breadcrumb symbol ข่าว

[ #ปกป้องบ้านคืองานของเขา ]

อัพเดตเมื่อ : July 08, 2021 4:27am โดย : admin

จอร์โจ้ คิเอลลินี่ ตกอยู่ในแสงสปอร์ตไลต์อีกครั้ง หลังผ่านเกมรอบรองชนะเลิศยูโร 2020 ช่วยอิตาลีล้มสเปน จากการยิงจุดโทษตัดสินอย่างระทึก
แต่ก่อนจะมีการดวลเป้าชี้ชะตา ในฐานะกัปตันทีมเขาต้องมาเสี่ยงเหรียญเลือกฝั่งที่จะยิง รวมทั้งใครจะยิงก่อนหลัง
กัปตันทีมของสเปนเป็น จอร์ดี้ อัลบา ซึ่งรับบทแทน เซร์กี้ บุสเก็ตส์ กองกลางตัวเก๋าที่โดนเปลี่ยนออกไป
เฟลิกซ์ บริช ผู้ตัดสินเยอรมันบอกให้สองผู้นำทีมเลือกหัวก้อย ก่อนจะโยนเหรียญเสี่ยงทาย ปรากฏว่าเกิดการเข้าใจผิดเล็กน้อย ทั้งคู่รีบชี้ไปที่ฝั่งประตูที่แฟนบอลของตนอยู่ข้างหลัง ก่อนผู้ช่วยคนหนึ่งจะบอกว่าต้องเป็นฝั่งที่ คิเอลลินี่ เลือกถึงจะถูก
กัปตันอิตาลีได้ใจ เลยทำเป็นแกล้งกระเซ้า อัลบา ในทำนองว่า เห็นหรือเปล่ามันต้องของฉันสิ แล้วมีผลักเบาๆพร้อมออกหมัดที่หน้าไปทีหนึ่ง
จากนั้นเสี่ยงเหรียญเลือกยิงก่อนหลัง คิเอลลินี่ ก็ทายถูกอีกต่างหาก ตัดสินใจขอยิงก่อน เพราะจากประสบการณ์รู้ดีว่าได้เปรียบเล็กน้อย
แล้วก่อนหน้าที่จะมีการเสียงเหรียญ ต้องทักทายกันตามธรรมเนียม คิเอลลินี่ ก็ยื่นมือไปกระแทกแบบแรงมาก แล้วกระชาก อัลบา มากอดแบบแน่นๆ เหมือนว่าสนิทกันเต็มที
อัลบา จึงรู้สึกมึนงงตั้งตัวไม่ทัน คงอดแปลกใจไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมถึงต้องทำขนาดนี้ ปกติก็รู้จักกันแค่ในฐานะเพื่อนร่วมอาชีพ
ภาพเหตุการณ์ดังกล่าวแพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปตามโซเชี่ยล แฟนบอลไม่น้อยบอกว่านี่คือการใช้จิตวิทยาหรือสั่นประสาทคู่ต่อสู้ คิเอลลินี่ รู้ดีว่า อัลบา แทบไม่มีประสบการณ์เป็นกัปตันทีมชาติมาก่อนเลย จึงงัดลูกไม้มาวาดลวดลายเต็มๆ
ถ้าเป็น บุสเก็ตส์ ซึ่งรูปร่างสูงใหญ่ไล่เลี่ยกันและเยือกเย็น คิเอลลินี่ อาจไม่ตอแยหรือทักทายแบบแนบแน่นอย่างที่เห็น
เช่นเดียวกันหาก เซร์คิโอ รามอส ไม่โดนหั่นชื่อทิ้ง เพราะสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์สุดขีด เชื่อว่ากัปตันทีมจากยูเวนตุสคงไม่ออกลูกเริงร่าเกินกว่าเหตุ
จริงๆมันอาจไม่มีผลอะไรนัก เพราะทั้งสองคนไม่ได้ทำหน้าที่ยิงจุดโทษ 5 คนแรกปกติ แต่อย่างน้อยสมาธิของ อัลบา ก็ต้องแกว่งบ้าง
ขณะเดียวกันภาษากายอย่างนั้น ก็ช่วยลดความตึงเครียดให้กับทางผู้เล่นอิตาลีด้วยเช่นเดียวกัน
แล้วเมื่อ มานูเอล โลคาเตลลี่ ยิงคนแรกแต่พลาดก่อน คิเอลลินี่ ก็รีบบอกเพื่อนๆให้ใจเย็นไว้ พร้อมทั้งปลอบใจ โลคาเตลลี่ ซึ่งเดินคอตกกลับมายังวงกลมกลางสนาม
บรรยากาศในช่วงเขม็งเกลียวอย่างนั้น จึงดีอย่างน่าทึ่ง ก่อนทัพอัซซูร์รี่จะเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะได้ในที่สุด
แน่นอนว่าทุกคนย่อมได้รับเครดิตไม่ต่างกัน ผลงานและความสำเร็จเช่นนี้ไม่มีคำว่าบังเอิญ ผ่านการทำงานอย่างหนัก รวมถึงทีมสปิริตซึ่งถูกสร้างมาอย่างแข็งแกร่ง ก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรเช่นกัน
แต่อย่างที่บอกเมื่อคุณเล่นอยู่ในทีมซึ่งมีกัปตันอย่าง คิเอลลินี่ อย่างน้อยก็เกิดความอุ่นใจ ว่าจะได้รับการดูแลและปกป้องอย่างดี
พฤติกรรมบางอย่างอาจดูเจ้าเล่ห์ เป็นการใช้ทริกแบบมีลูกตุกติก ทว่าหากมองว่าเป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่ง ก็ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกเช่นเดียวกัน
และเมื่อคุณย้อนกลับไปดูปูมหลังของ คิเอลลินี่ ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
--------------
จอร์โจ้ คิเอลลินี่ เข้าอะคาเดมี่ของลิวอร์โน่ตั้งแต่ 6 ขวบ เริ่มเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง ขยับลองไปยืนปีก จนกระทั่งถอยมายืนแบ็กซ้าย แล้วจึงพอได้สลับมาประจำการเซ็นเตอร์แบ็กบ้าง
ฤดูร้อนปี 2002 โรม่าเซ็นสัญญากับเขา โดยเป็นการถือสิทธิ์ร่วมที่มูลค่า 3.1 ล้านยูโร แต่เขาถูกปล่อยกลับไปเล่นกับลิวอร์โน่ในเซเรียบีก่อน เพราะยังเด็กเกินไปกว่าจะได้โชว์ในลีกสูงสุด
แต่แล้วอีก 2 ปีถัดมา เมื่อเห็นว่าหมาป่าแห่งกรุงโรมไม่คิดใช้งาน ลิวอร์โน่ก็ขอซื้อคืนกลับที่ 3 ล้านยูโร
อีกไม่กี่สัปดาห์ยูเวนตุสมาขอซื้อที่ราคา 6.5 ล้านยูโร โดยขายสิทธิ์ร่วมให้ฟิออเรนติน่า 3.5 ล้านด้วยกัน แล้วปล่อยให้รับใช้ม่วงมหากาฬในฤดูกาล 2004/05 ซึ่งเวลานั้นเพิ่งอายุแค่ 20 ปี
นั่นหมายความยูเว่ซื้อมาจากโรม่าแค่ 3 ล้านยูโร ส่วนฟิออเรนติน่าจ่ายไป 3.5 ล้านยูโร ซึ่งเป็นสัญญาที่ดูสับสนมาก แต่ตัวเขาไม่ใส่ใจมากกว่าพยายามทำผลงานให้ดีที่สุด
ทุกอย่างไปได้สวยเลยทีเดียว คิเอลลินี่ เล่นไปทั้งสิ้น 42 เกมทุกรายการ ทำไปได้ 3 ประตู แต่ยังไม่แน่ใจอนาคตตัวเองว่าซีซั่นถัดไปจะได้สวมเสื้อทีมไหน
อย่างไรก็ตามเขาถูกยูเว่เรียกตัวกลับมาใช้งาน อีกทั้งยอมจ่าย 4.3 ล้านยูโรให้ฟิออเรนติน่า เพื่อขอซื้อสิทธิ์ขาดเพียงผู้เดียว
จากนั้นไม่นานนัก ยูเว่ถูกปรับตกชั้นไปเล่นในเซเรียบี จากคดีล้มบอลและคอร์รัปชั่นที่รู้จักกันในชื่อ "กัลโช่โปลี" นั่นเอง
นักเตะดังๆส่วนใหญ่ย้ายกันหมด เหลือร่วมหัวจมท้ายไม่มากนักเช่น จานลุยจิ บุฟฟ่อน, อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ , พาเวล เนดเวด และ ดาวิด เทร์เซเก้ต์
คิเอลลินี่ ยังเด็กอยู่แต่ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมฝ่าฟันต่อสู้ จนกลับขึ้นมาเล่นเซเรียอาได้ภายในปีเดียว
แล้วเขาก็ไม่เคยแยกจากยูเว่อีกเลย จนถึงตอนนี้ปาเข้าไป 16 ปีแล้ว แทบจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของสโมสร
กระทั่งปี 2018 ยังได้รับมอบปลอกแขนกัปตันทีมอีกต่างหาก ถือเป็นเกียรติยศและความภาคภูมิใจ เพราะก่อนหน้านี้มีทั้ง กาเอตาโน่ ชิแรร์ , อันโตนิโอ คาบรินี่ , โรแบร์โต้ บาจโจ้ , จานลูก้า วิอัลลี่ , อันโตนิโอ คอนเต้ , อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ และ จานลุยจิ บุฟฟ่อน เคยสวมมาแล้ว
ไม่นานมานี้ คิเอลลินี่ ออกหนังสืออัตชีวประวัติของตัวเองชื่อ "Io, Giorgio" หรือเป็นไทยคือ "ผม-จอร์โจ้"
นอกจากเล่าสตอรี่ที่น่าสนใจ ยังพาดพิงผู้เล่นบางคนที่มีประสบการณ์ตรงมาแล้วอีกด้วย จนทำเอาเป็นประเด็นร้อนแรงช่วงหนึ่ง
มาริโอ บาโลเตลลี่ คือหนึ่งในแข้งที่โดนโจมตีผ่านหนังสือ โดยเฉพาะเรื่องทัศนคติอันเลวร้าย เห็นแก่ตัว บางครั้งก็ไม่ทุ่มเทอย่างจริงจัง
ด้วยความที่ใช้คำพูดแรงพอสมควร บาโลเตลลี่ เลยออกมาตอบโต้คืนอย่างเผ็ดร้อน คิเอลลินี่ เลยต้องกล้ำกลืนขอโทษภายหลัง
ขณะเดียวกัน เฟลิเป้ เมโล่ อดีตกองกลางทีมชาติบราซิลที่เคยค้าแข้งกับยูเว่ ก็เจอหนักไม่แพ้กันเท่าไรนัก
คิเอลลินี่ อ้างว่า เมโล่ ไม่เคยให้เกียรติใครเลย พร้อมจะก่อเรื่องวิวาท สร้างปัญหาให้ทีมอยู่เป็นประจำ
เรื่องเลยเถิดเพราะอีกฝั่งที่ร้อนอยู่แล้ว ออกมาสวนกลับอย่างดุเดือด เข้าทางสื่อพวกสื่อที่ได้นำเสนอข่าวในทำนองนี้พอดี
แต่น่าสังเกตตรงที่ทั้งสองเคส คิเอลลินี่ ระบุว่าเป็นการบั่นทอนทำลายยูเวนตุส มันเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ซึ่งในฐานะผู้เล่นอาวุโสรับใช้สโมสรมานานคงอึดอัดและอยากระบาย กระทั่งสบโอกาส
ว่าไปแล้ว คิเอลลินี่ ต้องการจะปกป้องยูเว่เป็นหลัก โดยไม่แคร์ใครทั้งสิ้น ยอมที่จะเอาคอตัวเองไปพาดเขียง เมื่อต้องโดนสับกลับมา
คงเหมือนกับบทบาทในทีมชาติอิตาลี เขาต้องการจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยให้ทีมเป็นผู้ชนะ แม้ว่าอาจต้องเสี่ยงกับการโดนวิจารณ์บ้างก็ตาม
คุณสมบัติความเป็นผู้นำ ที่ออกไปในทางมีเหลี่ยมเล่ห์เช่นนี้ มันทำให้เขาเป็นที่รักและเคารพของใครต่อใครหลายคน โดยเฉพาะเพื่อนร่วมทีมชุดปัจจุบันไม่ว่าสโมสรหรือทีมชาติ
ไม่ผิดนักหรอกหากจะบอกว่าทั้งอิตาลีและยูเวนตุส เปรียบเสมือนบ้านของเขา
และบทล่าสุดที่เขาแสดงออกไป ก็ประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจเช่นกัน
และใครกำลังหาเว็บไซด์ที่ได้รับความพึงพอใจจากผู้ใช้งานมากที่สุดต้องนี่เลยกับ MYSBOBET ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment