breadcrumb symbol ข่าว

[ #ลาลีกาขาลง ? ]

อัพเดตเมื่อ : February 25, 2021 2:52am โดย : admin

ในความพ่ายแพ้ของแอตเลติโก้ มาดริดที่มีต่อเชลซี เหมือนแฝงนัยบางอย่างเอาไว้
เพราะนี่คือตัวแทนที่ 3 ของสโมสรจากสเปนที่เสียท่าในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยส์ ลีกรอบน็อกเอาท์ ซึ่งไม่มีใครคาดคิดว่าจะตกอยู่ในชะตากรรมเช่นนี้
มิดวีกที่ผ่านมาบาร์เซโลน่ายับเยินคาคัมป์ นู เจอทีเด็ดปารีส แซงต์ แชร์กแมงบุกมาปูพรมถล่มราบคาบ 4-1 แทบจะหมดโอกาสเข้าสู่รอบควอเตอร์ไฟนั่ล
ในขณะเดียวกันเซบีย่าซึ่งกำลังอยู่ในช่วงฮอตฮิตติดลมบน กวาดชัยรวดมา 8 เกมทุกรายการ ก็ต้องมีอันเป็นไปในรังตัวเองเช่นเดียวกัน
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่กำลังเมาหมัดชนะแค่เกมเดียวจาก 7 นัดหลังสุด กลับบุกมายัดเยียดความปราชัยให้ชนิดพลิกล็อกพอสมควร
หลังจากนั้นในคืนวันพฤหัสบดีเรอัล โซเซียดาดอีกหนึ่งทีมชั้นนำลาลีกา โดนแมนฯยูไนเต็ดไล่ต้อนแบบไร้ทางสู้พังพาบ 0-4 เปอร์เซนต์ริบหรี่สำหรับการคว้าตั๋วรอบต่อไป
เอาแค่ถ้วยใหญ่อย่างเดียวก็เจอเช็กบิลเรียบวุธทั้งสามทีม (ยังไม่รู้ผลเรอัล มาดริด) จนต้องมีคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับทีมจากสเปนกันแน่
เพราะปกติแล้วพวกเขาจะประกาศความเกรียงไกรเหมือนนัดกันไว้ คว้าชัยพร้อมทั้งผ่านเข้ารอบลึกอย่างพร้อมเพรียง
ลองย้อนดูปูมหลังจะเห็นว่านับตั้งแต่ปี 1955 เป็นต้นมา มีสโมสรจากลาลีกาผ่านเข้าชิงถ้วยใหญ่ยุโรปถึง 26 ครั้งด้วยกัน
นอกจากนี้ยังเป็นการชิงกันเองถึง 3 ครั้งด้วยกัน ต้องบอกว่าเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงการผูกขาด รวมทั้งฟ้องถึงมาตรฐานของลาลีกาว่าเหนือกว่าทุกลีกใหญ่อีกด้วย
ส่วนรอบ 15 ปีหลังสุด เรอัล มาดริดกับบาร์เซโลน่าสลับกันขึ้นครองบัลลังก์คนละ 4 สมัย กลายเป็นเรื่องความเคยชินไม่น่าตื่นเต้นอะไรไปแล้ว หากเห็นสองทีมนี้ผ่านเข้าชิงหรือประสบความสำเร็จ
ในขณะที่แอตเลติโก้ มาดริดก็ผ่านเข้าชิงถึง 2 ครั้ง เพียงแต่วาสนาไม่ถึงขั้นจะได้ครองแชมป์
ริโอ เฟอร์ดินานด์ ซึ่งทำหน้าที่วิเคราะห์เกมทาง BT Sport ตั้งคำถามแบบไม่เข้าใจว่า ทำไมตัวแทนจากสเปนถึงง่อยเปลี้ยกันหมด
อย่างแอตเลติโก้ มาดริดคือจ่าฝูงของลาลีกานาทีนี้ ดีกรีบ่งบอกความแข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่พอต้องเผชิญหน้ากับเชลซี เป็นรองอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์โอกาส เปอร์เซนต์ครองบอล จำนวนครั้งเข้าทำ
อาจจะจริงที่ว่าเชลซีดีขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมจาก แฟร้งค์ แลมพาร์ด มาเป็น โธมัส ทูเคิ่ล แต่ก็ยังอยู่แค่อันดับ 5 ในพรีเมียร์ลีกเท่านั้น ผู้เล่นก็ยังชุดเดิมทั้งสิ้น
อีกทั้งแนวทางการเล่นมันยังฟ้องอีกว่า ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ เกิดความกลัวชัดมาก ถอยไปตั้งรับลึก เฝ้ารอโอกาสตัวเองด้วยความอดทน จนสุดท้ายถูกลงโทษอย่างเจ็บปวด
ว่ากันตามตรงถึงรูปเกม ตราหมีเป็นฝ่ายโดนกดเกือบตลอด ถอยร่นลงไปช่วยกันขันนอต บางช่วงแทบโงหัวไม่ขึ้น ปล่อยให้เชลซีปูพรมเป็นระลอก
แล้วพอต้องตามหลังแทนที่จะกดดันคืนแบบได้น้ำได้เนื้อ กลับไม่เห็นวี่แววเลยว่าจะทวงประตูด้วยรูปแบบไหน
อาจจะใช่นี่คือแท็คติกของ ซิเมโอเน่ ที่เราต่างคุ้นเคยกันอยู่ เกมไม่เร้าใจเน้นผลลัพธ์ แต่หลายนัดมาแล้วที่พวกเขาคัมแบ็กได้ มาคราวจึงแตกต่างกันออกไป แม้จะแพ้เพียงแค่ประตูเดียวก็ตาม
หรือจะบอกว่าคู่แข่งจับทางคาดเดาหมากของกุนซืออาร์เจนไตน์ไว้เรียบร้อย ยังไงก็ต้องมาสูตรนี้ เลยหาทางจัดการรับมือได้ มันก็น่าจะฟังขึ้น
ทว่าอีกมุมที่ต้องย้อนมาพิจารณา มันอาจหมายถึงพัฒนาการที่หยุดอยู่กับที่หรือถอยหลังของแอตเลติดโก้ด้วยเหมือนกัน
มุกเดิมที่เคยใช้ได้บ่อยๆ โดนแก้สมการเรียบร้อย ใช้ไม่ได้ผลเหมือนเคย ต่อให้เกมรับมีวินัยและเหนียวแน่นแค่ไหน ตลอด 90 นาทีก็ต้องมีก่อความผิดพลาดบ้าง ยังไงก็มียุบเปิดช่องให้เห็น
แน่นอนโอกาสผ่านเข้ารอบไม่ได้มืดมนดับสิ้นหนทางซะเลย แพ้แค่ประตูเดียวเท่านั้น แต่หากยังไม่ปรับเปลี่ยนแนวทางอีก มันก็คงยากที่จะพลิกกลับมาสำเร็จ
อย่าเชื่อมั่นในวิธีการเดิมมากเกินไป นั่นหมายถึงรอวันหายนะพุ่งเข้าชนเลยทีเดียว
-----------------
ถึงตรงนี้ต้องยอมรับเลยว่าประตูสู่รอบควอเตอร์ไฟนั่ลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกของบาร์เซโลน่า แทบจะปิดตายเรียบร้อย
หลายคนอาจไม่ได้แปลกใจอะไรนักที่โคตรทีมแห่งลาลีกาต้องตกอยู่ในชะตาเช่นนี้ แต่ความยิ่งใหญ่ไร้เทียมทานในอดีต ไม่สามารถนำมาวัดกับปัจจุบันได้เลย
การขาดงบประมาณสำหรับเสริมทัพตามเป้าหมาย ส่งผลกระทบต่อฟอร์มในสนามไม่ใช่น้อย สังเกตได้จาก 2 ปีหลัง บาร์ซ่าไม่ได้เป็นที่ครั่นคร้ามเหมือนอย่างที่เคยเป็น
ลิโอเนล เมสซี่ ผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว ส่วนพวกแข้งคนอื่นๆก็ล้วนแต่สอบตกกราวรูด กลุ่มค่าตัวสูงๆที่ถูกคาดหวัง ไม่ได้ตอบแทนความคุ้มค่าเลย
อองตวน กรีซมันน์ , อุสมาน เดมเบเล่ หรือ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ไม่อาจพึ่งพาได้ หากไม่มี เมสซี่ สักคนก็แทบจะหมดหนทาง
อย่างไรก็ดีการบริหารงานล้มเหลวของ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว อดีตประธานสโมสรที่ทนแรงกดดันไม่ไหวต้องสละเก้าอี้ ถือว่าเป็นตัวแปรสำคัญเช่นเดียวกัน
ทุกวันนี้นอกจากผลงานในสนามไม่อยู่กับร่องกับรอยแล้ว สภาพคล่องทางการเงินยังฝืดแบบสุดๆอีกต่างหาก ความเลวร้ายถูกตอกหัวหมุดย้ำด้วยการแพร่ระบาดของโควิด-19
เมื่อไม่มีแฟนบอลเข้าสนาม บาร์เซโลน่าก็ไม่แตกต่างจากกำลังพลที่ถูกตัดท่อน้ำเลี้ยงดีๆนี่เอง ต้องคอยประคองเพื่อให้เอาตัวรอดไปได้
หลังการเลือกตั้งประธานคนใหม่ในวันที่ 7 มีนาคมนี้ น่าจะได้เห็นทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะแนวทางบริหารใหม่เพื่อกลับมาสู่เส้นทางของความสำเร็จ รวมถึงอนาคตผู้เล่นระดับเครื่องหมายการค้าของ เมสซี่
ว่าไปแล้วมันน่าสนใจมากๆ หากบาร์เซโลน่าไม่มี เมสซี่ ในฤดูกาลนี้ นี่คือแข้งที่ทรงอิทธิพล เปรียบเสมือนตัวแทนความสำเร็จของสโมสร เป็นยิ่งกว่าตำนาน แล้วจู่ๆย้ายไปเล่นให้ทีมอื่น ไม่ได้รีไทร์ที่นี่
ส่วนความพ่ายแพ้ของเซบีย่าอาจเป็นเหมือนอุบัติเหตุ ไม่ได้น่าหวั่นวิตกอะไรนัก เพราะต้องไม่ลืมว่าเกมรุกของดอร์ทมุนด์ขบวนนี้ดุดันมากแค่ไหน ลำพังแค่ต้องรับมือกับ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ ก็เหนื่อยยากแล้ว
แต่เมื่อปะเหมาะมาแพ้ในช่วงที่ทีมร่วมลีกก็ซวนเซเช่นเดียวกัน เลยต้องถูกหยิบมาขยำรวมด้วย
ถ้าจะถามว่านี่คือช่วงเวลาขาลงของทีมจากลาลีกาหรือยัง จะให้ตอบแบบฟันธงเปรี้ยงคงไม่ได้หรอก แต่มีสัญญาณเตือนที่ไม่ค่อยดีนักเด่นชัดมากขึ้น
2 ซีซั่นหลังสุดเรอัล มาดริดหรือบาร์เซโลน่าขาประจำไม่ได้ผ่านเข้าชิงเหมือนเดิม ส่วนปีที่แล้วก็อย่างที่เห็นกัน 4 ทีมสุดท้ายไร้เงาตัวแทนจากแดนกระทิงดุ
หากปีนี้ยังตกอยู่วังวนเดิม เชื่อกันว่าเรื่องนี้คงต้องมีการหยิบยกมาพูดมากขึ้น แม้จะเข้าใจความจริงว่าไม่มีใครยิ่งใหญ่ไปตลอดก็ตาม
แต่ถ้าหากใครกำลังหาเว็บไซด์ที่ยิ่งใหญ่มาตลอด และไม่มีทีท่าว่าจะเล็กลงแต่อย่างใดต้องนี่เลยMYSBOBET ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment