breadcrumb symbol ข่าว

[ #เขย่าชีพจรเกินเดือด ]

อัพเดตเมื่อ : August 24, 2021 12:18am โดย : admin

ความล้มเหลวของทีมชาติอาร์เจนตินาในศึกฟุตบอลโลก 2013 หลายคนเชื่อว่ามาจาก ฮอร์เก้ ซามเปาลี กุนซือที่พาลุยทัวร์นาเม้นต์นั้น
ด้วยผลงานมาสเตอร์พีซ พาชิลีคว้าแชมป์โกปา อเมริกา 2015 เขาจึงได้เครดิตเต็มๆ ก่อนโยกไปคุมเซบีย่า แล้วสหพันธ์ฟุตบอลอาร์เจนตินาทาบทามมาคุมทัพ เป้าหมายคือพาลุยเวิล์ด คัพ 2018
ซามเปาลี มารับไม้ต่อจาก เอ็ดการ์โด้ เบาซ่า ในช่วงพฤษภาคม 2017 ก่อนเปิดตัวสวยอุ่นเครื่องเข่นบราซิลคู่ปรับสำคัญ 1-0
อย่างไรก็พอผลงานในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกทรุดหนักมาก เสมอถึง 3 เกมด้วยกันทั้งเจออุรุกวัย , เวเนซุเอล่าและเปรู โดยเฉพาะสองชาติหลังซึ่งทัพฟ้าขาวเหนือกว่าทุกรูปแบบแต่เฆี่ยนไม่ลง
นัดสุดท้ายสำคัญสุดบุกไปเยือนเอกวาดอร์ ด้วยเงื่อนไขต้องชนะอย่างเดียวเพื่อตั๋วสู่รัสเซีย ก่อนจะได้ความมหัศจรรย์ของ ลิโอเนล เมสซี่ ตะบันแฮตทริก เลยรอดตัวอย่างหวุดหวิด
แต่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายยังไม่เริ่ม ปัญหามีมามากมายเหลือเกิน อุ่นเครื่องก็เละเทะ โดนสเปนเผาเครื่องหมดสภาพ 1-6 ก่อนหน้านั้นก็พ่ายไนจีเรีย 2-4 ไม่รู้เหมือนกันว่า ซามเปาลี ทำอะไรอยู่กันแน่
การจัดทีมหรือเลือกนักเตะล้วนแต่น่ากังขาทั้งสิ้น เซร์คิโอ โรเมโร่ ซึ่งปกติเป็นผู้รักษาประตูมือ 1 ก็โดนหั่นทิ้ง โดยอ้างว่านักเตะบาดเจ็บ ก่อนจะมีการแฉกลับว่าไม่จริง ฟื้นตัวมาตั้งนานแล้วไม่เรียกเอง
ซามเปาลี กลับวางใจ วิลลี่ กาบาเยโร่ ที่เป็นเพียงแค่ตัวสำรองของเชลซี แทบไม่ได้ลงเล่นเกมลีกปกติเลย
ไม่ใช่แค่นั้นยังหมางเมิน เปาโล ดีบาล่า และ อังเคล ดิ มาเรีย ซึ่งอยู่ในช่วงฟอร์มพีกอีกต่างหาก แล้วก็ยกเรื่องของแท็คติกมาอ้าง
ในรอบสุดท้ายอาร์เจนตินาเปิดหัวด้วยการเสมอไอซ์แลนด์ 1-1 ชนิดไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเหนือกว่าตรงไหนเลย ทั้งที่นี่คือประเทศมีประชากร 3 แสนคน
จากนั้นโดรโครเอเชียต้อนหมดสภาพ 3-0 นัดสุดท้ายชี้ชะตาต้องชนะไนจีเรียอย่างเดียว แล้วยังต้องลุ้นผลอีกคู่ให้ไอซ์แลนด์ไม่ชนะอีกต่างหาก
ยังดีที่ได้ มาร์กอส โรโฮ มากดประตูชัยในช่วงท้ายเกมเชือดอย่างระทึก 3-2 แต่ก็เข้าไปโดนฝรั่งเศสเขี่ยร่วงรอบ 16 ทีมสุดท้ายอยู่ดีนั่นแหล่ะ
อย่างไรก็ดีหลายคนคงจำได้เรื่องราวได้บ้าง ก่อนเจอไนจีเรีย เกิดกระแสข่าวรุนแรงว่า บรรดาแข้งอาร์เจนตินาจะก่อกบฎ ไม่เชื่อฟังคำสั่งของ ซามเปาลี เพราะขาดศรัทธาและความน่าเชื่อถือ
พร้อมทั้งจะจัด 11 ผู้เล่นตัวจริงลงโม่แทน เชื่อกันว่าน่าจะดีกว่ามีกุนซือที่จัดทัพแต่ละนัด มันช่างขัดแย้งกับความจริงเหลือเกิน
ไม่ใช่แค่นั้น นิสัยแย่อีกอย่างของกุนซือรายนี้คือ มักโยนความผิดให้กับลูกทีมเวลาสัมภาษณ์ จนสร้างความเดือดดาลให้ เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ มาแล้วหลังเกมพ่ายโครเอเชีย
ยกเว้นแค่ เมสซี่ คนเดียว ซามเปาโล ไม่กล้าแตะต้อง ซึ่งมันก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว หากยังต้องการทำงานต่อ
ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าผู้เล่นอาร์เจนตินา รวมหัวตามข่าวระบุหรือเปล่า ก่อนทาง ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ในฐานะอาวุโสกว่าใคร ออกมายืนยันไม่เป็นความจริง บรรยากาศในทีมยังโอเคอยู่ นักเตะกับโค้ชมีความเข้าใจกัน
แน่นอนว่าไม่ค่อยมีใครเชื่อสักเท่าไรนัก แต่ในสถานการณ์แบบนั้นความสามัคคีสำคัญที่สุดและไม่ควรปล่อยให้มีข่าวเชิงลบออกมาเพ่นพ่านกระทบต่อทีม
ทว่าสุดท้ายเมื่อกระเด็นตกรอบเรียบร้อย ชะตาของ ซามเปาลี ก็ขาดผึงเช่นเดียวกัน โดนปลดตามคาด ไม่ต้องลุ้นอะไรให้เสียเวลา
หากย้อนดูปูมหลังแล้ว ซามเปาลี มีนิสัยบ้านเลือด อารมณ์ร้อน โผงผางและมักทำอะไรตามความเชื่อมั่น แบบไม่ค่อยแคร์คนอื่นเลย
เขาเคยปีนขึ้นไปบนต้นไม้ เพื่อวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนสำหรับดูลูกทีมฝึกซ้อม แล้วคอยตะโกนสั่งลงมาอีกที
เคยปลุกนักเตะตอนตี 5 เพื่อมาติวเข้มแท็คติก ทั้งที่เมื่อคืนเพิ่งอนุญาตให้ผู้เล่นปาร์ตี้กันอย่างสนุกสนาน
นอกจากนี้ยังหลงไหลรอยสักไม่ต่างจากพวกวัยรุ่น อีกทั้งยังตื่นตั้งแต่ 7 โมงเช้าเป็นปกติแทบทุกวันเพื่อรีบไปเข้าโรงยิม เล่นเวทเทรนนิ่งสร้างกล้ามเนื้อให้ใหญ่โต เหมือนกับ วิน ดีเซล ซึ่งยกให้เป็นไอดอล
รวมทั้งยกย่อง มาร์เซโล่ บิเอลซ่า ผู้จัดการทีมลีดส์ ยูไนเต็ด ที่นอกจากเป็นชาวอาร์เจนตินาเหมือนกันแล้ว ยังมีนิสัยส่วนตัวคล้ายกันอีกด้วย
ว่ากันว่าคู่นี้คุยเรื่องฟุตบอลกันทั้งวันได้แบบไม่มีเบื่อเลย
----------------
ฮอร์เก้ ซามเปาลี ได้รับการแต่งตั้งเป็นกุนซือโอลิมปิก มาร์กเซยแทน อันเดร วิลาส โบอาส เมื่อปลายกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
เขาเปิดหัวด้วยการนำโอแอ็มดวลกับแรนส์ ก่อนเบียดชนะ 1-0 โดยที่สไตล์การเล่นเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
แท็คติกของมาร์กเซยคือเดินหน้าบุกแหลก มีผู้เล่นถึง 6 คน ที่ดันเข้าไปในกรอบเขตโทษคู่แข่งอยู่เสมอ แน่นอนว่าการเล่นแบบห้าวหาญดุดันเช่นนี้ สร้างความพอใจให้กองเชียร์อย่างมาก
เป็นที่รับรู้กันว่าแฟนบอลโอแอ็มไม่น้อย เป็นพวกชอบความตื่นเต้นเร้าใจ มีประเภทขาโหดอยู่ไม่น้อย ฉะนั้นดีเอ็นเอนี้จึงเหมาะกับ ซามเปาลี เลยทีเดียว
ไม่น่าแปลกใจที่เขาจะได้รับความนิยมจากกองเชียร์อย่างรวดเร็ว เหมือนที่แฟนลีดส์ชื่นชอบ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า เช่นเดียวกัน
แล้วผลงานมาร์กเซยในยุคของเขาก็ไม่เลวเลย จบอันดับ 5 ในลีกเอิง ได้สิทธิ์ไปเล่นยูโรปาลีกในรอบแบ่งกลุ่ม
นอกจากนี้ ซามเปาลี ยังเสริมผู้เล่นได้อย่างน่าพอใจ โดยเฉพาะการยืม มาเตโอ เกนดูซี่ และ วิลเลี่ยม ซาลิบา สองดาวรุ่งอนาคตไกลทีมชาติฝรั่งเศสมาเติมความแกร่งอีก
แล้วผลงานปรีซีซั่นทั้ง 7 นัด ก็ตอกย้ำความยอดเยี่ยมด้วย ไม่แพ้เลยและชนะถึง 5 ด้วยกัน
แต่มาพีกในเกมสุดท้ายดวลบียาร์เรอัลนั่นแหล่ะ หลังจากที่ อูไน เอเมรี่ กุนซือโดนไล่ออก เพราะไม่พอใจไปโวยวายใส่ผู้ตัดสิน
อาจด้วยอารมณ์ยังค้างเลยหันมาใช้วาจายั่วยุ ซามเปาลี ที่ยืนอยู่ไม่ห่างเท่าไรนัก แน่นอนว่ากุนซืออาร์เจนไตน์ไม่มียอมอยู่แล้ว ปรี่จะไปเอาเรื่องคืนเลย เจอหยามอย่างนี้เสียเหลี่ยมหมด
ยังดีที่ว่าสต๊าฟฟ์ของมาร์กเซย ช่วยขวางดันไว้ เหนี่ยวรั้งไม่ให้ตอบโต้ ไม่งั้นอาจบานปลายวุ่นวายกันได้
แต่นั่นเป็นเพียงแค่น้ำจิ้มเท่านั้น เมื่อเทียบกับเหตุการณ์ล่าสุดเกมลีกเอิงบุกไปเยือนนีซระหว่างโดนนำ 1-0 ดมิทรี ปาเยต โดนแฟนบอลเจ้าบ้านปาขวดใส่ เลยจัดการปาคืนกลับไป ทีนี้ขาใหญ่ทั้งหลายก็กรูกันลงมา
ระหว่างชุลมุนนั่นเอง ซามเปาลี หวิดจะวางมวยกับ ฌอง แกร์ก โตดิโบ ที่พูดจาไม่เข้าหู เดือดร้อนนักเตะและเจ้าหน้าที่ต้องมาห้ามกัน เพราะรู้ดีว่ากุนซือคนนี้ไม่ใช่แค่ขู่แน่ แต่พร้อมลงมือเลย
จากนั้น ซามเปาลี ยังไม่ยอมง่ายๆ เข้าไปในห้องแต่งตัวอารมณ์ก็ยังกรุ่นอยู่ เอะอะโวยวายลั่น ทั้งในฐานะกุนซือควรจะช่วยควบคุมสถานการณ์มากกว่า
แต่นี่แหล่ะคือตัวตนของเขาแท้จริง อย่ามาเปลี่ยนกันให้เสียเวลา
ถ้าเลือก ซามเปาลี มาทำหน้าที่ ก็ต้องยอมรับความระห่ำอย่างนี้ให้ได้ด้วย บอกเลยว่ามาร์กเซยนี่แหล่ะเหมาะกันที่สุดแล้ว
---------------
และใครกำลังหาเว็บไซด์ที่เหมาะกับตัวเองอยู่ล่ะก็ต้องที่นี่เลยกับ MYSBOBET รับรองรวดเร็ว ฉับไว มั่นคง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment