breadcrumb symbol ข่าว

[ #ซ้ำรอย29ปีก่อน ? ]

อัพเดตเมื่อ : July 05, 2021 4:45am โดย : admin

ความพ่ายแพ้ 2 เกมแรกในรอบแบ่งกลุ่ม ทำให้หลายคนเชื่อว่าเดนมาร์กน่าจะจบเส้นทางยูโร 2020 แค่กรุ๊ปสเตทเท่านั้น
เพราะโอกาสได้ไปต่อแทบริบหรี่ ต้องลุ้นเงื่อนไขหลายอย่าง ทั้งพึ่งลำแข้งตัวเองและยืมจมูกคนอื่นหายใจ
ก่อนเดนมาร์กจะพลิกสถานการณ์ได้อย่างเหลือเชื่อ ถล่มรัสเซียในนัดที่ 3 กรุยทางสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายสำเร็จ
อย่างไรก็ตามหากเราดูภาพรวมฟอร์มการเล่นของเดนมาร์ก จะเห็นว่าที่ปราชัยใน 2 เกมแรก ไม่ได้แย่อะไรเลยและมีเหตุผลที่ทำให้ผลออกมาเป็นอย่างนั้น
เกมแรกเจอฟินแลนด์ คริสเตียน เอริกเซ่น เสาหลักในแนวรุก หัวใจวายเฉียบพลันวูบคาสนาม จนต้องช่วยเหลือเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน
หลังเกมหยุดไปเกือบ 2 ชั่วโมง กลับมาหวดกันอีกครั้ง ถามหน่อยว่าแข้งโคนมยังมีอารมณ์อยากจะเล่นต่ออีกหรือ?
แทบทุกคนต่างวิตกกังวลเกี่ยวกับการป่วยของ เอริกเซ่น สมาธิแทบกระเจิงแล้ว ยูฟ่าถูกวิจารณ์ที่ดึงดันจะให้เตะเลยหรือหากเลื่อนไปอีกวันก็ต้องเขี่ยบอลตอนเที่ยง เพราะคำนึงถึงเรื่องกรอบเวลาการถ่ายทอดสดเป็นหลัก
นักเตะโคนมต่างแสดงให้เห็นกันแล้ว พวกเขามีทีมสปิริตแข็งแกร่งขนาดไหน ในช่วงเวลาที่ปกป้อง เอริกเซ่น ระหว่างทีมแพทย์กำลังปฐมพยาบาลอยู่
ทุกคนที่ลงสนามต่างต้องการชัยชนะ แต่เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ดังกล่าว พวกเขาลืมเรื่องเกมอย่างสิ้นเชิง ไม่แคร์ด้วยว่าจะแพ้หรือไม่ มันไม่ใช่เวลาจะมานึกถึงเลยสักนิดเดียว
จากนั้นนัดสองดวลเบลเยียมหนึ่งในทีมเต็ง ก็ต้านทานความยอดเยี่ยมของ เควิน เดอ บรอยน์ ไว้ไม่ได้
ดาวเตะจากค่ายแมนฯซิตี้ถูกเปลี่ยนตัวลงมาในครึ่งหลัง ก่อนจะช่วยผลักดันให้ทีมกลับแซงคว้าชัย ต้องบอกว่าเดนมาร์กแพ้ เดอ บรอยน์ ถึงจะถูก
เพราะ 45 นาทีแรก พวกเขาโชว์ให้เห็นว่าเหนือกว่า บุกมากกว่า สร้างโอกาสเยอะแบบชัดเจน เพียงแต่ได้ไปแค่ประตูเดียว ซึ่งในที่สุดก็ไม่เพียงพอ
อย่างที่บอกไว้นั่นเลย สองเกมแรกมีบางอย่างไม่เป็นใจ เลยต้องพ่ายแพ้และส่อแววว่าจะตกรอบ
พอได้ผ่านเข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่มบี เส้นทางนำพาไปเจอกับเวลส์ ก่อนจะตอกหัวตะปูย้ำขยี้ถึง 4-0 ทะลุถึงรอบคอวเตอร์ไฟนั่ลแล้ว
จากที่ 2 นัดแรกพ่ายเรียบ 2 นัดต่อมาชนะเกลี้ยงไม่พอ ยังกดไปถึง 8 ประตูอีกต่างหาก นั่นคือการส่งสัญญาณเตือนแล้ว
สาธารณรัฐเช็กซึ่งเป็นอีกหนึ่งจอมม้ามืดคือด่านต่อไป แต่เดนมาร์กก็ยังเฆี่ยนลงได้ แม้จะต้องลุ้นน้ำลายเหนียวคอก็ตาม
จากทีมที่ร่อแร่ใกล้ตกรอบเต็มที แล้วปัจจุบันเข้าไปเป็น 1 ใน 4 ทีมสุดท้าย ต้องปรบมือให้เดนมาร์กอย่างแท้จริง
พวกเขาเผชิญอุปสรรคที่ยากลำบากกว่าทีมอื่น ไม่มีใครคาดคิดว่า เอริกเซ่น จะเฉียดความตายระหว่างโม่แข้งเกมแรก เรื่องนั้นส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจผู้เล่นทุกคน
แต่พอรู้ว่าเพื่อนปลอดภัยดี ไม่มีอะไรต้องน่าเป็นห่วง แข้งเดนส์ก็รวมพลังก่อนจะกลับมาอย่างยิ่งใหญ่
แน่นอนว่าการฝ่าด่านผ่านถึงรอบรองชนะเลิศในครั้งนี้ ทำให้อดนึกถึงเหตุการณ์ในปี 1992 หรือ 29 ปีที่แล้วไม่ได้
ภาพจำเกี่ยวกับ "เทพนิยายเดนส์" ผุดขึ้นมาอีกครั้ง
หรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยจริงๆ
---------------
ในรอบคัดเลือกยูโร 1992 เดนมาร์กอยู่ร่วมกลุ่มกับยูโกสลาเวีย , ออสเตรีย , ไอร์แลนด์เหนือและหมู่เกาะแฟโร
สถานการณ์ในช่วงดังกล่าวไม่ค่อยรับรื่นเท่าไรนัก เกิดแรงกระเพื่อมภายใน สาเหตุมาจาก ริชาร์ด โมลเลอร์ นีลเซ่น ไม่ลงรอยกับสองพี่น้องตระกูลเลาดรู๊ปคือ ไมเคิ่ล และ ไบรอัน ซึ่งรู้กันอยู่ว่าทั้งสองคือแกนหลักสำคัญแดนหน้า เรียกว่าแทบขาดไม่ได้เลย
ก่อนพี่น้องเลาดรู๊ปจะแตกหักประกาศเลิกเล่นให้ทีมชาติ ซึ่งในเวลานั้นเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อย
ทัพเดนส์จึงคลายความดุดันในเกมรุกไปมาก นั่นคืออีกเหตุผลทำให้จบแค่อันดับ 2 ของกลุ่ม หมดสิทธิ์ไปเล่นในรอบสุดท้ายที่สวีเดนเป็นเจ้าภาพ เพราะตอนนั้นเอาแค่ 8 ทีมผ่านการคัดกรอง
อย่างไรก็ตามผลพวงจากสงครามกลางเมืองฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของรัฐบาลยูโกสลาเวีย จึงถูกทางยูฟ่าตัดสิทธิ์อย่างปัจจุบันทันด่วน ทั้งที่เดินทางไปเก็บตัวกันแล้ว เดนมาร์กจึงส้มหล่นได้ไปลุยแทน
นักเตะรู้ข่าวกันก่อนเพียงแค่สัปดาห์เดียวเท่านั้น เป็นภารกิจที่ดูฉุกละหุกวุ่นวาย แต่ทุกคนยินดีที่จะรีบบึ่งมา โดยไม่แคร์หรอกว่าจะเป็นแค่ไม้ประดับหรือมวยรอง
การได้เข้าร่วมในทัวร์นาเมนต์เช่นนี้ ถือว่าสำคัญอย่างมาก มันเป็นเกียรติประวัติและเดนมาร์กเองตอนนั้นเพิ่งสร้างชื่อในเวทีนานาชาติไม่นานเท่าไร
โมลเลอร์ นีลเซ่น รู้ว่าไปเล่นอย่างนี้ไม่ง่ายเลย ดังนั้นอยากจะให้ขุมกำลังแกร่งมากยิ่งขึ้น ยอมวางอัตตาแล้วไปเกลี้ยกล่อมสองพี่น้องเลาดรู๊ปกลับมาเล่นให้ทีมชาติอีกครั้ง นี่คือเวลาที่ควรสามัคคีมากกว่าทะเลาะกัน
ไบรอัน โอเคเซย์เยสรีเทิร์นสวมยูนิฟอร์มทีมชาติ ต่างจาก ไมเคิ่ล คนพี่ซึ่งไม่ยอมกลับมา ส่วนหนึ่งไม่ค่อยมั่นใจในศักยภาพของทีม ไปแทนในลักษณะนี้กลัวว่าจะกลายเป็นหมูให้คู่ต่อสู้ทุบนิ่มๆ แทบไม่มีเวลาเตรียมความพร้อมเลย
อีกทั้ง ไมเคิ่ล ยังเชื่อว่ามันคงเป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะเข้าหน้า โมลเลอร์ นีลเซ่น ติดเหมือนอย่างเคย รอยร้าวมันยากที่จะประสาน จึงเลือกเป็นกองเชียร์หน้าจอทีวีระหว่างไปพักร้อนดีกว่า
แม้เดนมาร์กกับสวีเดนจะเป็นกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียด้วยกัน ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางนานนัก แต่พอไปเจอหน้าแข้งสวีดิช ซึ่งพอจะคุ้นเคยอยู่บ้าง เลยถูกแซวว่ามาพักร้อนหรือไง?
ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ผู้รักษาประตูมือ 1 ที่เพิ่งย้ายไปแมนฯยูไนเต็ดได้เพียงแค่ซีซั่นเดียว ไม่พอใจเท่าไรนัก แต่ก็ต้องเก็บความรู้สึกนั้นไว้ก่อน ทุกอย่างจะพิสูจน์จากผลงานในสนาม
ในขณะเดียวกัน โมลเลอร์ นีลเซ่น กุนซือของทีมให้สัมภาษณ์สื่อไว้ในทำนองว่า ไม่ได้มาเล่นๆหรือเป็นแค่ตัวประกอบฉาก แต่ปักธงไว้ต้องไปให้ถึงแชมป์ จึงทำให้หลายคนอดขำขันไม่ได้
ตอนจับสลากยูโกสลาเวียเจ้าของสิทธิ์เดิมอยู่ร่วมกลุ่มอังกฤษ , ฝรั่งเศสและสวีเดนเจ้าภาพ เรียกว่าหินเลยทีเดียว
เดนมาร์กซึ่งมาแทนจึงถูกคาดหมายว่า น่าจะพังพาบทั้งสามนัด เก็บเสื้อผ้ากลับบ้านตามสภาพ
อย่างไรก็ตามการเล่นด้วยความรู้สึกที่ว่า "ไม่มีอะไรจะเสีย" ช่วยปลุกความฮึกเหิมกับแข้งเดนส์ไม่น้อยเลย
อีกทั้ง โมลเลอร์ นีลเซ่น ยังเน้นย้ำกับลูกทีมให้มีวินัย เล่นตามแผนหรือแท็คติกที่ถูกกำหนดไว้ อย่าวอกแวกนอกลู่นอกทางกันเด็ดขาด ซึ่งได้รับการตอบสนองอย่างดี
เพราะรู้ว่าเป็นรอง เดนมาร์กจะเข้าใจศักยภาพตัวเองดี การเล่นเกมรัดกุมเพลย์เซฟคือหัวใจสำคัญในรอบแรกและมันช่วยให้ฝ่ามาถึงตัดเชือกอย่างน่าทึ่ง
เนเธอร์แลนด์หรือฮอลแลนด์คือคู่ต่อสู่ในด่านต่อมา ซึ่งเดนมาร์กก็ยังเป็นรองหลายช่วงตัว นี่คือแชมป์เก่าและทีมเต็ง
แต่การเล่นแบบเคาน์เตอร์แอ็คแท็คอย่างมีคุณภาพ เต็มไปด้วยวินัย ก็ช่วยยื้อถึงการยิงจุดโทษ ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล เป็นพระเอกเซฟลูกยิงของ มาร์โก แวน บาสเท่น ได้อย่างมั่นใจ ก่อนจะเซอร์ไพรส์ผ่านเข้าไปชิง
แล้วก็อย่างที่เรารู้กัน ทั้งโชคและฝีมือคือแรงขับดันช่วยให้เทพนิยายเดนส์เกิดขึ้น หลังจากกำราบเยอรมันในเกมชิง
ชไมเคิ่ล เล่าบรรยากาศว่าทุกคนยังตะลึงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น พวกเขาคือเต็งบ๊วยตอนมา เป็นม้านอกสายตาไม่มีใครมองหรอกว่าจะครองแชมป์ เพราะมีเวลาเตรียมทีมแค่วีกเดียว แข้งหลายคนก็ไม่ฟิตเท่าที่ควร ไหนจะเรื่องคุณภาพผู้เล่นที่เป็นรอง
ตัดภาพกลับมาในยูโร 2020 ภาพของเดนมาร์กไม่ได้ต่างจากเดิมนัก
ที่สำคัญกองเชียร์ทั่วโลกไม่น้อยรอการกลับมาของเทพนิยายเดนส์อีกครั้ง
 
ย้อนรอยดูเกม เดนมาร์ก เอาชนะ เยอรมัน คว้าแชมป์ยูโร 1992 : http://ow.ly/bWBv30rMPVM
-----------
สำหรับตอนนี้ ใครอยู่บ้านเบื่อๆไม่มีอะไรทำ ให้ MYSBOBET ช่วยคุณสิครับ รับรองว่าคุณลืมไม่ลงแน่นอน ที่นี้มีความสนุกพร้อมให้คุณเริ่มต้นแบบไม่ต้องรอตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment