breadcrumb symbol ข่าว

[ #อย่าคิดว่าไม่กลับมาอีก ]

อัพเดตเมื่อ : March 26, 2021 2:28am โดย : admin

สื่อนอกหลายสำนักคาดการณ์ไว้ว่าฤดูกาลหน้า เจอร์เก้น คล็อปป์ จะผ่าตัดใหญ่ขุมกำลัง ซึ่งถึงเวลาเหมาะสมต้องเปลี่ยนแปลงได้แล้ว
สะท้อนได้จากผลงานในซีซั่นนี้ที่ดร็อปลงไปจากเดิมไม่น้อย แม้จะออกสตาร์ตได้ตามมาตรฐาน แต่หลังผ่านครึ่งทางมาแล้วเห็นได้ชัดว่าเกิดปัญหาหลายอย่างสุมรุมเข้ามาพร้อมๆกัน จนยากที่จะแก้ไขผ่านไปได้
เคสผู้เล่นบาดเจ็บเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้และลิเวอร์พูลโชคร้ายมากๆ คีย์แมนในแนวรับต่างนัดกันขึ้นเตียงพยาบาลแทบตลอดซีซั่น การหายไปพร้อมกันของ เฟอร์กิล ฟานไดค์ กับ โจ โกเมซ แถมบางทีมี โจเอล มาติป มาเอี่ยวด้วยคือโจทย์หินของ คล็อปป์ อย่างแท้จริง
ไม่ใช่แค่นั้น ฟาบินโญ่ ซึ่งมักจะถอยมาประจำการได้ก็ต้องเจออาการเจ็บพุ่งปะทะ นั่นยังต้องรวมถึง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ผู้นำของทีมก็หนีไม่พ้นเช่นกัน
ในขณะที่แนวรุก 3 แกนหลักที่ช่วยกันรับผิดชอบระเบิดตาข่ายอยู่กันพร้อมหน้า แต่ว่าแบ็กอัพหรืออีกหนึ่งทางเลือกอย่าง ดีโอโด้ โชต้า กลับต้องนอนรักษาตัวเกือบ 3 เดือนด้วยกัน อดช่วยทีมถึง 19 เกม
โชต้า หายหน้าไปในช่วงกำลังพีกพอดี เห็นได้ชัดว่ามาเพิ่มมิติการเข้าทำให้หลากหลายยิ่งขึ้น ไม่จำเป็นต้องโยนความรับผิดชอบไปยัง โม ซาลาห์ , ซาดิโอ มาเน่ หรือ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เท่านั้น
ก่อนจะบาดเจ็บ โชต้า ซัดในพรีเมียร์ลีก 5 ประตูจาก 9 เกม เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม แม้บางครั้งจะไม่ได้ยืนเป็นเบอร์ 9 หรือกองหน้าตัวเป้า
ประสิทธิภาพการเข้าทำจึงลดลงไป เมื่อรวมกับ 3 ขุนพลสำคัญซึ่งไม่ร้อนแรงเหมือนอย่างเคย กำลังพลในแดนหน้าคงต้องโมดิฟายให้แตกต่างออกไป
ดิว็อก โอริกี้ ซึ่งได้โอกาสพิสูจน์มาพอสมควร แต่ยังไม่อาจแสดงตัวตนอย่างชัดเจน คงจะได้เวลาต้องแยกทางแล้ว
ไม่ใช่หัวหอกเบลเจี้ยนฝีเท้าไม่ถึง ต้นตอปัญหาน่าจะอยู่ที่สภาพจิตใจซึ่งยากที่จะเยียวยากลับมาได้เหมือนเดิม
ในขณะเดียวกันอนาคตของ ซาลาห์ หรือ มาเน่ ก็ยังเต็มไปด้วยความคลุมเครือ ไม่มีอะไรมาการันตีได้ว่าจะอยู่ต่อ
สองคนนี้มักตกเป็นข่าวโยงกับสโมสรใหญ่ในลีกยุโรปเสมอ พร้อมทั้งกระแสเรื่องไม่ลงรอยกันเอง เกิดความบาดหมางอันเนื่องมาจากแก่งแย่งแข่งขันกัน
นั่นหมายความว่าจะกระทบต่อบรรยากาศภายในทีมอย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าเรื่องนี้เป็นความจริง คล็อปป์ อาจต้องยอมขายใครสักคนออกไป
ซาลาห์ ตกเป็นข่าวมากสุด แค่ตกเป็นสำรองแล้วแสดงท่าทางไม่พอใจหรือโดนเปลี่ยนออกจนแสดงภาษากาย ก็ถูกหยิบไปเป็นประเด็นแล้ว สื่อคอยจับผิดอยู่ตลอด ไม่ให้คลาดสายตากันเลย
ย้อนกลับไปเมื่อต้นเดือนมีนาคม หลังเกมลีกลิเวอร์พูลพ่ายเชลซีคาแอนฟิลด์ ไมเคิ่ล โอเว่น ที่ได้รับเชิญมาเป็นผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์เกม แสดงความเห็นจนหลายคนตกใจ
จากจังหวะที่ มาเน่ ครองบอลในกรอบเขตโทษแล้วโดน อันเดรียส คริสเตนเซ่น ยื่นขามาขวางไว้ วินาทีนั้นหากล้มลงไปยังไงก็ต้องเป็นจุดโทษ ผู้ตัดสินไม่เป่า ไปดู VAR ก็ฟ้องชัดๆ แต่เขากลับฝืนลุยไปต่อ กระทั่งเสียโอกาสได้ประตู
โอเว่น ชี้ว่าสาเหตุ มาเน่ ไม่ยอมล้มคงไม่ต้องการให้ทีมได้จุดโทษแล้ว ซาลาห์ จะต้องเป็นคนยิงตามที่ได้รับคำสั่งจาก คล็อปป์ ดังนั้นเลยขอลุยไปข้างหน้าเผื่อได้ยิงเองดีกว่า
แม้จะฟังดูแปร่งๆ โอเว่น เองก็รู้ว่าความเห็นนี้อาจโดนจวกยับได้ แต่เขารู้สึกเช่นนั้นจริง จากประสบการณ์แล้วมันเป็นสัญชาตญาณของผู้เล่นแนวรุก ไม่ว่าอย่างไรต้องมีความเห็นแก่ตัว
นอกจากนี้ยังเคยได้เห็นสองคนนี้ ไม่ส่งบอลให้กันหลายจังหวะทั้งที่มันควรจะสนับสนุนกัน
เพื่อแก้ปมตรงนี้ให้คลี่คลายเรียบร้อย ทางเดียวคือต้องขายใครสักคนและมันก็น่าจะถึงเวลาแล้ว เพราะทั้งสามคนร่วมงานกันมานาน 4 ปีแล้ว
หากพูดภาษาฟุตบอลก็คงประมาณว่า นี่คือรอบแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง
---------------------
Fichajes สื่อสเปนที่มักนำเสนอข่าวแนวก็อสซิปอ้างว่าลิเวอร์พูลมีแผนดึง หลุยส์ ซัวเรซ คืนกลับถิ่นเก่าอีกครั้ง
แน่นอนฟังดูก็เข้าใจไม่ยากว่าแค่ข่าวลือสร้างกระแส แต่ไม่ใช่ว่าประตูโอกาสหวนคืนสู่อ้อมเกิดที่คุ้นเคยจะปิดตายเลยทีเดียว
ตลอด 3 ปีครึ่งในยูนิฟอร์มของหงส์แดง เขาระเบิดตาข่ายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสองซีซั่นสุดท้าย 30 และ 31 ประตูตามลำดับ
คุณสมบัติเด่นของ ซัวเรซ ไม่ใช่อยู่แค่การถล่มประตูอย่างเดียว แต่ยังเอาตัวรอดเก่ง รอบจัด เต็มไปด้วยไหวพริบและบางครั้งเหลี่ยมเล่ห์ต่างๆ มันก็จำเป็นสำหรับการต่อสู้ในฟุตบอลสมัยใหม่
เรียกว่า ซัวเรซ มีความครบเครื่องในตัว เพราะเมื่อย้ายไปบาร์เซโลน่าในปี 2014 ฟอร์มยังร้อนแรงไม่มีตก
6 ปีที่คัมป์นู ซัวเรซ ยิงกระจุย 198 ประตูขาดอีก 2 จะครบ 200 ขึ้นอันดับ 3 ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสร
จากนั้นเมื่อโยกมายังแอตเลติโก้ มาดริดก็ลบเสียงนินทาที่บอกว่าแก่เกินแกงไม่มีเรี่ยวแรงในเกมระดับสูง
ปัจจุบันลงโม่ทุกรายการ 31 นัดกดไปทั้งสิ้น 19 ประตู รักษามาตรฐานได้อย่างน่าพอใจ ไม่มีอะไรมาขัดขวางการยิงประตูได้เลย
แม้บางเกมจะดูไม่มีบทบาทอะไรนัก จนเจอเสียงวิจารณ์แต่ทุกครั้ง ซัวเรซ ก็ยังกลับมาเป็นคนเดิมได้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นเพื่อทำให้ทุกคนเห็นคุณค่า
ว่ากันว่าเขาผิดหวังมากตอนโดนบาร์ซ่าปล่อยตัวมา เพราะเชื่อว่าอายุมากเกิน จึงพยายามจะทำให้ทุกคนรับรู้นั่นคือความคิดที่ผิด
เอาเข้าจริงระบบของแอตเลติโก้ มาดริดที่เน้นเพลย์เซฟตามแนวทางของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ไม่ได้สนับสนุน ซัวเรซ สักเท่าไร แต่ยังโชว์ผลงานทำประตูขนาดนี้ ต้องยกเครดิตให้เลย
หากเขาได้ร่วมงานกับผู้เล่นประเภทเพลย์เมคเกอร์ สร้างโอกาสได้เก่ง รวมทั้งช่วยแอสซิสต์เยอะกว่านี้ จำนวนประตูก็น่าจะทวีตามเช่นกัน
สัญญาของ ซัวเรซ กับตราหมีจะเหลือถึงปี 2022 แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะต้องอยู่จนครบเทอม การย้ายทีมเกิดขึ้นได้ในซัมเมอร์นี้
แล้วถ้าดูจากความทะเยอทะยานต้องการจะยิงประตูหรือโชว์ถึงคาแรคเตอร์ของผู้ชนะในแต่ละเกม ซัวเรซ ก็ยังมีคงมีให้เห็นอยู่
อาจต้องถาม คล็อปป์ ด้วยว่าต้องการหรือเปล่า แม้อายุการใช้งานจะสั้นเหลือแค่ 1-2 ปี แต่ถ้าเชื่อว่าดึงกลับมาแล้วได้ประโยชน์ก็ไม่มีอะไรน่าเสียหาย
เขาไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก รู้จักมักคุ้นสโมสรดีอยู่แล้ว เข้าใจวัฒนธรรมองค์กรและระบบการเล่นก็ยังเอื้อให้ทำประตูได้มากขึ้น เพราะลิเวอร์พูลเล่นเกมรุกโดยธรรมชาติ
นี่อาจเป็นชอยส์ที่น่าสนใจของ คล็อปป์ ในช่วงสถานการณ์ไม่ค่อยปกตินัก การปิดดีลผู้เล่นชั้นนำเป็นไปได้ยาก ถือซะว่าเป็นการแก้ขัดไปพลางๆ
อีกทั้งตัวนักเตะเองก็ยืนยันมาตลอดว่ารักลิเวอร์พูล เคยเปิดใจไว้ด้วยว่าหากต้องกลับพรีเมียร์ลีกจริงๆ มีตัวเลือกหนึ่งเดียวเท่านั้น แม้จะมีความทรงจำเลวร้ายบางเรื่องอย่างโทษแบนเหยียดผิวก็ตาม
อาจจะเซอร์ไพรส์ แต่ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้ที่ ซัวเรซ จะกลับมายังลิเวอร์พูลอีกครั้ง
และใครไม่ได้ต้องการเว็บไซด์ที่ชอบเซอร์ไพรส์ หนีหายตลอดเวลาแต่อยากหาเว็บที่มีความมั่นคงล่ะก็นี่เลย MYSBOBET ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment