breadcrumb symbol ข่าว

[ #ฮีโร่ผู้สูญเสีย ]

อัพเดตเมื่อ : July 07, 2021 3:59am โดย : admin

แฟนบอลรุ่นกลางค่อนไปทางเก่าสักหน่อย น่าจะพอรู้จักหรือคุ้นชื่อ คิม วิลฟอร์ท กันอยู่บ้าง
กองกลางตัวรุกทีมชาติเดนมาร์ก คือหนึ่งในขุนพลชุดแชมป์ยูโร 1992 ซึ่งไม่ใช่เป็นการสร้างประวัติศาสตร์อย่างเดียว แต่ยังบันทึกความน่ามหัศจรรย์ให้โลกฟุตบอลต้องจดจำนิรันดร์
วิลฟอร์ท คือคนซัดประตูปิดกล่องให้เดนมาร์กหักปากกาเซียนทุกสำนัก สยบเยอรมันในนัดชิงชนะเลิศ
เขาคือผู้แกนหลักที่ ริชาร์ด โมลเลอร์ นีลเซ่น กุนซือจัดให้อยู่ในระนาบเดียวกับ ไบรอัน เลาดรู๊ป , ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล , ลาร์ส โอลเซ่น , เฟลมมิ่ง โพลเซ่น , จอห์น เจนเซ่น และ คิม คริสตอฟเต้
อย่างไรก็ดีจังหวะชีวิตของ วิลฟอร์ท เหมือนรถเหาะตีลังกาไม่มีผิด สวิงขึ้นลงอย่างไม่รู้ว่ามันจะจบลงแบบไหนกันแน่
แต่มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ถ้าเรื่องราวของเดนมาร์กในปี 1992 คือเทพนิยาย เรื่องราวของ วิลฟอร์ท ก็อาจทำนองนั้น
เพียงแต่ไม่ได้มีฉากชื่นมื่นสวยงามอย่างเดียว แต่ยังเจือไปด้วยความเจ็บปวดซึ่งยากทำใจอีกต่างหาก
--------------
คิม วิลฟอร์ท เกิดที่ย่านชานเมืองโคเปนเฮเก้น ใฝ่ฝันเป็นนักฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก เพราะเติบโตมาทันเห็นความยิ่งใหญ่ของเดนมาร์กในช่วงทศวรรษ 80 ซึ่งอุดมไปด้วยนักเตะชั้นนำค้าแข้งในลีกใหญ่ยุโรปมากมาย
ต้องบอกก่อนว่าเดนมาร์กเป็นเพียงทีมเล็กๆ แทบไม่อยู่ในสายตาเลยก่อนหน้า มักเป็นลูกไล่ให้ชาติอื่นยำเสมอ
อย่างฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ไม่เคยผ่านไปร่วมสังฆกรรมเลยจนกระทั่งปี 1986 ส่วนยูโรเคยทะลุไปเล่นปี 1964 เป็นการจัดแข่งขันครั้งที่สอง ซึ่งยังไม่เป็นที่นิยมสักเท่าไรนัก
ไม่แปลกที่ วิลฟอร์ท จะหลงใหลฟุตบอลเหมือนเพื่อนร่วมรุนอีกหลายคน แต่เขาสมหวังตรงได้ไปต่อ เดินตามเส้นทางที่ได้กำหนดเอาไว้
ตอนอายุ 23 ปี วิลฟอร์ท ได้รับข้อเสนอจากลีลล์ในลีกเอิงของฝรั่งเศส ตัดสินใจไปค้าแข้งหาความท้าทาย แลกกับประสบการณ์และค่าจ้างที่มากกว่าเดิมหลายเท่า
ทว่าลีลล์จบแค่อันดับ 10 ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้มาก เขาจึงกลับบ้านเกิดอย่างรวดเร็วภายในปีเดียว เพราะบรอนด์บี้ยักษ์ใหญ่เองก็ติดต่อเข้ามาเช่นกัน
วิลฟอร์ท คือกองกลางตัวรุกที่มีสถิติถล่มประตูกระจุย ก่อนจะย้ายไปดับกับลีลล์ ซึ่งยิงได้แค่ตุงเดียวเท่านั้น
ตอนนั้นที่กลับมาคือปี 1986 ก่อนจะช่วยทีมคว้าแชมป์เดนิส ซูเปอร์คัพหรือลีกสูงสุดของเดนมาร์กทันที ก่อนจะได้ครองอีก 2 สมัยในรอบ 3 ซีซั่น ซึ่งเขายกระดับกลายเป็นนักเตะคนสำคัญ
อีกทั้งยังมีส่วนร่วมเล่นในศึกยูโรเปี้ยนคัพ (ชื่อเดิมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก) ฝ่าฟันกันมาไกลถึงรอบ 3
ปี 1991 ดูจะเป็นช่วงเวลาที่พีกอย่างมากของ วิลฟอร์ท ฟอร์มส่วนตัวร้อนแรงไม่พอ บรอนด์บี้ยังหักด่านไปถึงรอบรองชนะเลิศยูฟ่า คัพ โดยที่ตัวเขาเล่นในซีซั่นดังกล่าวถึง 55 เกมด้วยกัน
นอกจากนี้นับเฉพาะในลีกยังยิงถึง 9 ประตู ได้ครองรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรและของเดนมาร์กควบทีเดียว 2 เลย
แน่นอนประตูสู่ทีมชาติเปิดต้อนรับ วิลฟอร์ท อยู่แล้ว ริชาร์ด โมลเลอร์ นีลเซ่น เรียกมาใช้งานในศึกยูโร 1992 รอบคัดเลือกอย่างสม่ำเสมอ
ระหว่างที่ชีวิตกำลังไปได้สวย มีโอกาสจะได้ไปค้าแข้งกับสโมสรใหญ่ในยุโรป ข่าวร้ายก็มาเยือนอย่างไม่คาดคิดมาก่อน
ลีเน่ ลูกสาวสุดที่รักวัย 6 ขวบตรวจเจอลูคิเมียหรือมะเร็งในเม็ดเลือดขาว ต้องเร่งมือรักษาด้วยการให้คีโม
สมาธิของเขากับฟุตบอลจึงไม่เหมือนอย่างที่เคย กังวลเกี่ยวกับเรื่องอาการป่วยของลูกอยู่บ่อยๆ
ซัมเมอร์ปี 1992 ยูโกสลาเวียโดนตัดสิทธิ์จากยูโร เดนมาร์กได้ไฟเขียวจากยูฟ่าไปเล่นแทนในฐานะอันดับ 2 ของกลุ่มจากรอบคัดเลือก วิลฟอร์ท เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ โมลเลอร์ นีลเซ่น โทรตามมาให้รายงานตัว
ตอนนั้น ลีเน่ ทรุดกว่าเดิม เพราะมีอาการแทรกซ้อนจากการติดเชื้อในสมอง ต้องให้ยาควบคู่ไปกับทำคีโม
ก่อนไปรายงานตัวเขาและภรรยา ยืนรอหน้าห้องของแพทย์ที่รักษาลูกสาว ด้วยจิตใจที่กระวนกระวายอย่างมาก ก่อนจะได้รับข่าวดีว่ายาดังกล่าวได้ผล ร่างกายตอบสนองและอาการเริ่มดีขึ้น
วิลฟอร์ท จึงเข้าไปเยี่ยมลูก ก่อนจะบอกว่าคงต้องหายหน้าไปสักพักเล่นให้ทีมชาติก่อน แล้วจากนั้นค่อยมาเจอกันใหม่
"พ่อคิดว่าไม่กี่วันหรอก จบสามนัดแรกก็น่าจะได้กลับมาแล้ว" -- เขาพูดกับ ลีเน่ ไว้อย่างนี้ด้วย
วิลฟอร์ท เองก็ไม่คิดหรอกว่าเดนมาร์กจะสร้างปาฏิหาริย์อะไรได้ เพราะนอกจากอยู่ร่วมกลุ่มที่โหดหินกับทั้งสวีเดนเจ้าภาพ , ฝรั่งเศสและอังกฤษแล้ว ยังมีความขัดแย้งภายในเกิดขึ้นด้วย
พี่น้องเลาดรู๊ปคือ ไมเคิ่ล และ ไบรอัน ประกาศเลิกเล่นให้ทีมชาติในยุคของ โมลเลอร์ นีลเซ่น เพราะไม่ถูกกัน มีความเห็นแตกต่างเรื่องการทำทีม
แม้ ไบรอัน จะโดนกล่อมให้เปลี่ยนใจมาเล่นรอบสุดท้ายด้วย แต่เมื่อไม่มี ไมเคิ่ล ที่เก๋าและเก่งกว่า คงเป็นเรื่องที่ลำบากมาก
รูมเมตของ วิลฟอร์ท ที่นอนด้วยกันระหว่างเก็บตัวคือ จอห์น เจนเซ่น กองกลางพันธุ์ดุ ซึ่งมาจากบรอนด์บี้ด้วยกัน จึงคุ้นเคยชนิดไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก
3 นัดแรกผ่านพ้นไปเดนมาร์กทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด ชนะ 1 เสมอ 1 และแพ้ 1 จาก 3 เกมรอบแรก ผ่านไปเล่นตัดเชือกได้สำเร็จ วิลฟอร์ท โดดเด่นมากในเกมชี้ชะตากับฝรั่งเศส
ระหว่างพักผ่อนในโรงแรมเพื่อเตรียมพร้อมรอเล่นในรอบรองชนะเลิศกับเนเธอร์แลนด์ ภรรยาของเขาโทรมาหาร้องไห้ฟูมฟาย พร้อมทั้งแจ้งว่าลูกสาวอาการน่าเป็นห่วงมากๆ เขาจึงต้องขออนุญาต โมลเลอร์ นีลเซ่น กลับเดนมาร์กไปหาลูกสาวทันที
"รีบกลับไปเถอะ นี่มันแค่ฟุตบอล ถ้าแกพร้อมไว้เจอกันนัดชิง" -- เจ้านายว่าไว้อย่างนี้
พอไปถึงโรงพยาบาลลูกสาวอาการดีขึ้น พร้อมทั้งบอกให้พ่อกลับแข่งให้จบ ไม่ต้องห่วงทางนี้
เขาจึงกลับไปรวมพลกับเพื่อนร่วมทีมอีกรอบ หลังล้มดัตช์หักด่านไปถึงนัดชิงกับเยอรมัน
ตอนไปรายงานตัวเพื่อนๆต่างยินดีมาก ต้อนรับอย่างอบอุ่น โมลเลอร์ นีลเซ่น คิดในใจว่า บรรยากาศเช่นนี้แหล่ะจะทำให้ทีมเป็นแชมป์
แทบจะไม่มีใครศรัทธาเดนมาร์กหรอก แต่พวกเขาศรัทธาตัวเอง แล้วก็เชือดเยอรมันลงได้ วิลฟอร์ท ซัดฝังอย่างที่เกริ่นไว้
แน่นอนเขามีความสุขกับความสำเร็จอันมหัศจรรย์ แต่ก็ฉลองได้ไม่เต็มที่นัก จิตที่ห่วงหา ลีเน่ ยังคงก่อกวนไม่เลิก
6 สัปดาห์หลังการเกิดขึ้นเทพนิยายเดนส์ ลีเน่ ก็จากไปอย่างสงบ ทิ้งไว้แต่ความเศร้าโศกเสียใจของ วิลฟอร์ท และภรรยา
เขาก่อตั้งมูลนิธิเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยลูคิเมีย โดยมีเพื่อนนักเตะชุดนั้นยื่นมือมาร่วมด้วยอย่างน่าประทับใจ
วิลฟอร์ท เคยเล่าไว้ทั้งน้ำตาคลอว่า อย่างน้อยที่สุด ลีเน่ ก็ได้เห็นเดนมาร์กเป็นแชมป์ยูโร โดยที่พ่อของเขามีส่วนกับภารกิจโดยตรง นี่อาจเป็นสิ่งที่ดีมากๆหากเราจะพยายามมองหามัน
หลายคนจำเหตุการณ์มหัศจรรย์พันลึกของเดนมาร์กในคราวนั้นได้ดี แต่คนที่จะเก็บรายละเอียดได้มากกว่าใครย่อมเป็น วิลฟอร์ท นี่เอง
ถ้า ลีเน่ ยังมีชีวิตอยู่เธอจะอายุ 35 ปีและคงภูมิใจกับทีมชาติเดนมาร์กชุดปัจจุบันที่ฝ่าฟันอุปสรรคจนมาถึงรอบรองชนะเลิศในยูโร 2020 ด้วยเช่นกัน
และถ้าหากใครอยากย้อนเหตุการณ์ หรือไม่เคยรับชมการรวมพลังของเดนมาร์กเชือดเยอรมนี หากใครยังไม่เคยชมลูกยิงของ วิลฟอร์ท ล่ะก็สามารถรับชมไฮไลท์ได้เต็มๆที่นี่ > http://ow.ly/aSQe30rN400
และใครอยากร่วมสนุกไปกับเกมลูกหนังล่ะก็ต้องมาที่นี่เลย MYSBOBET ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment