breadcrumb symbol ข่าว

[ #เมื่อแม่รังแกฉัน (ตอน1) ]

อัพเดตเมื่อ : July 01, 2021 4:52am โดย : admin

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงเมื่อ เวโรนิก ราบิโอต์ แม่ของ อาเดรียง ราบิโอต์ ต่อว่าครอบครัวของปอล ป็อกบา และครอบครัวคีลียัน เอ็มบั๊ปเป้ บนอัฒจันทร์ระหว่างเกมฝรั่งเศสเจอสวิตเซอร์แลนด์ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย
จุดเริ่มต้นมาจากการพร่ำบ่นไม่หยุดของ เวโรนิก ถึงผู้เล่นบางคนเป็นเวลาราว 20 นาที จากนั้นเมื่อ ปอล ป็อกบา เสียการครองบอล จนโดนตัดได้และนำไปสู่ประตูตีเสมอ 3-3 ของสวิสอย่างที่รู้กัน
เวโรนิก เลยหันมาโฟกัสยัง เยโอ แม่ของ ป็อกบา ก่อนต่อว่าอย่างเผ็ดร้อน ซึ่งมันไม่สมควรอย่างมากจะมาตำหนิกันแบบไม่ให้เกียรติต่อหน้าสาธารณะอย่างนี้
แต่เธอยังไม่สำนึกหรือรู้สึกผิดอะไรทั้งสิ้น บรรยากาศบนนั้นตึงเครียดไม่น้อยกว่าเกมในสนามเลย
กระทั่ง เอ็มบั๊ปเป้ ซัดจุดโทษไปโดน ยานน์ ซอมเมอร์ เซฟได้และเป็นการตัดสินให้สวิสชนะผ่านเข้ารอบ เวโรนิก ของขึ้นปรี๊ดหนักกว่าเก่า หันไปว้ากใส่ วิลฟรีด ผู้เป็นพ่อดาวเตะปารีส แซงต์ แชร์กแมง
ทีมข่าวของ RMC สื่อของฝรั่งเศส พยายามใช้การอ่านริมฝีปากได้ประมาณว่าด่า เอ็มบั๊ปเป้ ยิงบอลน้ำหนักไม่แรงมากพอ อีกทั้งฝากไปเตือนลูกชายซูเปอร์สตาร์ด้วย ทีหน้าทีหลังให้ยิงดีกว่านี้หน่อย
ร้อนถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งอยู่ไม่ห่างเท่าไรนักต้องมาห้ามไว้ กลัวเหตุการณ์จะลุกลามไปไกลกว่าที่คิด เพราะนั่นคือโซนวีไอพี เดี๋ยวเป็นข่าวไปมันจะไม่งามเอาได้
อย่างไรก็ดีหลายคนเคยมีประสบการณ์และรู้กิตติศัพท์ของ เวโรนิก มาก่อนแล้วว่าร้ายกาจแค่ไหน จึงอดทนอดกลั้นได้ ไม่อยากจะไปต่อความยาวสาวความยืดด้วย เรื่องจึงจบแบบไม่มีใครเจ็บ
แต่ในสนามเองก็มีพวกนักข่าวหรือคนที่สังเกตยืนยันว่า มีหลายช็อตที่นักเตะตราไก่ทะเลาะกันเองหรือมีการต่อว่าแบบใช้อารมณ์
ยิ่งเคส ราบิโอต์ เดินไปเคลียร์กับ ป็อกบา เรื่องที่ไม่ค่อยมาช่วยเล่นเกมรับ อาจส่งผลให้อุณหภูมิบนอัฒจันทร์ที่บรรดาผู้ปกครองนั่งอยู่เดือดตามไปด้วย
ไม่ใช่แค่นั้นจากเกมรับที่เปื่อยยุ่น โดนสวิสเจาะทะลวงฝ่ามาง่ายมาก ราฟาแอล วาราน จึงหันไปโวย แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ ที่ดูเป็นจุดอ่อนทางแบ็กขวาเช่นกัน
นอกจากนี้ในยามที่แผงกลางหละหลวมทำหลุดมาง่ายๆ ปาวาร์ ก็มีไปตำหนิ ป็อกบา อีกด้วยและช็อตดังกล่าว วาราน นี่แหล่ะที่เข้าข้าง ปาวาร์
เรียกว่าโวยใส่กันไปมาอีนุงตุงนังไปหมด จนหลายคนรู้สึกว่าทำไมทีมสปิริตของฝรั่งเศสมันสั่นคลอนง่อนแง่นเช่นนี้
ว่ากันว่าการที่ทัพตราไก่หลายยุคสมัยมีนักเตะเก่งกาจมากความสามารถมากมายเป็นเรื่องที่ดีมากๆ พวกเขาควรได้ผูกขาดความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะในฟุตบอลโลกหรือยูโร
กระนั้นอีโก้ของผู้เล่นเหล่านี้คืออาวุธแหลมคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายพวกเดียวกัน จนส่งผลเสียมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง
ยูโร 2020 อาจเป็นอีกครั้งที่ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ฝรั่งเศสพกพาดีกรีแชมป์โลก อีกทั้งคุณภาพนักเตะยิ่งกว่าคับแก้วเหนือกว่าทุกชาติที่มาร่วมโม่แข้ง
แต่ที่มีมาเพิ่มคือเรื่องของผู้ปกครอง เวโรนิก แม่ของ ราบิโอต์ ทำตัวเหมือนสายล่อฟ้าอย่างยิ่ง
เพราะในอีกด้านเราต้องยอมรับว่า การที่ผู้เล่นตำหนิหรือโวยวายใส่กัน มันเป็นปกติอยู่แล้ว อย่างน้อยสะท้อนถึงแพสชั่นความมุ่งมั่นต่างๆ
แต่พอมีผู้ปกครองมาเกี่ยวข้องด้วย รอยร้าวในความสัมพันธ์อาจปริแยกมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ กลายเป็นปัญหาของเพื่อนนักเตะด้วยกัน
อย่างที่เกริ่นไว้ก่อนแล้วนั่นแหล่ะ ไม่ใช่ครั้งแรกที่ เวโรนิก ออกมามาอาละวาดเช่นนี้ แต่มันมันเกิดขึ้นหลายคดี จนเหมือนจะกลายเป็นสิ่งปกติสำหรับคนที่รู้จักเธอ
และนั่นคนที่ลำบากไม่น้อยกว่ากันคือ ราบิโอต์ ต้องรับกรรมตามผลการกระทำแม่บังเกิดเกล้าไปด้วย
-----------
จริงๆแล้ว อาเดรียง ราบิโอต์ เกิดในครอบครัวชานกรุงปารีส มีฐานะความเป็นอยู่ทั้งเรื่องเงินและหน้าตาทางสังคมที่อยู่ในขั้นดีเลยทีเดียว
มิกาแอล โปรโวสต์ ผู้เป็นพ่อชักนำให้ลูกชายรู้จักกับฟุตบอล จนหลงใหลคลั่งไคล้ในเวลาต่อมา อีกทั้งยังฉายแววว่าเติบใหญ่ขึ้นจะกลายเป็นแข้งอาชีพชั้นดีได้ไม่ยาก
อย่างไรก็ มิกาแอล โชคร้ายประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เป็นอัมพาตตลอดชีวิต จนทำให้ครอบครัวต้องแตกแยก สุดท้ายนำไปสู่การหย่ากับ เวโรนิก้า และตัวลูกชายต้องมาอยู่กับแม่ ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้นามสกุล ราบิโอต์ ตามไปด้วย
เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ครอบครัวของ ราบิโอต์ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เวโรนิก เริ่มมีอาการหลอน หวาดกลัวไปหมดทุกอย่าง ถึงขนาดที่ว่ากลัวจะเสียลูกชายสุดที่รัก เหมือนอย่างที่ต้องพลัดพรากจากสามี
บางครั้ง เวโรนิก ปักใจเชื่อในเรื่องไศยศาสตร์ สิ่งลี้ลับที่มองไม่เห็น ทำให้คนที่อยู่ใกล้ชิดชักจะเริ่มออกห่าง
อย่างไรก็ดีแม่คนนี้แหล่ะที่ประคบประหงมลูกชายอย่างดี มีอิทธิพลมากช่วยแผ้วทางนำไปสู่การเป็นแข้งอาชีพ
ในปี 2008 ราบิโอต์ ถูกค้นพบโดยแมวมองของแมนฯซิตี้ ซึ่งประทับใจฝีเท้าเด็กคนนี้มากๆ มันชัดเจนเลยว่ามีพรสรรค์ หากนำไปขัดเกลาเจียระไนให้ดีรับรองเลยว่าประสบความสำเร็จแน่นอน
"เขาอ่อนไหว เฉลียวฉลาดมากๆ เล่นปีกหรือมิดฟิลด์ก็ได้หมด เป็นคนสุภาพ จิตใจดีเยี่ยม รู้จักให้เกียรติผู้อื่น มันเป็นสิ่งที่น่าทึ่งจริง"
โค้ชคนหนึ่งของแมนฯซิตี้ ซึ่งมีหน้าที่ดูแล ราบิโอต์ โดยตรงเคยกล่าวไว้เช่นนี้
ราบิโอต์ ต้องมาเข้าโรงเรียนแถบแมนเชสเตอร์ มีคอร์สภาษาอังกฤษเพิ่ม เพื่อทลายกำแพงการสื่อสาร ด้วยบุคลิกและนิสัยสร้างความประทับใจให้เพื่อนร่วมคลาสไม่น้อย
ทุกอย่างกำลังไปได้สวยงาม ราบิโอต์ เริ่มมองเห็นอนาคตสดใสที่นี่ ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ชีวิตที่แมนเชสเตอร์ไม่ได้ลำบากอย่างที่คิด
เขาได้รับการช่วยเหลือจากคนรอบข้าง รวมทั้ง เวโรนิก ซึ่งตามมาอยู่ด้วย
อย่างไรก็ดี ราบิโอต์ ได้เป็นแข้งอะคาเดมี่ของแมนฯซิตี้เพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้น แม่ก็พาเขากลับมาฝรั่งเศสอีกครั้งอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ภายหลังคาดว่าน่าจะมาจาก 2 สาเหตุด้วยกันที่ต้องกลับบ้านเกิด อย่างแรกเลยก็คือตอนนั้นไม่มีใครดูแล มิกาแอล พ่อซึ่งป่วยหนักมากขึ้นเรื่อยๆ
อีกเรื่อง เวโรนิก ไม่พอใจแมนฯซิตี้เรื่องสัญญาที่ให้กับลูกชาย อ้างว่าไม่เคารพกันเรื่องของสัญญา เพราะไม่ยอมการันตีว่าหากอายุครบ 17 แล้วจะได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพเต็มตัว
ในความเป็นจริงแล้ว ทางทีมงานของแมนฯซิตี้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่านักเตะดาวรุ่งที่จะถูกดันขึ้นมาสู่ชุดใหญ่ในอนาคตอันใกล้ มีคุณสมบัติพร้อมมากน้อยแค่ไหน ไม่อาจรับประกันอะไรได้ในเบื้องต้น
เมื่อคุยกันไม่รู้เรื่อง เวโรนิก อยากให้ลูกชายมีความมั่นคง หวั่นว่าหากถูกตัดชื่อทิ้งจริง ประวัติอาจเสียหายทำให้หาต้นสังกัดใหม่ยากขึ้น เลยหอบหิ้วลูกกลับมาฝรั่งเศส
ตอนแรกไปอยู่กับปาอู แอฟเซทีมเล็กๆในปารีสก่อน จากนั้นค่อยๆหาโอกาสไปเข้าสโมสรที่ใหญ่ขึ้น
ก่อนจะไปตกลงกับปารีส แซงต์ แชร์กแมง ยักษ์ใหญ่แห่งเมืองหลวงและ เวโรนิก ก็ได้ก่อวีรกรรมอีกเช่นกัน
เรื่องมันยาวมากจริงๆ คงต้องไปต่อตอนที่สองในวันพรุ่งนี้แล้ว
และใครไม่อยากรอที่จะเริ่มต้นในวันพรุ่งนี้ล่ะก็มาเริ่มต้นที่นี่ได้เลยครับกับ MYSBOBET ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment