breadcrumb symbol ข่าว

" ฤดูกาลที่น่าจับตาของ 'ฉลามชล' "

อัพเดตเมื่อ : April 22, 2021 4:09pm โดย : บุญคำ

แม้ว่าฤดูกาล 2020-21 ชลบุรี เอฟซี จะจบในอันดับ 12 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ 'ต่ำที่สุด' นับตั้งแต่ได้แชมป์ ไทยพรีเมียร์ลีก ในปี 2007 แถมยังต้องดิ้นรนเพื่ออยู่รอดอีกต่างหาก
ทว่าสิ่งที่พวกเขากำลังพิสูจน์ให้ทุกทีมเห็น คือการเปิดโอกาสให้กับบรรดาผู้เล่นเยาวชนของสโมสรได้โลดแล่นในเวทีใหญ่ของเมืองไทย
แนวทางของ ชลบุรี เริ่มชัดเจนมาได้หลายปีแล้วนะครับ พวกเขามักจะค่อยๆ ส่งผู้เล่นที่มาจากอะคาเดมี่ของสโมสรลงในลีกทีละรายสองราย แต่ก่อนหน้านี้มันยังไม่ชัดเจน กระทั่งการมาของ สะสม พบประเสริฐ ที่เคมีลงล็อกพอดีกับเด็กๆ วัยกำลังเจริญเติบโต
การดันผู้เล่นจากอะคาเดมี่ขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่แล้วประสบความสำเร็จนั้นบ่งบอกว่าสโมสรของคุณมีโครงสร้างของระบบเยาวชนที่ยอดเยี่ยม
แม้มันจะไม่การันตีเรื่องความสำเร็จ แต่ถ้าเกิดว่าเด็กๆ จากสถาบันลูกหนังของพวกคุณทำผลงานได้เกินคาด มันส่งผลไปถึงถ้วยรางวัลและที่สำคัญคือประหยัดงบประมาณไปได้บานตะไท
เพราะถ้าเด็กๆ จากทีมเยาวชนเกิดคว้าแชมป์ได้มากมาย นอกจากจะมีรายรับเข้าสู่คลังของสโมสร มันยังต่อยอดไปถึงการเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเตะวัยกระเตาะคนอื่นๆ อยากจะเจริญรอยตาม เพราะถ้ามันการันตีว่าถ้ามาอยู่กับคุณ พวกเขาจะมีอนาคตที่ดีรออยู่ข้างหน้า
แถมนักเตะที่สโมสรปั้นมาเอง หากเกิดการซื้อ-ขาย ก็สามารถทำเงินเข้าสู่สโมสรได้อีกต่างหาก
เรียกได้ว่าถ้าระบบเยาวชนของสโมสรใดสัมฤทธิ์ผล ระยะยาวคุณก็มีแต่ความโชติช่วงชัชวาลในภายภาคหน้า
ในระดับโลก ทีมที่ประสบความสำเร็จเป็นตัวอย่างชัดเจนเลยคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ บาร์เซโลน่า


 
พวกเขาให้โอกาสกับเยาวชนมากๆ อย่าง ยูไนเต็ด เราได้เห็นกรณีของ 'คลาส ออฟ 92' ที่ผลิต ไรอั้น กิ๊กส์, พอล สโคลส์, เดวิด เบ็คแฮ่ม, นิคกี้ บัตต์ และ 2 พี่น้อง เนวิลล์
บาร์เซโลน่า คุณได้เห็น เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, หลุยส์ เอ็นริเก้, การ์เลส ปูโยล, เชส ฟาเบรกาส และ ลีโอเนล เมสซี่
นี่คือตัวอย่างคร่าวๆ ของการมีรากฐานที่ดี เพราะผู้เล่นเหล่านี้แหละคือกระดูกสันหลังของทีมในระยะยาว
ในเมืองไทย เท่าที่ผมเห็นแบบชัดๆ เลยคือ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 2 พี่บิ๊กของประเทศ
ผู้เล่นเยาวชนจากกิเลนผยองและปราสาทสายฟ้าต่างโลดแล่นใน ไทยลีก มากมายเลยนะครับ แม้หลายๆ คนจะไม่ได้อยู่กับสโมสรที่พวกเขาเติบใหญ่ขึ้นมา
ฝั่ง เมืองทอง แบบกรณีชัดๆ มี พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล, ศิวกรณ์ เตียตระกูล, ปฏิวัติ คำไหม, ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ ส่วนทาง บุรีรัมย์ ก็เห็นทั้ง อานนท์ อมรเลิศศักดิ์, พีฬาวัช อรรคธรรม หรือ ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา
ชื่อเหล่านี้คือนักเตะที่เคยเป็นนักเตะเยาวชนของกิเลนผยองและปราสาทสายฟ้าทั้งนั้น
จริงๆ แล้ว ชลบุรี ก็เป็นทีมที่ผลักดันนักเตะเยาวชนของสโมสรมาโดยตลอด ไล่ตั้งแต่ยุคที่โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา โด่งดังสุดๆ ในลูกหนังขาสั้น
พวกเขาส่ง ภิภพ อ่อนโม้, สินทวีชัย หทัยรัตนกุล, สุรีย์ สุขะ, สุรัตน์ สุขะ, ณัฐพงษ์ สมณะ, อดุล หละโสะ, ชลทิตย์ จันทคาม, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และอีกมากมายขึ้นมาเล่นใน ไทยลีก ก่อนจะก้าวไปติดทีมชาติชุดใหญ่


 
ทว่ากับฤดูกาลล่าสุด ฉลามชลจัดเต็มเหนี่ยวด้วยการให้ผู้เล่นเยาวชนได้เล่นใน ไทยลีก หลายราย ไล่ตั้งแต่ เสฏฐวุฒิ วงค์สาย, วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, สหรัฐ สนธิสวัสดิ์, กฤษดา กาแมน, สัมพันธ์ เกษี และ ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว กลุ่มนี้คือล็อตแรกที่ได้สัมผัสกับลีกสูงสุดมาแล้ว
ส่วนที่เพิ่งจะได้ประเดิมในปีนี้นั้นมีทั้ง ทรงชัย ทองฉ่ำ, ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์ และ บุคฆอรี เหล็มดี
พวกเขาเหล่านี้คือนักเตะที่ยังอายุไม่ถึง 23 ปี ถือเป็นอนาคตของ ชลบุรี อย่างแท้จริง
การได้เสริมกระดูก ได้ลับแข้งกับบรรดานักเตะฝีเท้าดีใน ไทยลีก นั้นทำให้ผู้เล่นอายุน้อยได้เรียนรู้ว่าการแข่งขันที่เข้มข้นเป็นอย่างไร
แม้อันดับในตาราง ไทยลีก จะไม่ใช่ตัวเลขที่น่าปลื้มใจ แต่สิ่งที่น่า 'ภูมิใจ' ของ ชลบุรี คือการได้เห็นเมล็ดพันธุ์ที่หว่านลงไป ค่อยๆ เจริญงอกงาม
ผมเดาว่าการที่แชมป์ ไทยลีก ปี 2007 ขยับตัวในตลาดนักเตะแบบฉับไว เพราะได้โควต้าต่างชาติ 3 ราย บวกกับ 1 แข้งเอเชีย ทั้งๆ ที่ฤดูกาลเพิ่งสิ้นสุดลง มันเป็นการส่งสัญญาณว่า ชลบุรี เตรียมที่จะสร้างเซอร์ไพร์สในฤดูกาลหน้า
เรนาโต้ เคลิช คลาสบอลดีอยู่แล้ว เขาสามารถเป็นผู้นำในแผงหลังให้ทีมได้ และนักเตะอายุน้อยอย่าง ทรงชัย กับ บุคฆอรี จะได้เรียนรู้เพื่อเติบใหญ่
กีดี้ คานยุค พิสูจน์ให้เห็นกับ นครราชสีมา ว่าสามารถสร้างความแตกต่างได้กับการออกบอลเพียงครั้งเดียว แถมยังพกทีเด็ดทีขาดเรื่องเซ็ตพีซมาเพิ่มประสิทธิภาพในเกมรุกได้อีก
ศูนย์หน้าตัวเป้า การได้ เดนนิส มูริลโล่ มาแบบเหลือเชื่อคงจะช่วยเพิ่มกำลังใจให้กับบรรดาวัยรุ่นของฉลามชลได้ไม่น้อย เพราะปีที่ผ่านมา พวกเขาสร้างสรรค์โอกาสได้บ่อยครั้ง แต่พอถึงจังหวะจบสกอร์นั้นไร้ความเฉียบขาด
หากว่า มูริลโล่ ยังรักษามาตรฐานเดิมเหมือนที่ยิงกระจุยกับทีมแมวพิฆาตได้ ผมมั่นใจว่า ชลบุรี นี่แหละจะเป็น 'ม้ามืด' ที่ทีมใหญ่ไม่อาจประมาทได้เลย
อีกรายที่น่าสนใจคือ ยู บยอง-ซู กองหน้าเกาหลีใต้ ที่อาจจะไม่สะดุดตาของหลายๆ คน ทว่าหมอนี่มีดีกรีไม่ธรรมดาเลยนะครับ
ได้แชมป์ฟุตบอลถ้วยกับ 2 สโมสรต่างประเทศอย่าง อัล-ฮิลาล (ซาอุดิอาระเบีย) และ รอสตอฟ (รัสเซีย) โดยที่ลงเล่นสม่ำเสมอ บวกกับการติดทีมชาติเกาหลีใต้ 8 นัด ก็จัดว่าน่าจะมีพิษสงพอตัวในวัย 33 ปี
อ่อ…บยอง-ซู นี่ยังมีลูกฟรีคิกเป็นอีกอาวุธที่น่าสนใจ เพราะพี่แกมีลักษณะการยิงคล้ายๆ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ด้วยล่ะ
2021-22 คงจะเป็นเป็นฤดูกาลที่น่าจับตาของ 'ฉลามชล' จริงๆ นะครับ

ปีหน้าฤดูกาลบที่น่าจับตาของฉลามชล แต่ปีไหนคุณก็จับตากับความตื่นเต้นได้ที่ MYSBOBET รับรองว่าคุณลืมไม่ลงแน่นอน ที่นี่มีความสนุกและพร้อมบริการตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment