกเป็นข่าวโยงกับลิเวอร์พูลอย่างหนักเมื่อซัมเมอร์ แต่โดนโก่งราคาโหดเกิน จนต้องถอยกลับมาตั้งหลักกันใหม่
จุดแข็งคือรูปร่างสูงใหญ่ อายุน้อย มีความแข็งแกร่ง แต่จุดอ่อนคือโฉ่งฉ่าง อ่านเกมไม่ดีและก่อความผิดพลาดให้เห็นเรื่อยๆ
ตอนตลาดซัมเมอร์ปิด เดอะ ค็อปบางคนจึงรู้สึกโล่งอกที่ดีลไม่บรรลุ ควรเบนเป้าไปยังคนอื่นดีกว่า
กระทั่งได้ย้ายสมใจในตลาดเที่ยวล่าสุด ก่อนจะเผยให้เห็นถึงจุดอ่อนอย่างที่โดนวิจารณ์กัน
ระหว่างที่เสมอกับเลสเตอร์ 1-1 เกมยังไม่น่าตึงเครียดอะไรนัก ลิเวอร์พูลยังมีแววจะกลับมานำอีกครั้งได้
แต่จากบอลยาวของเจ้าถิ่น คาบัค ลนลานปรี่เข้าหาเพื่อหวังจะเคลียร์ โดยไม่ได้สังเกตเลยว่า อลีสซง เบ็คเกอร์ ซึ่งอ่านอยู่แล้ววิ่งออกมาจากกรอบเขตโทษเพื่อเล่นเช่นเดียวกัน
ปรากฏว่าไปชนสับสนกันเอง จนบอลทะลักมาเข้าทางปืน เจมี่ วาร์ดี้ ซึ่งยินดีรับส้มด้วยความเต็มใจ
แน่นอนว่า คาบัค ยังใหม่มากๆ การสื่อสารอาจกลายเป็นปัญหา ทว่ามันไม่ควรมาพลาดในช่วงเวลาแบบนี้
จากที่ช็อกอยู่แล้ว อาการผู้เล่นลิเวอร์พูลยิ่งหนักกว่าเดิม กระทั่งนำไปสู่การเสียประตูที่สาม ซึ่งกองหลังเติร์กมีส่วนรับผิดชอบด้วยเช่นเดียวกัน จากการเช็คไลน์ไม่ดี
ปัญหาของลิเวอร์พูลไม่ได้อยู่ที่เกมรับรั่วหนักเท่านั้น แต่ยังลามไปยังเรื่องสภาพจิตใจอีกด้วย
นักเตะหลายคนเริ่มขาดความมั่นใจ แตกต่างจากฤดูกาลก่อนลิบลับ พวกเขามีประสบการณ์เป็นแชมป์ แต่ยังต้องเรียนรู้ในเรื่องการป้องกันแชมป์
แน่นอนว่าหลายครั้งหลายคราวที่พวกเขาโชคร้าย ทุกคนมีสิทธิ์ก่นชะตาที่ไม่เป็นใจ ผู้เล่นบาดเจ็บ ล้ำหน้าแบบไม่เมคเซนส์ แต่นี่คือปัจจัยที่ทุกทีมต่างกำหนดไม่ได้เหมือนกัน
เหมือนอย่างที่ คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์ไว้นั่นแหล่ะ ความผิดพลาดบุคคลนำไปสู่หายนะ พยายามปรับปรุงแล้ว แต่เมื่อนักเตะตอบสนองไม่ได้เองก็ต้องยอมรับ
ก่อนจะเสียประตูตีเสมอ ลิเวอร์พูลสำแดงให้เห็นเลยว่าเหนือกว่าชัดเจน ปัญหาคือประตูที่สองไม่มาสักที กระทั่งโดนลงโทษในช่วงเวลาแค่ 7 นาทีสังเวยสามตุงรวดอย่างน่าเจ็บปวด
ในขณะเดียวกันจิตใจ คล็อปป์ เองก็ย่ำแย่ไปด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องผลงานของทีมเท่านั้น ยังเพิ่งสูญเสียแม่ซึ่งเป็นเหมือนทุกอย่างของชีวิตไม่นานมานี้ หนักกว่าก็คือไม่อาจไปร่วมพิธีอาลัยได้ จากมาตรการป้องกันโควิด-19 ของแต่ละประเทศ
ทุกอย่างถาโถมมาในช่วงเวลาเดียวกัน การที่ คล็อปป์ ยังยืนหยัดต่อสู้ได้ขนาดนี้ ต้องรับเลยว่าแกร่งมากพอแล้ว
แต่อาจไม่มากพอที่จะพาทีมกลับเข้าสู่เส้นทางของตัวเอง ซึ่งเดอะ ค็อปทั้งหลายต่างเข้าใจดีในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีใครโทษบอสแน่นอน
นี่คือเวลาที่นักเตะลิเวอร์พูลต้องลืมฝันร้ายที่ผ่านมาให้ได้ทั้งหมด ลืมเรื่องป้องกันแชมป์ นึกแค่ว่าจากนี้ทุกนัดเล่นให้เหมือนนัดชิงบอลถ้วย
คล็อปป์ เคยนำนาวาฝ่าพายุห่าใหญ่มาได้แล้ว หากจะต้องกอดคอต่อสู่ด้วยกันอีกครั้ง มันคงไม่ใช่เรื่องน่ากลัวหรอก
อย่าให้ตัวแพ้ใจ แล้วเดินไปข้างหน้าให้ได้ นั่นแหล่ะหนทางกู้วิกฤตของลิเวอร์พูลยามนี้เลย
รับชมคลิปความผิดพลาดของ อลีสซง เบ็คเกอร์ กับ โอซาน คาบัค ได้ที่ลิงก์ด้านล่างครับ
http://ow.ly/F8ml30rwOd9
ส่วนใครอยากเดินต่อไปข้างหน้ากับเว็บใหม่ๆที่มีความมั่นคง บริการระดับมืออาชีพล่ะก็นี่เลย MYSBOBET ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment