breadcrumb symbol ข่าว

[ #จบตอนนี้จะสวยงาม ? ]

อัพเดตเมื่อ : July 20, 2021 3:37am โดย : admin

ตลาดซัมเมอร์ปี 2011 ลิเวอร์พูลสร้างความฉงนให้กับวงการไม่น้อย เมื่อยอมจ่าย 20 ล้านปอนด์ให้ซันเดอร์แลนด์เพื่อแลกกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน
น่าสนใจว่าทำไมกองกลางวัยเพียงแค่ 21 ปี ที่ยังไได้พิสูจน์อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แค่ขึ้นชุดใหญ่แมวดำมาแบบได้น้ำได้เนื้อแค่ 2 ปี จึงมีราคาแพงเกินจริง
แม้ เฮนโด้ จะถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ตั้งแต่ปี 2010 แต่หลายคนยังไม่มั่นใจว่าจะยืนหยัดได้ในระยะยาว
จริงๆช่วงดังกล่าว เฮนโด้ ได้รับความสนใจจากหลายสโมสร ด้วยสไตล์การเล่นที่ขยัน ทำงานหนัก วิ่งพล่านแทบไม่มีหมด คุณสมบัติเหล่านี้ล้วนเป็นเหมือนแม่เหล็กดึงดูดทีมใหญ่ๆ
แมนฯยูไนเต็ดเป็นอีกทีมที่คอยติดตามความเคลื่อนไหวของเด็กหนุ่มจากซันเดอร์แลนด์ แต่ยังไม่ได้ปักหมุดว่าจะต้องดึงมาร่วมทีมให้ได้
เหตุผลสำคัญทำให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ต้องชั่งใจให้ดีคือ ท่าวิ่งของกองกลางรายนี้ผิดปกติ เสี่ยงต่อเกิดอาการบาดเจ็บได้ง่าย
เรื่องนี้ เฟอร์กี้ แจกแจงไว้แล้วใน Alex Ferguson, My Autobiography หนังสืออัตชีวประวัติ เพราะมีคนเคยข้องใจมาก่อน
"เราติดตามดูฟอร์มของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มาสักพักแล้ว สตีฟ บรูซ เองก็ปลาบปลื้มไม่น้อยเลย"
"แต่เราสังเกตเห็นว่า เฮนเดอร์สัน วิ่งจากหัวเข่าโดยที่หลังยังคงตั้งตรง ผิดไปจากนักฟุตบอลสมัยใหม่ที่มักใช้การวิ่งจากสะโพก เราคิดว่าอาจทำให้เกิดปัญหากับอาชีพค้าแข้งภายหลังได้"
เพราะความละเอียดรอบคอบ จนมีการมองว่ามากเกินไปหรือเปล่า เลยทำให้ชวดได้ผู้เล่นชั้นดีมาเสริมกำลังพล
หากว่ากันตามตรงแล้วในสถานการณ์ดังกล่าว แมนฯยูไนเต็ดได้เปรียบกว่าทีมอื่น เพราะผู้จัดการทีมคือ บรูซ เป็นลูกน้องเก่าของ เฟอร์กี้ ที่ยังคงติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอ
นอกจากนี้คนที่ให้โอกาสและปลุกปั้นจน เฮนโด้ ได้พิสูจน์ตัวเองในทีมชุดใหญ่ซันเดอร์แลนด์ ยังเป็น รอย คีน ซึ่งนั่งเก้าอี้กุนซือเวลานั้น มองเห็นแววว่าไปได้สวยเลยผลักดันอย่างเต็มที่
แม้ความสัมพนธ์ระหว่าง คีน กับ เฟอร์กี้ จะมีรอยร้าวอยู่บ้าง อย่างไรก็ดีก่อนรับงานผู้จัดการทีมก็ยังโทรปรึกษาอดีตเจ้านาย
ในขณะที่ เฮนโด้ รู้สึกส่วนตัวว่าเป็นหนี้บุญคุณของ คีน อีกต่างหาก ด้วยคอนเน็กชั่นต่างๆที่ว่ามานี้แหล่ะ โอกาสจึงเปิดกว้างสำหรับแมนฯยูไนเต็ดอย่างแท้จริง
พอ เฟอร์กี้ ลังเลไม่แน่ใจ เคนนี่ ดัลกลิช ผู้จัดการลิเวอร์พูลเลยจัดการปิดดีลเลยในฤดูร้อน 2011 เพราะเชื่อว่านักเตะยังสามารถพัฒนาได้อีกมาก รวมทั้งแพสชั่นความมุ่งมั่นก็จะเป็นอีกแรงสนับสนุน
เฮนโด้ เลยได้มาเป็นสมาชิกของหงส์แดง ซึ่งในช่วงแรกไม่ง่ายสำหรับการปรับตัวที่ย้ายมาเล่นให้สโมสรใหญ่
แต่ความพยายามอย่างหนักของ เฮนโด้ ที่แสดงให้ ดัลกลิช เห็นก็ได้รับการตอบแทน ลงเล่นอย่างต่อเนื่องในซีซั่นแรกลงสนามในลีกถึง 37 จากทั้งหมด 38 เกม
พอพ้นยุคของ ดัลกลิช ต้องมาร่วมงานกับ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก็ต้องเรียนรู้กันใหม่อีกรอบ แต่ด้วยทัศนคติอันยอดเยี่ยม ปัญหาที่ดูใหญ่ก็เล็กลงทันที เพราะนิสัยเปิดรับและพร้อมให้เกียรติทุกคน
กระทั่งมาถึงช่วง เจอร์เก้น คล็อปป์ เข้ามารั้งตำแหน่งกุนซือในปี 2015 ว่ากันว่าสาหัสสุดแล้ว เพราะแรกๆไม่ค่อยได้รับความไว้วางใจเท่าไรนัก
แม้จะเป็นกัปตันทีมมีปลอกแขนอันทรงเกียรติประดับบารมี แต่บางครั้ง เฮนโด้ ก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้สำคัญอะไรนัก อีกทั้งยังมีข่าวด้วยว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงผู้นำทีมด้วย
นอกจากนี้ซีซั่น 2015/16 เฮนโด้ ต้องต่อสู้กับอาการบาดเจ็บมาโดยตลอด ตั้งแต่ช่วงแรกมีปัญหากระดูกส้นเท้า เอ็นหัวเข่า หรืออาการน็อก ต้องพลาดไม่น้อยกว่า 30 เกมทุกรายการ
เขาจึงเหมือนถูกมองข้าม ความสำคัญส่วนมากไปอยู่กับพวกแข้งต่างชาติมากกว่า
แต่ท้ายที่สุดแล้ว เฮนโด้ ใช้การทำงานหนักบวกทัศนคติที่ดีเยี่ยมอันเป็นต้นทุนสำคัญมาตลอด เอาชนะใจ คล็อปป์ ได้สำเร็จ
กุนซือเฮฟวี่เมทัลไม่เชื่อเหมือนกันว่า นักเตะคนนี้จะพิสูจน์ได้น่าทึ่ง จากแทบไร้บทบาท กลายมาเป็นกำลังสำคัญที่ขาดไม่ได้
นอกเหนือไปจากพัฒนาการฝีเท้าที่เห็นได้อย่างชัดเจน คาแรคเตอร์สะท้อนความเป็นผู้นำ ปกป้องสโมสรและเพื่อนร่วมทีมอย่างไม่เกรงกลัว
อีกทั้งยังเสียสละด้วย แม้จะเป็นห้องเครื่องในแดนกลางที่จำเป็นกับทีมมากๆ แต่หากแนวรับมีปัญหาไร้เซ็นเตอร์ฮาล์ฟขึ้นมา เหมือนช่วง เฟอร์กิล ฟานไดค์ และ โจ โกเมซ บาดเจ็บพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
เฮนโด้ พร้อมถอยมาประจำการแทน ต่อให้ไม่ใช่ถนัดแต่ก็ทุ่มเทเต็มที่ จนบางครั้งเซ็นเตอร์แบ็กอาชีพยังอาย
แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ซึ่งเล่นแบ็กซ้ายและได้ร่วมงานด้วยเกือบทั้งเกม ยกย่องหัวใจและความสามารถของ เฮนโด้ ชนิดไม่มีข้อกังขาหรือคำถามอะไรเลย
ฤดูกาล 2019/20 เขาได้รับรางวัลตอบแทนนำเพื่อนร่วมทีมขึ้นรับโทรฟี่ลีกสูงสุดที่รอมานาน 30 ปี มันคือโมเมนต์พิเศษสุดในชีวิต ยิ่งกว่าตอนขึ้นโพเดี้ยมฉลองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกด้วยซ้ำ
อีกทั้ง เฮนโด้ ยังได้รับรางวัลแข้งยอดยี่ยมของนักข่าวหรือ FWA ซึ่ง คล็อปป์ เองก็อัดคลิปแสดงความยินดีมาด้วย เล่นเอากัปตันน้ำตาซึมเลยทีเดียว
ทุกคนเชื่อว่า เฮนโด้ คือสัญลักษณ์ของลิเวอร์พูล น่าจะปักหลักแบบยาวๆ หลังจากผ่าน 10 ปีมาได้อย่างสง่างาม
แต่โลกฟุตบอลอยู่บนพื้นฐานของความไม่แน่นอนเสมอ
-----------
สัญญาของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กับลิเวอร์พูลลากยาวถึงฤดูร้อนปี 2023 หรืออีก 2 ปีด้วยกัน
สื่อส่วนใหญ่อ้างว่ามีการเจรจากันบ้างแล้ว เกี่ยวกับการขยายออกไป แต่ไม่มีความคืบหน้าตามมา
เดลี่ เมลระบุว่าการเจรจาไม่เป็นไปในทางบวก อีกทั้งทำท่าจะถึงทางตัน จากหลายเหตุผล
เฮนโด้ อายุครบ 31 ปีเต็มเมื่อมิถุนายนที่ผ่านมา หากอยู่ครบเทอมจะ 33 ปี ฉะนั้นหากมองว่ายืดเพิ่มออกไป เต็มที่คงได้ไม่เกิน 2 ปี เพราะค่าจ้างอยู่ในเรตสูง 150,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
สโมสรมองว่าอาจไม่คุ้มเสี่ยง นักเตะเริ่มบาดเจ็บบ่อยขึ้น ซีซั่นที่ผ่านมาต้องรักษาตัวมาตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนจะถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษไปลุยศึกยูโร
เฮนโด้ เป็นส่วนหนึ่งของทัพสิงโตคำรามด้วย แต่สภาพไม่สมบูรณ์เท่าไรนัก ลงเล่นได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เป็นได้แค่ตัวสำรองของน้องๆ
อย่างไรก็ดีหนึ่งในเหตุผลของ แกเร็ธ เซาธ์เกต คือต้องการให้กัปตันลิเวอร์พูล สร้างบรรยากาศปลุกเร้าให้เด็กฮึดสู้
พอสัญญาไม่คืบหน้าก็มีข่าวว่าทั้งแอตเลติโก้ มาดริดและปารีส แซงต์ แชร์กแมงแสดงความสนใจ
ว่ากันว่าคุณสมบัติของ เฮนโด้ เป็นที่ชอบอกชอบใจของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือตราหมียิ่งนัก
แน่นอนว่ามันยังเป็นเรื่องห่างไกลตัว แต่ต้องยอมรับว่าเมื่อเข้าช่วงท้ายอาชีพ นักเตะก็ต้องการความมั่นคง ส่วนสโมสรก็อาจอยากจะเซฟในช่วงเศรษฐกิจทรุดแบบนี้
เพราะเอาเข้าจริง เฮนโด้ เองเคยพูดว่ารักลิเวอร์พูลมากที่สุด แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องอยู่ตลอดไป บางครั้งชีวิตก็ต้องถึงจุดให้ตัดสินใจ
อีกทั้งหากเขาจะลาทีมจริงๆ มันก็ไม่มีอะไรต้องติดค้างอีกเลย ซึ่งฉากจบน่าจะสมบูรณ์และสวยงามด้วยซ้ำ
แล้วไม่รู้เหมือนกันว่าหากขยายสัญญาหรืออยู่ต่อยันรีไทร์ มันจะแฮปปี้เอนดิ้งหรือเปล่า
----------
ส่วนใครกำลังหาเว็บไซด์ที่เล่นแล้วแฮปปี้ จบสวยทุกครั้งไม่ว่าผลจะเป็นยังไงต้องนี่เลยครับกับ MYSBOBET ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment