breadcrumb symbol ข่าว

[ #วางอีโก้ลงก่อน ]

อัพเดตเมื่อ : July 03, 2021 9:45pm โดย : admin

สัญญาฉบับปัจจุบันของ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กับปารีส แซงต์ แชร์กแมงจะหมดลงในซัมเมอร์ 2022
นับจากนี้เหลือเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น แต่ยังไม่มีความคืบหน้าหรือสัญญาณเตือนว่าจะยืดออกไป
ล่าสุดเป็นอีกครั้งที่มีการพูดคุยกัน หลังการตกรอบของฝรั่งเศสในศึกยูโร 2020 ปรากฏว่าคำตอบออกมายังเหมือนเดิมทุกอย่าง
ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่พวกสื่อต่างๆได้มานั้น ระบุว่านอกเหนือจาก เลโอนาร์โด้ ผู้อำนวยการกีฬา ซึ่งพยายามหว่านล้อมแล้ว ยังมีบิ๊กเกอร์บอสอย่าง นาสเซอร์ อัล-เคไลฟี่ ประธานสโมสรเจรจาด้วยตนเอง
ทางเปแอสเชยินดีจะให้ค่าจ้างเทียบเท่า เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์ที่เพิ่งขยายออกไปเมื่อสองเดือนก่อนคือ 30 ล้านยูโรต่อปี หลังจากหักภาษีเรียบร้อย
แม้จะเป็นตัวเลขที่มหาศาลเหลือเกิน เอ็มบั๊ปเป้ จะได้มากกว่าเดิมถึง 3 เท่าด้วยกัน แต่ดูแล้วเงินไม่น่าจะคำตอบสุดท้ายสำหรับเด็กหนุ่มวัย 22 ปี
เขาไม่เคยบอกหรือให้สัมภาษณ์เลยสักครั้งว่าอยากจะย้ายไปเล่นกับทีมไหน แต่ในอนาคตอันใกล้ไม่ใช่ปารีส แซงต์ แชร์กแมงแน่นอน
จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่นับว่าน่าสนใจมากๆ คาดเดาลำบากว่าเปแอสเชจะจัดการอย่างไร หาทางออกแบบไหน เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้มากที่สุด
ประเมินจากเปอร์เซนต์ความเป็นไปได้ในเวลานี้ อาจต้องทำใจยอมรับความจริงแล้วว่า โอกาสริบหรี่เหลือเกินที่จะเหนี่ยวรั้ง เอ็มบั๊ปเป้ เอาไว้สำเร็จ
ถ้านักเตะไม่มีใจก็แทบจะจบกัน อีกทั้งเขาไม่ได้ผูกพันอะไรกับเปแอสเชเลย เติบโตมาจากอะคาเดมี่ของโมนาโก แล้วเหตุผลหลักที่ย้ายมายังเมืองหลวงเป็นอื่นไม่ได้เลย นอกจากเรื่องของเงิน
ฉะนั้นผู้บริหารต้องชั่งใจดีๆ หากเสี่ยงเก็บไว้ยังไม่ขายในซัมเมอร์นี้ นั่นหมายความว่ารอถึงปีหน้าโอกาสจะเสียแบบฟรีๆสูงมาก ทั้งที่ทุ่มทุนซื้อมาแพงถึง 180 ล้านยูโรด้วยกัน
นับตามมูลค่าความเป็นจริงแล้ว เอ็มบั๊ปเป้ คือผู้เล่นที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกเวลานี้ด้วยซ้ำ แล้วเปแอสเชจะยอมเสียฟรีแบบไม่ได้อะไรเลยอย่างนั้นหรือ
อย่างไรก็ดีแฟนบอลจำนวนหนึ่งเริ่มอยากจะให้ขาย คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ออกไปซะ เก็บไว้ระยะยาวอาจมีผลร้ายมากกว่าประโยชน์
ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นหลังจากฝรั่งเศสตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึกยูโร 2020
-----------------
เฌอโรม โรเต็น อดีตปีกที่เคยรับใช้ปารีส แซงต์ แชร์กแมงถึง 6 ปีและปัจจุบันผันตัวมาเป็นผู้สันทัดกรณีวิเคราะห์เกม แสดงความเห็นเกี่ยวกับ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ อย่างเผ็ดร้อน
เขากล่าวผ่าน RMC Sport สื่อชั้นนำของประเทศ โดยระบุว่าปัญหาใหญ่ของ เอ็มบั๊ปเป้ คือเรื่องอีโก้หรือความเชื่อมั่นตัวเองสูงมากเกินไป
บางครั้งสร้างความลำบากใจให้ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ กุนซือของทีม ไม่อาจควบคุมได้กระทั่งเลยเถิดบานปลาย
ลำพังอีโก้แค่ในสนามยังพอทนรับได้แต่ โรเต็น คิดว่าถ้าออกนอกสนามแล้วยังเป็นอย่างนี้อีก สถานการณ์จะเลวร้ายมากกว่าเดิม ยากที่จะดึงกลับมา
จากนั้นก็มีการโยงไปยังเกมอุ่นเครื่องของฝรั่งเศสก่อนทัวร์นาเมนต์ยูโรจะเริ่มขึ้น ซึ่งถล่มบัลแกเรียเรียกความมั่นใจ 3-0 แต่บรรยกาศหลังจากนั้นตึงเครียดมาก
จุดเริ่มมาจากการให้สัมภาษณ์ของ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ตัวสำรองที่ลุกมายิง 2 ประตู ประมาณว่าหากไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้เล่นกองหลัง อันหมายถึงแบ็กสองข้าง โอกาสจะได้ยิงประตูจะน้อยแน่
เพราะผู้เล่นตัวรุกบางคน ไม่ได้คอยช่วยเหลือสักเท่าไรเลย ทำให้จังหวะไม่ปะติดปะต่อ
บังเอิญการสัมภาษณ์เกิดขึ้นในบริเวณสนาม เอ็มบั๊ปเป้ ได้ยินเข้าพอดี เลยรู้สึกฉุนเฉียวยิ่งนัก ฮึดฮัดเดินไปหาทันที ต้องการจะเคลียร์ให้ชัด เพราะคิดว่าพาดพิงตน
เดส์ชองส์ ต้องรีบมาปรามให้ลูกทีมอารมณ์เย็นลง หวั่นว่าเกิดภาพไม่งามต่อหน้าสาธารณะ เดี๋ยวจะลุกลามไปกันหมด
พอทำความเข้าใจกันและเคลียร์ให้ยุติปัญหา ชิรูด์ จึงเอ่ยปากขอโทษรุ่นน้อง แท้จริงแล้วเจตนาพูดไปตามรูปเกมที่เห็น ไม่ได้จำเพาะเจาะจงหรืออยากจะสื่อถึงใครเลย
ภายหลังพวกนักข่าวและช่างภาพ คอยจับสังเกตปฏิกิริยาตอนซ้อม ปรากฏว่า เอ็มบั๊ปเป้ ยังมีทีท่ามึนตึงใส่รุ่นพี่ คล้ายว่าไม่อยากจะยุ่งด้วย
ทั้งที่ ชิรูด์ พยายามสานสัมพันธ์ให้กลับมาเป็นเหมือนอย่างเก่า แต่ดูไม่ค่อยได้รับการตอบสนองเท่าไรนัก
นั่นเองทำให้หลายคนเริ่มตำหนิ เอ็มบั๊ปเป้ เพราะความจริงนี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรเลย อีกทั้ง ชิรูด์ ก็ขอโทษแล้ว ไม่น่าจะโกรธแค้นนานแบบนี้ ควรให้อภัยและมองที่ผลประโยชน์ของทีมชาติเป็นหลัก
อย่างน้อยที่สุด เอ็มบั๊ปเป้ ควรโฟกัสที่เรื่องของเกมมากกว่า ตัดอย่างอื่นที่คิดว่ารบกวนจิตใจออกให้หมด ทัวร์นาเมนต์กำลังคืบคลานมาถึงและฝรั่งเศสคือชาติตัวเต็งเบอร์ต้น แถมพกพาดีกรีแชมป์โลกมาอีกต่างหาก
นอกจากนี้เขายังถูกคาดหวังว่าจะสร้างผลงานส่วนตัวได้เปรี้ยงปร้างด้วย ไม่ว่าจะในฐานะดาวยิงสูงสุดของรายการหรือผู้เล่นยอดเยี่ยม
แต่สิ่งที่ได้เห็นกลับตรงกันข้ามเลย
สามนัดแรกในรอบแบ่งกลุ่ม นอกจากยิงประตูไม่ได้เลย เอ็มบั๊ปเป้ ยังไม่ได้มีส่วนร่วมโดยตรงกับทั้ง 4 ประตูของฝรั่งเศสอีกต่างหาก
กว่าจะมาสร้างผลงานก็ต้องรอรอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งแอสซิสต์ให้ คาริม เบนเซม่า ทำประตูตีเสมอสวิตเซอร์แลนด์ได้สำเร็จ ทว่าสุดท้ายก็ตกรอบอยู่ดีและ เอ็มบั๊ปเป้ กลายเป็นหนึ่งในจำเลยด้วย
เขาถูกเลือกให้ยิงจุดโทษคนที่ 5 ก่อนจะซัดไปให้ ยานน์ ซอมเมอร์ เซฟได้อย่างน่าเสียดาย ที่ต้องบอกว่าน่าเสียดายเพราะควรยิงได้ดีกว่านั้น
แฟนบอลไม่น้อยโกรธแค้น เอ็มบั๊ปเป้ เพราะเชื่อว่าอาจอาสายิงคนสุดท้าย ตามประสาเด็กมีความมั่นใจสูง ซึ่งเราก็เห็นกันอยู่ว่าเขายิงได้แย่จริงๆ
นอกจากนี้ โรเต็น ยังตั้งข้อสังเกตอีกด้วยว่า อย่างตอนฝรั่งเศสได้ฟรีคิก แทนที่จะเป็น อองตวน กรีซมันน์ หรือ ปอล ป็อกบา ทำหน้าที่ตามความถนัด
กลายเป็นว่า เอ็มบั๊ปเป้ มาขอมีส่วนร่วมอยากจะยิงด้วย ทั้งที่เห็นกันอยู่แล้วว่านี่ไม่ใช่งานหรือบทบาทที่เชี่ยวชาญเลย
มันอาจจะเป็นการจับผิดมากเกินไป แต่ด้วยต้นทุนและความคาดหวังจากแฟนบอลทั้งประเทศ เราต้องยอมรับเลยว่ามันน่าผิดหวังเลยจริงๆ
เขาอาจอยู่ในช่วงตัดสินใจอนาคต ซึ่งเป็นหัวเลี้ยงหัวต่อที่สำคัญมากๆ แต่เหนืออื่นใดเลยก็คือต้องหันมามองตัวเองด้วย ทัศนคติบางอย่างที่เลวร้ายก็ควรปรับใหม่ อย่าให้ใครมาว่าได้ภายหลัง
ไม่มีใครเก่งไปตลอดหรอก บางวันฟอร์มดร็อปลงไปเชื่อว่ากองเชียร์น่าจะเข้าใจ
แต่ไม่ควรไปแสดงออกบางอย่างที่ขัดกับความรู้สึก ประตูสู่ความเป็นซูเปอร์สตาร์เบอร์ 1 ของโลก ตามรอย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือ ลิโอเนล เมสซี่ เปิดรอต้อนรับอยู่แล้ว
เมื่อถึงเวลาเหมาะสม ทุกคนจะเป็นคนเชิญให้ผ่านประตูเข้าไปเอง เอ็มบั๊ปเป้ ไม่ต้องทำอะไรมากเลย
แค่ตั้งใจเล่นให้เต็มที่ เป็นเหมือนที่เคยเป็น ไม่ยึดติดกับอีโก้หรือเชื่อมั่นจนขาดความเป็นตัวของตัวเอง
เชื่อเถอะว่าเขาจะไปถึงเป้าหมายที่วางไว้อย่างแน่นอน
และใครต้องการเว็บไซด์ที่เป็นตัวของตัวเอง ไม่มุ่งตรงกับใคร บริการประทับใจ ฉับไวรวดเร็วต้องนี่เลย MYSBOBET ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment