breadcrumb symbol ข่าว

[ #ต่างกันตรงไหน ? ]

อัพเดตเมื่อ : March 24, 2021 12:43am โดย : admin

ต้องยอมรับว่าผลงานการคุมเชลซีของ โธมัส ทูเคิ่ล ทำให้แฟนๆแทบจะลืมชื่อของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กันเลยทีเดียว
แม้จะเป็นตำนานผู้ยิ่งใหญ่ของสโมสรแห่งนี้เมื่อครั้งเป็นนักเตะ สร้างแรงกระเพื่อมได้ไม่น้อยตอนได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีม มันคล้ายบรรยากาศไอ้เสือคืนถิ่น มีกลิ่นอายความหวังรออยู่
อย่างไรก็ดีความจริงมันโหดร้าย ต่างไปจากจินตนาการหรือความเพ้อฟัน ไม่ได้สวยงามอย่างที่วาดไว้หรอก
แลมพาร์ด อาจจะเคยผ่านการกุมบังเหียนดาร์บี้ เคาน์ตี้ 1 ฤดูกาลเต็ม พร้อมทั้งพาทีมจบอันดับได้เล่นเพลย์ออฟเลื่อนชั้น แต่นั่นยังไม่เพียงพอสำหรับการแบกรับภาระกุนซือเชลซีเลย
ถ้าจะว่าเกิดจากความผิดพลาดของบอร์ดบริหารก็มีส่วน ข้ออ้างที่บอกว่าช่วงดังกล่าวพยายามหาคนที่เหมาะสมมาทำหน้าที่แทน เมาริซิโอ ซาร์รี่ แล้วไม่มีใครที่ดูดีเลย ก่อนจะมาลงเอยกับ แลมพาร์ด มันฟังไม่ค่อยขึ้นนัก
เชลซีต้องเสียเวลาไปอีกฤดูกาลเศษๆ ไม่ใช่ว่า แลมพาร์ด ไร้ฝีมือหรือถูกตีค่าต่ำเกิน แต่ยังไม่ดีพอสำหรับเป้าหมายของสโมสรต่างหาก
โรมัน อบราโมวิช พยายามยื้ออย่างกำลังเท่าที่ขีดจำกัดความอดทนของตัวเองมีอยู่ ก่อนจะตัดสินใจลงดาบนั่นแหล่ะ แล้วเปิดทางให้ ทูเคิ่ล มาทำหน้าที่แทน
กองเชียร์สิงห์น้ำเงินไม่ค่อยไว้วางใจเท่าไรนัก บางคนก็ไม่พอใจฝ่ายบริหารที่ให้เวลา แลมพาร์ด น้อยเกินควรจะรอดูอีกสักหน่อยค่อยตัดสินใจบ้างเผื่ออะไรจะกระเตื้องขึ้น
หากคุณรู้เคล็ดลับในการทำงานของ อบราโมวิช จะเข้าใจเลยว่า วัดกันที่ผลงานเป็นหลัก ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องมาเป็นอันดับแรก ความสัมพันธ์หรือผูกพันอาจมีส่วนบ้าง รวมทั้งคุณงามความดีที่สร้างไว้ในอดีต
แต่ถึงที่สุดแล้วต้องว่ากันที่ปัจจุบัน ซึ่งในสายตา แลมพาร์ด ไม่ผ่านเลย
เพราะขนาดผู้จัดการทีมอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ หรือ คาร์โล อันเชล็อตติ ที่บันดาลแชมป์ให้ยังไปไม่รอดเลยด้วยซ้ำ
จริงๆเคสของ แลมพาร์ด มันน่าสนใจตรงที่ พอจากไปไม่อยู่เป็นบอสแล้ว ทูเคิ่ล ผู้มาใหม่คงต้องใช้เวลาปรับขบวนกันพอสมควร
มีปัญหาหลายอย่างที่ซุกใต้พรม ต้องปัดกวาดแก้ไขให้สะอาดเอี่ยมอ่อง นอกจากนี้ยังต้องเรียนรู้บางอย่างทั้งการสื่อสาร วัฒนธรรมองค์กร รวมถึงเอกลักษณ์ของฟุตบอลอังกฤษ สไตล์การเล่นที่แตกต่างไปจากลีกอื่นภาคพื้นยุโรป
แต่น่าแปลกที่ ทูเคิ่ล ซึ่งมีเวลาเพียงแค่วันเดียวในการคุมซ้อม ก่อนประเดิมด้วยผลงานเสมอกับวูล์ฟแฮมป์ตัน 0-0 และจากนั้นอีก 13 นัดสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นเลย
นับถึงตอนนี้ปาเข้าไป 14 นัดแล้วที่เชลซีในยุคของ ทูเคิ่ล ยังยืนหยัดอย่างผ่าเผย ชนะรวม 10 นัดเสมออีก 4 จากทุกรายการที่ลงโม่แข้ง
อย่างแรกที่เห็นคือรูปแบบการเล่นในสนามที่เปลี่ยนไป เกมรับที่เหนียวแน่นขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ส่วนเกมรุกอาจไม่ดุดันไปกว่าเก่านัก แต่เมื่อคุณยิงได้เรื่อยๆและไม่เสียประตู ยังไงก็ต้องเป็นฝ่ายชนะ
อย่าลืมว่าในยุค ทูเคิ่ล เพิ่งเสียไปเพียงแค่ 2 ประตูเท่านั้น เรียกว่าน้อยมากๆ สะท้อนถึงการขันนอตแนวรับจนแน่นหนาอยากต่อการทะลวงเข้าไป
ทั้งที่นักเตะก็ชุดเดิมทั้งหมด ไม่ได้มีการซื้อหามาเสริมเลย อีกทั้งกำลังหลักอย่าง ติอาโก้ ซิลวา ก็บาดเจ็บถี่ยิบอีกต่างหาก
เรื่องนี้ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนไปหน้ามือหลังมือของเชลซี
ด้วยความที่เคยสนิทกับ แลมพาร์ด มาก่อนตั้งแต่เมื่อครั้งเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมเยาวชนที่เวสต์แฮม จึงพอจะรู้นิสัยหรือแนวทางของเพื่อนคนนี้พอสมควร
อย่างแรกเลย ริโอ เชื่อว่า แลมพ์ส พลาดมหันต์ที่ไปให้ความสำคัญของกลุ่มผู้เล่นดาวรุ่งมากเกินไป เหมือนปักธงวางแผนไว้เลยว่าจะต้องใช้พวกเด็กๆเป็นขุนพลเดินหน้าล่าความสำคัญ
เมื่อโฟกัสไปที่แข้งอายุน้อยๆ นั่นหมายความว่าพวกอาวุโสถูกลดทอนอย่างไม่มีทางเลือก ผู้เล่นบางคนย่อมไม่พอใจ เกิดเรื่องกระเพื่อมภายใน บรรยากาศห้องแต่งตัวไม่ดีเหมือนอย่างเคย
อย่าลืมว่า เซซาร์ อัสปิลิกวยต้า , มาร์กอส อลอนโซ่ และ จอร์จินโญ่ มีอิทธิพลในทีมพอสมควร แม้จะเป็นนักเตะต่างชาติ แต่ก็อยู่มาก่อน แลมพาร์ด
เมื่อคุณมองข้ามพวกนักเตะเก๋านั่นหมายถึงว่า คุณจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากพวกนี้เลย ทั้งที่ประสบการณ์คือสิ่งที่จำเป็น
ต่างไปจาก ทูเคิ่ล เข้ามารื้อใหม่ ให้บทบาทกับทุกคนแบบทัดเทียมกัน พวกนักเตะตัวเก๋าได้กลับมาแจ้งเกิดลงเล่นตัวจริง พร้อมทำผลงานได้น่าพอใจมากๆ
ทุกอย่างวัดกันที่ฟอร์มการเล่น ความตั้งใจในการฝึกซ้อม ทัศนคติต่างๆที่จะเป็นมาตรฐานนำไปสู่การตัดสินใจเลือกทีม
ความสำคัญของแข้งอาวุโสคืนกลับมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้ไปปล่อยปละละเลยพวกนักเตะดาวรุ่ง เหมือนอย่างที่บอกไว้ใครดีก็ได้รับโอกาส
ยังจำได้ว่าตอน ทูเคิ่ล ย้ายมาใหม่ๆ พวกสื่อพากันประโคมโหมว่า เมสัน เมาท์ ซึ่งเป็นนักเตะคนโปรดของ แลมพาร์ด แทบจะเหมือนลูกชายคนหนึ่ง น่าจะโดนเขี่ยทิ้ง
จากนั้นนักเตะเยอรมันที่ทำท่าไปไม่ค่อยได้สวยทั้ง ติโม แวร์เนอร์ , ไค ฮาแวร์ทซ์ และ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ รวมทั้ง คริสเตียน พูลิซิช ซึ่งเคยร่วมงานเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาตั้งแต่อยู่ดอร์ทมุนด์ คงได้รับการเอาใจใส่ดูแลดีกว่าเดิม
เอาเข้าจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย เมาท์ ยังคงเป็นตัวเลือกแรกๆในแนวรุก ผ่านการพิสูจน์ด้วยผลงานที่น่าพอใจ
ในขณะที่พวกนักเตะเยอรมันก็ยังต้องต่อสู้ดิ้นรนกันอย่างเต็มที่ โชคดีที่ ฮาแวร์ทซ์ เริ่มเค้นฟอร์มเก่งได้ รวมทั้ง รือดิเกอร์ ถูกใช้งานต่อเนื่องอีกครั้ง
ในขณะที่ พูลิซิช ส่อเค้าว่าจะกลายเป็นสำรองแบบถาวรหรือได้เล่นบ้างในเกมที่ไม่ค่อยสำคัญนัก ทูเคิ่ล บอกไว้เลยว่าต้องทำงานหนักมากกว่านี้
คาลั่ม ฮัดสัน โอดอย ที่ต้องเปลี่ยนไปยืนแบ็กขวาก็เคยโดนลงโทษ เปลี่ยนมาเล่นในช่วงครึ่งหลัง แต่ก็ถูกถอดออกด้วยเหตุผลดูไร้ความมุ่งมั่น ภาษากายไม่ตอบสนองว่าจะทุ่มเทมากพอ
เมื่อเจ้านายมีความยุติธรรมเป็นธงนำ คนเป็นลูกน้องส่วนใหญ่ก็พอใจ วัดกันที่ผลงานก็จะต้องแข่งกันทำให้ดีที่สุด
นอกจากนี้ ริโอ ยังชี้ด้วยว่ารูปแบบและแนวทางการฝึกซ้อมต่างๆ ก็เป็นตัวแปรสำคัญเช่นเดียวกัน วิธีการของ ทูเคิ่ล ดีกว่าอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นแท็คติกหรือโค้ชชิ่งต่างๆ
เอาง่ายๆคุณภาพผู้เล่นเชลซี อยู่ในระดับมาตรฐานของการลุ้นความสำเร็จแล้ว เหลือแค่จะดึงอย่างไรมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากสุด
ต้องยอมรับว่า ทูเคิ่ล มีฝีมือจริง เพราะการใช้เวลาเพียงแค่น้อยนิด แล้วเปลี่ยนเชลซีได้ขนาดนี้ ประกายความหวังของแฟนบอลจึงถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง
ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยหากพวกเขาจะผงาดในเวทียุโรป ถึงตรงนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ ไม่ใช่ว่าต้องฟลุคหรือบังเอิญหรอก มาจากการทำงานหนักและสร้างขึ้นมานั่นแหล่ะ
แม้จะล้มเหลวแต่บางทีการเดินออกมาของ แลมพาร์ด อาจช่วยให้รู้ถึงความผิดพลาดของตัวเอง เส้นทางกุนซือไม่ได้ยุติลง เพียงแต่รอเวลาเหมาะสมเพื่อกลับมาอีกครั้ง
ส่วนโอกาสหวนคืนสู่เก้าอี้ตัวเดิมที่เดอะ บริดจ์ อาจเป็นแค่เส้นขนานเท่านั้น
-------------
ต้องยอมรับว่าที่เชลซี กลับมาทำผลงานได้ดีดีเยี่ยม เพราะเกิดกลายเปลี่ยนแปลง ส่วนใครอยากเจออะไรใหม่ๆ ให้ MYSBOBET ช่วยคุณสิครับ รับรองว่าคุณลืมไม่ลงแน่นอน ที่นี้มีความสนุกพร้อมให้คุณเริ่มต้นแบบไม่ต้องรอตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment