breadcrumb symbol ข่าว

[ #ทำไมไก่ถึงชังสิงห์ ? ]

อัพเดตเมื่อ : September 18, 2021 3:06am โดย : สมัดเจอร์

พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้มีตัวแทนจากลอนดอนร่วมโม่แข้งถึง 6 สโมสรด้วยกัน
แม้ฟูแล่มจะไม่อาจทำผลงานดีพอเพื่ออยู่ต่อในลีกสูงสุด แต่ลอนดอนเนอร์ทั้งหลายก็ยังได้เบรนท์ฟอร์ดขึ้นมาแทน เป็นการขึ้นมาครั้งแรกในรอบกว่า 70 ปีอีกต่างหาก
นั่นหมายความว่าลอนดอนจะมี 6 ทีมเหมือนเคยคือ อาร์เซน่อล , ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ , เชลซี , เวสต์แฮม , คริสตัล พาเลซ และเบรนท์ฟอร์ดน้องใหม่ไม่ธรรมดา
ส่วนวัตฟอร์ดที่กลับขึ้นมาอีกครั้ง ไม่นับว่าอยู่ในลอนดอน แม้หลายคนจะรู้สึกว่าต้องเป็นอย่างนั้นก็ตาม
แตนอาละวาดตั้งอยู่แถบชานลอนดอน เปรียบไปก็คล้ายปริมณฑลบ้านเรานั่นแหล่ะ ปทุมธานี นนทบุรีหรือสมุทรปราการ แต่ไม่ใช่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ
ดังนั้นวัตฟอร์ตจึงไม่ได้นับอยู่ในลอนดอนด้วย อีกทั้งอารมณ์ร่วมเอย ความรู้สึกของแฟนบอลเอย มันก็ไม่ใช่อีกต่างหาก
สำหรับคอบอลเมืองไทยในยุคก่อน ราวทศวรรษ 80 และ 90 มักจะคุ้นเคยอาร์เซน่อลกับสเปอร์สมากกว่า มีกองเชียร์ตามเอาใจช่วยไม่น้อยเลย
สองสโมสรนี้ยังตั้งอยู่ทางตอนเหนือของลอนดอนเหมือนกัน เจอกันทีไรก็หวดไฟแลบเสมอมีศักดิ์ศรีค้ำคอในนามของ "นอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี้"
ในขณะที่เวสต์แฮมซึ่งมีทำเลทางตะวันออกก็ยังดูโดดเด่นในระดับใกล้เคียงกับเชลซีที่ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตก แต่สาวกขุนค้อนไม่ค่อยอินเนอร์นักเมื่อดวลกับสิงห์น้ำเงิน
มันเข้มข้นกว่ามากหากจะเผชิญหน้าสเปอร์ส , อาร์เซน่อล , คริสตัล พาเลซโดยเฉพาะมิลล์วอลล์ มีโอกาสเจอกันเมื่อไร ใส่กันยับเมื่อนั้น ไม่ใช่เกมในสนาม แต่เป็นการต่อสู้ที่อาจเดิมพันถึงชีวิตของกองเชียร์ฮาร์ดคอร์ ที่เราเรียกว่าฮูลิแกนนั่นแหล่ะ
ใครที่เคยดูภาพยนตร์เรื่อง Green Street Hooligans เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน น่าจะพอเข้าใจดีว่า ดีกรีความโหดเหี้ยมมันน่ากลัวแค่ไหน เมื่อสองทีมนี้ต้องปะทะกัน
เจ้าหน้าที่ตำรวจโล่งอกไม่น้อย มิลล์วอลล์ตกไปอยู่ในลีกรองมาหลายปีแล้ว หากได้ขึ้นมาโม่ในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง เวลามีแมตช์ซดเวสต์แฮม คงต้องเหนื่อยกับการรับมือเรื่องความปลอดภัยอย่างมาก
แต่การเข้ามาเทคโอเวอร์เชลซีเมื่อ 18 ปีก่อนของ โรมัน อบราโมวิช มันทำให้เกิดการเปลี่ยนขั้วอำนาจแห่งเมืองหลวง
จากที่อาร์เซน่อลเคยเกรียงไกรยิ่งใหญ่ ก็เปลี่ยนให้เชลซีก้าวขึ้นมามาทดแทน จุดเริ่มมาจกา อบราโมวิช ทุ่มเงินอย่างเต็มที่ ดึงนักเตะคุณภาพมาร่วมมากมาย รวมทั้งการได้ โชเซ่ มูรินโญ่ มาเป็นผู้จัดการทีม
ในขณะที่ปืนโตค่อยๆตกลงไป ไก่เดือยทองก็ไม่มีความสม่ำเสมอ สิงห์บลูส์ก็เลยครองความเป็นมหาอำนาจสโมสรฟุตบอลแห่งเมืองหลวงแบบเต็มตัว
เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าอย่างแท้จริง แสงจ้าสปอร์ตไลต์ไม่ได้ส่องไปยังตอนเหนืออีกต่อไป แต่สาดมาทางฝั่งตะวันตกแทน
--------------
พรีเมียร์ลีกวันอาทิตย์นี้ มีศึกลอนดาร์บี้น่าในใจมากๆที่ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม
สเปอร์สเปิดบ้านหลังใหญ่สดใหม่อลังการรับมือเชลซี ซึ่งรู้กันอยู่แล้วว่านี่คือสองสโมสรจัดอยู่ในกระบวนบิ๊กซิกซ์หรือ 6 ทีมใหญ่ของประเทศ
แบ็กกราวด์ของสองทีมนี้ ไม่ได้เป็นศัตรูคู่อาฆาตเท่าไรนักก็จริง แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป ก็ยิ่งเข้มข้นตามลำดับ ความเกลียดชังกัน ไม่ชอบขี้หน้ากันของแฟนบอลทวีเรื่อยๆ
จุดเริ่มน่ามาจากนัดชิงเอฟเอคัพในปี 1967 คู่นี้หักด่านผ่านมาโซ้ยกัน ช่วงนั้นเกมลูกหนังบูมสุดขีดในแดนผู้ดี แฟนบอลจึงอัดทะลักในเวมบลีย์ ก่อนมีการปะทะที่เข้าขั้นรุนแรง ได้เลือดได้แผลกันไป
จากนั้นผลการสำรวจแฟนบอลเชลซีในปี 2012 ระบุว่าพวกเขายกให้สเปอร์ส เป็นศัตรูเบอร์ 2 เหนือกว่าอาร์เซน่อลด้วยซ้ำไป รวมทั้งเคียดแค้นชิงชังสุดๆ ซึ่งมันน่าสนใจอย่างมาก
ย้อนไปในฤดูกาล 1974/75 เชลซีกับสเปอร์ส อยู่ในโซนแดงต้องดิ้นรนหนีตกชั้น บังเอิญมาเจอกันเองอีกในโค้งสุดท้าย ก่อนเกมสิงห์น้ำเงินมีแต้มมากกว่าอยู่ 1 ท่ามกลางบรรยากาศอันตึงเครียด แฟนบอลจึงปะทะกันเพิ่มดีกรีความเดือด
ก่อนสเปอร์สเป็นฝ่ายคว้าชัย 2-0 แล้วอีก 2 เกมที่เหลือเชลซีก็แพ้รูด จนมีอันต้องตกลงไปเล่นในดิวิชั่น 2 เดิม
น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือช่วงทศวรรษที่ 90 นับจากฤดูกาล 1990/91 ดวลกันมาทุกรายการ จนถึงต้นซีซั่น 2001/02 รวมแล้ว 24 นัด เชื่อหรือเปล่าว่าไก่เดือยทองไม่เคยเอาชนะได้เลย
หนักหนาสาหัสสุดคือฤดูกาล 1997/98 เชลซียกพลไปถล่มถึงเดอะ เลน 6-1 เป็นความปรายชัยย่อยยับและน่าอับอายอย่างยิ่งของเหล่ายิด อาร์มี่
แล้วต้องรอนานถึง 5 พฤศจิกายน 2006 กว่าที่สเปอร์สจะยุติความอัปยศไม่ชนะเชลซีในลีกนานถึง 16 ปีลงได้สำเร็จ หลังเปิดบ้านเฉือน 2-1 สิ้นสุดการรอคอยสักที
ส่วนที่หวดกันไฟแลบสุดๆต้องยกให้เกมลีกในฤดูกาล 2015/16 เมื่อ 2 พฤษภาคม 2016 ซึ่งตอนนี้สเปอร์สพอจะมีความหวังลุ้นแชมป์อยู่ แต่ต้องชนะให้ได้เท่านั้น เพื่อเป็นการต่ออายุ
แฮร์รี่ เคน และ ซน ฮึง มิน ซัดให้ไก่เดือยทองผู้มาเยือนออกนำก่อน แต่แล้ว แกรี่ เคฮิลล์ กับ เอแด็น อาซาร์ จัดการคนละตุงให้เชลซีตีเสมอในที่สุด 2-2 ดับฝันสเปอร์สในการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดตั้งแต่ปี 1961
ดีกรีความดุเดือดการันตีได้จาก 9 ใบเหลืองที่แข้งไก่ได้รับ เรียกว่าโดนเตือนแทบจะถ้วนหน้า ฝั่งสิงห์บลูส์มี 3 เหลืองด้วยกันและเกมดังกล่าวถูกเรียกว่า "Battle of Stamford Bridge" ถูกบันทึกไว้เป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก
เอฟเอต้องเรียกทางสเปอร์สมาสอบสวน ก่อนจะลงโทษแบน มุสซ่า เดมเบเล่ จากคดีเป็นชนวนทำให้เกิดความรุนแรง จนเกิดเหตุวุ่นวายเกือบมีการตะลุมบอนระหว่างผู้เล่นทั้งสองทีม
บรรดายิด อาร์มี่จึงเกลียดเชลซีเข้าไปทุกที ขัดขวางความสำเร็จไม่พอ ยังประกาศตนเป็นศัตรูกันเต็มรูปแบบอีกด้วย
หรือพรีเมียร์ลีกเมื่อธันวาคม 2019 หรือสองฤดูกาลก่อนนี่เอง เชลซีมาเยือนสเตเดี้ยมใหม่ครั้งของสเปอร์ส ก่อนชนะไป 2-0 แต่เกมเขม็งเกลียวมากๆ ซน ฮึง มิน โดนไล่ออกหลังปะทะกับ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ แล้วไปแถมด้วยกันยันใส่แบบจงใจตามน้ำ
เกมนั้นได้รับรายงานว่า รือดิเกอร์ เจอแฟนบอลเจ้าถิ่นเหยียดผิวด้วย แต่หลังจากสอบสวนแล้ว ไม่มีหลักฐานมากพอที่จะลงโทษกันได้
อย่างที่เราเห็นกันภายหลังสเปอร์สยังแต่งตั้ง โชเซ่ มูรินโญ่ มาเป็นผู้จัดการทีม นี่คือกุนซือที่เคยปูทางสร้างความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ให้เชลซี จึงมีสตอรี่มาช่วยเร่งปฏิกิริยาให้น่าสนใจขึ้นอีก
ยังดีที่ว่าสเปอร์สเจรจาดึง อันโตนิโอ คอนเต้ มากุมบังเหียนเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จ ไม่อย่างนั้นคงได้เดือดกว่านี้แน่ เพราะกุนซืออิตาเลี่ยนก็เคยคุมสิงห์น้ำเงินเช่นกัน
แม้ไก่เดือยทองจะยังมีอาร์เซน่อลเป็นคู่อาฆาตเบอร์แรงไม่เปลี่ยนแปลง แต่ด้วยสถานการณ์ต่างๆแล้ว เชลซีคือหนึ่งในอริอย่างไม่ต้องสงสัยเลย แม้จะอยู่กันคนละฝั่งของลอนดอนก็ตาม
เมื่อบวกกับความเป็นบิ๊กซิกซ์ด้วยกัน อยู่ในระนาบไม่ต่างกันเลยอย่างนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าวันอาทิตย์ที่จะถึงจะเป็นอย่างไร
อีกทั้งแฟนบอลได้รับอนุญาตเข้าได้เต็มความจุ รับรองเลยว่าบรรยากาศจะเร้าใจ ใส่กันเต็มร้อย ไฟแลบติดปลายสตั๊ดแน่ๆ
นี่คือเกมพรีเมียร์ลีกที่ห้ามพลาดอย่างยิ่งในวีกเอนด์นี้เลย
 > ติดตามรับชมศึกบิ๊กแมตช์ สเปอร์ส VS เชลซี
ในคืนวันอาทิตย์ที่ 19 กย.นี้ ดูออนไลน์ฟรีได้ทาง doofootball .com
------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------

 

Facebook Comment