breadcrumb symbol ข่าว

[ #คำตอบมิดฟิลด์ตัวรับ ]

อัพเดตเมื่อ : September 10, 2021 5:11am โดย : top

ในปี 2019 วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ให้สัมภาษณ์กับทางอีเอสพีเอ็นสื่อดังไว้อย่างน่าคิดเลยทีเดียว
เขาเล่าถึงเส้นทางชีวิตการค้าแข้ง ก่อนจะมาถึงปัจจุบัน โดยจุดเริ่มต้นตำแหน่งในสนามคือเบอร์ 10 หรือเล่นเป็นตัวรุกอย่างเต็มขั้น แถมรับบทเพลย์เมคเกอร์อีกต่างหาก
นั่นคือสมัยเล่นให้ทีมเยาวชนของวาสเตราส ซึ่งเป็นสโมสรในถิ่นเกิด รวมทั้งเป็นสถานลูกหนังแรกที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้อย่างดี
จากเพลย์เมคเกอร์ เขาถอยลงมาเล่นตำแหน่งเบอร์ 8 ช่วยงานในเกมรับมากขึ้น กระทั่งขยับต่ำอีกเป็นเบอร์ 6 อันหมายถึงมิดฟิลด์ตัวรับ
เชื่อกันว่าโค้ชมองเห็นสกิลของ ลินเดอเลิฟ ซึ่งมีจุดเด่นที่การสัมผัสบอลแรกได้ดี จ่ายบอลได้แม่นยำ น่าจะเหมาะสำหรับกองกลางมากกว่าตรงพื้นที่อื่น ซึ่งตัวเขาก็คิดเช่นนั้นเลย รู้สึกว่ามีความสุขมากๆ
ตอนอายุ 15 ยังปักหลักเล่นมิดฟิลด์เชิงรับ แต่แล้วหน่วยก้านที่ดี มีความสูงเกือบ 190 เซ็นติเมตร จึงทำให้โค้ชเล็งเห็นว่าน่าจะเหมาะกับเซ็นเตอร์แบ็ก อาจมีประโยชน์สำหรับเกมรับมากกว่า
ช่วงนั้นทีมประสบปัญหาไม่มีปราการหลังตัวกลางด้วย เลยได้ทดสอบดูไปในตัว
ปรากฏว่า ลินเดอเลิฟ ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจอีก โดยเฉพาะการต่อสู้กลางอากาศ รูปร่างที่สูงโย่งและการอ่านเกมที่ดีถือเป็นแรงสนับสนุนสำคัญ
นอกจากคุณสมบัติเรื่องความสุขุมเยือกเย็นบวกกับแข็งแกร่งในเกมรับ ทำให้เขาถูกเรียกว่า "ดิ ไอซ์แมน" หรือมนุษย์น้ำแข็ง
ตอนย้ายมาแมนฯยูไนเต็ดเมื่อซัมเมอร์ 2017 นักข่าวได้ถามถึงตำแหน่งที่เหมาะสมกับเขามากสุด ว่าสมควรจะเล่นตรงไหน
แน่นอนเขาตอบว่าเซ็นเตอร์แบ็ก เพราะได้รับความไว้วางใจจากโค้ช รวมทั้งสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ดีในระดับหนึ่งที่เบนฟิก้า
อย่างไรก็ดี ลินเดอเลิฟ ขยายความเพิ่มด้วยว่า ตัวเองเริ่มต้นมาจากการเล่นมิดฟิลด์มาก่อน ซึ่งอาจเป็นข้อมูลที่หลายคนไม่เคยรู้เลย
เต็มที่ก็แค่คิดว่าสามารถถ่างออกมาด้านนอกยืนแบ็กขวาได้ แต่ความจริงแล้วมีอ็อปชั่นมากกว่านั้น
ในขณะเดียวกัน โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมแมนฯยูไนเต็ดในช่วงดังกล่าว ได้เคยปรึกษากับทีมงานเรื่องตำแหน่งการเล่นของดาวเตะสวีดิชว่าเหมาะกับตรงไหน
เคยมีการวางแผนจะจับมายืนมิดฟิลด์ตัวรับด้วย ซึ่งในระหว่างซ้อมก็ทดลองให้เล่นในตำแหน่งนี้
อย่างไรก็ดียังไม่มีโอกาสได้เห็น ลินเดอเลิฟ รับบทบาทกองกลางเชิงรับหรือเบอร์ 6 เลยสักที หากมีพื้นฐานมาก่อนจริง ไม่น่าจะใช่เรื่องยากสำหรับการเรียนรู้หรือปรับตัวใหม่มากนัก
ในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นผู้จัดการทีม กองเชียร์ได้เคยเห็นนักเตะในตำแหน่งอื่นหลากหลายถูกจับมาเล่นมิดฟิลด์ตัวกลางบ่อยครั้ง
ตั้งแต่สมัยของ ลี ชาร์ป ซึ่งมีจุดเด่นในการเคลื่อนที่และผ่านบอล ไรอัน กิ๊กส์ ก็เคยรับบท , ริโอ เฟอร์ดินานด์ เช่นเดียวกันถูกดันจากเซ็นเตอร์แบ็กมาประจำการ
ฟิล เนวิลล์ , ราฟาเอล ดา ซิลวา , ควินตัน ฟอร์จูน ซึ่งเล่นแบ็กหรือปีกซ้ายได้อีก อีกคนคือ ฟิล โจนส์ ซึ่งมีประสบการณ์มาก่อนเมื่อครั้งเป็นแข้งแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
ในเมื่อ ลินเดอเลิฟ เองมีเบสิกเป็นต้นทุนอยู่แล้ว หากจะปรับเปลี่ยนบ้างตามสถานการณ์ คงไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอย่างใดเลย
ย่อมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว
--------------------
ซัมเมอร์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปไม่นาน วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ ได้รับข่าวดีและข่าวร้ายในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน
เริ่มจากข่าวร้ายในปลายเดือนกรกฎาคม เมื่อทางแมนฯยูไนเต็ดยืนยันว่าเซ็นสัญญา ราฟาแอล วาราน จากเรอัล มาดริดมาร่วมทัพ นั่นหมายถึงว่าตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กตัวจริงของ ลินเดอเลิฟ ย่อมสั่นคลอนแน่นอน
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กัปตันทีมต้องเป็นตัวเลือกแรกอยู่แล้ว ซึ่งคาดว่าจะจับคู่กับ วาราน อย่างไม่ต้องสงสัย
หากสองคนนี้ฟิตสมบูรณ์ในเกมสำคัญหรือนัดที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ต้องการชัยชนะมากๆ ยากนักที่ ลินเดอเลิฟ จะเบียดแทรกได้
แต่แล้วเมื่อ 11 สิงหาคมก็มีข่าวดีตามมาบ้าง เขาได้รับเลือกให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติสวีเดน หลังจาก อันเดรียส กรานควิสต์ เจ้าของเดิมประกาศรีไทร์เมื่อศึกยูโร 2020 ปิดฉากลง
แล้ว ลินเดอเลิฟ ก็ได้นำทัพเพื่อนๆลงสู้ศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับสเปน เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา พร้อมโชว์ฟอร์มสมฉายา ดิ ไอซ์แมน ช่วยชาติคว้าชัย 2-1 อีกทั้งได้แมนออฟเดอะแมตช์อีกด้วย
หลายครั้งที่เล่นให้ทีมชาติสวีเดน ดูเหมือนเขาจะมีความมั่นใจมากกว่าและทำผลงานได้ยอดเยี่ยม หากเทียบกับตอนสวมยูนิฟอร์มแมนฯยูไนเต็ด
ลินเดอเลิฟ เปิดใจไว้ไม่นานมานี้ว่า ไม่ได้มีปัญหาเลยกับการย้ายมาของ วาราน เข้าใจสถานการณ์เรื่องการต่อสู้แย่งตำแหน่งดี เมื่อคุณเล่นให้ทีมใหญ่และเต็มไปด้วยเป้าหมาย ก็ต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้
แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า เขาต้องเผชิญหน้ากับปัญหาแน่นอน จากที่เคยเป็นตัวจริง ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ จำนวนนาทีที่อยู่ในสนามจะต้องลดน้อยลงอีก
อย่างไรก็ตาม โซลชา กำลังประสบปัญหาขาดผู้เล่นมิดฟิลด์ตัวกลางหรือในตำแหน่งเบอร์ 6 สก๊อตต์ แม็คโทมิเนย์ ต้องเข้ารับการผ่าตัด ยังต้องพักอีก 2-3 สัปดาห์
ในขณะเดียวกัน เฟร็ด อาจจะติดโทษแบนจากฟีฟ่า หลังฝ่าฝืนไม่ได้ไปรับใช้ทีมชาติบราซิลในเกมคัดฟุตบอลโลกโซนอเมริกาใต้ตามกฎ
นั่นหมายความว่าผู้เล่นในตำแหน่งนี้จะเหลือเพียงแค่ เนมานย่า มาติช อีกรายคือ ปอล ป็อกบา ก็ดูเหมาะกับการดันไปข้างหน้าเพื่อเล่นเกมรุกมากกว่า
แล้ว มาติช เองโรยลงไปมาก ความคล่องตัวปราดเปรียวลดลงอย่างเห็นได้ชัด ระยะทางวิ่งน้อยอีก ไม่สามารถเป็นแกนหลักได้เหมือนเดิม
สำหรับ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ยังคงมีเครื่องหมายคำถามห้อยท้ายอยู่ เพราะไม่มีใครรู้ว่า โซลชา จะกล้าใช้งานในตำแหน่งนี้หรือไม่ ด้วยความไม่คุ้นเคยมาก่อน ต่อให้นักเตะบอกเองว่าพร้อมเล่นตามบัญชา
นอกจากนี้เสียงจากแฟนบอลก็มีพอสมควร ออกมากระตุ้น โซลชา ผ่านทางโซเชี่ยลให้ลองใช้ดูบ้าง ไม่มีอะไรเสียหายหรอก อย่างน้อย ลินเดอเลิฟ ก็มีพื้นฐานอยู่แล้ว
บางคนบอกว่าหากจูนติดอาจกลายเป็นเงาของ ไมเคิ่ล คาร์ริค ผู้ช่วยผู้จัดการทีมคนปัจจุบันก็ได้
ที่น่าสนใจคือสถิติของ ลินเดอเลิฟ เมื่อต้องเล่นมิดฟิลด์ตัวรับตลอดอาชีพค้าแข้ง จากที่มีการบันทึกไว้ทั้งสิ้น 22 เกม เขายิงได้ 3 ประตูและอีก 2 แอสซิสต์ ซึ่งไม่เลวเลยทีเดียว
แม้จะร้างจากตำแหน่งนี้ไปนาน อยู่กับแมนฯยูไนเต็ดแทบไม่เคยได้สัมผัสเลย แต่คงไม่ลำบากหากต้องรื้อฟื้นวิชากันใหม่
บางทีอาจปลดล็อกแก้ปัญหาขาดมิดฟิลด์ตัวรับที่ตามหามานานเลยก็ได้ เพราะหากซื้อตัวใหม่เข้ามาก็ต้องลงทุนอีกก้อนใหญ่
ต้องถามใจ โซลชา ว่าจะกล้าตัดสินใจมอบหมายให้ ลินเดอเลิฟ หรือเปล่า
เพราะหลายครั้งที่เราเคยเห็น สถานการณ์มักจะสร้างวีรบุรุษได้เสมอ
---------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------

 

Facebook Comment