breadcrumb symbol ข่าว

[ #ยังไม่สุดทางฝัน ]

อัพเดตเมื่อ : September 19, 2021 3:59am โดย : admin

ดานี่ อัลเวส เคยเล่าชีวิตในวัยเด็กอันสดใสให้ฟังว่า ตั้งแต่จำความได้แทบไม่เคยสนใจอย่างอื่นเลย หายใจเข้าออกเป็นฟุตบอล จนแทบจะกลายเป็นการเสพติด
ทุกเวลาว่างเขาจะต้องเอาลูกฟุตบอลมาหวดเล่นที่ลานบ้าน เล่นคนเดียวก็มีความสุข ไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนด้วยซ้ำ
ขณะเดียวกันแม้ โดมิงโกส ผู้พ่อจะเป็นแค่ชาวนา แต่ก็หลงใหลคลั่งไคล้เกมลูกหนังเข้าเส้น พร้อมสนับสนุนลูกชายอย่างเต็มที่ วาดอนาคตไว้เลยว่าจะต้องผลักดันเป็นนักฟุตบอลอาชีพให้ได้ ไม่จำเป็นต้องมาสืบทอดอาชีพของตน
พอ อัลเวส อายุได้ 6 ขวบ พ่อจับไปเล่นตำแหน่งปีก เพราะเห็นว่ามีคุณสมบัติสำคัญคือรวดเร็วปราดเปรียว ซึ่งเขาเองก็พอใจเช่นเดียวกัน เด็กบราซิเลี่ยนต่างอยากเล่นตัวรุกด้วยกันทั้งสิ้น
อย่างไรก็ดีความเร็วอย่างเดียวไม่น่าเพียงพอ จำนวนประตูของเขาน้อยเกินไป มีโอกาสมากมายแต่ไม่อาจยิงได้ พ่อเลยลองปรับมาเล่นแบ็กขวาดู เผื่อจะเวิร์คขึ้นบ้าง
นั่นเลยเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของ อัลเวส อย่างแท้จริง
-----------
พออายุ 13 ปี ดานี่ อัลเวส ได้รับการคัดเลือกให้เข้าทีมเยาวชนของชัวเซอิโร่ สโมสรเล็กๆที่อยู่ไม่ห่างจากบ้านเกิดมากนัก
ตอนนั้น อัลเวส มีอุปสรรคตรงที่อาการปวดหลัง น่าจะเกิดมาจากการนอนบนพื้นซีเมนต์แข็งๆทุกวัน มันเป็นเรื่องที่น่าทรมานไม่น้อย
พอจากครอบครัวมา เริ่มคิดถึงพ่อแม่พี่น้องเป็นธรรมดา เสียน้ำตาเกือบทุกวัน แต่สัญญากับตัวเองเอาไว้ว่า หากไม่ได้ดีอย่างที่ตั้งใจไว้ล่ะก็ จะไม่กลับไปฟาร์มให้พ่อเห็นหน้าอีกเป็นอันขาด
ปกติแล้ว อัลเวส คือหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญสำหรับช่วยงานในทุ่งนา ต้องตื่นตีสี่ทุกวัน จนเป็นความเคยชิน
ดังนั้นเมื่อตัดสินใจออกมาแล้ว หมายความว่าครอบครัวต้องขาดกำลังหลัก ดังนั้นมันจะต้องคุ้มค่ามากที่สุด จึงสัญญากับตัวเองทุกวันว่าจะต้องประสบความสำเร็จให้ได้
การสร้างแรงจูงใจและวางเป้าหมายไว้ชัดเจนเช่นนี้ อาจเป็นหนึ่งในเบื้องหลังที่ช่วยให้ อัลเวส กลายเป็นแข้งอาชีพทรงคุณค่า ไม่ว่าไปอยู่ทีมไหนก็ถูกยอมรับเสมอมา
ปี 2019 ในวัย 36 ปี เขายังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ไม่มีคำว่ารีไทร์หรือเลิกเล่นในหัวสมองเลยสักนิดเดียว เลยตัดสินใจเซ็นสัญญาเป็นนักเตะเซา เปาโล
ทั้งที่ได้รับข้อเสนอมากมายจากหลายสโมสรในยุโรป แต่บอกปัดชนิดไม่ต้องคิดอะไรมากเลย มุ่งหน้ามายังสโมสรแห่งนี้
เพราะเซา เปาโลคือทีมเชียร์มาตั้งแต่เด็ก เป็นแรงบันดาลใจมาตลอดเวลา อีกครั้งที่ได้แน่วแน่ในปณิธานเลยว่า จะต้องมาเล่นที่นี่ให้ได้ รับใช้ทีมรักของตัวเอง
"อย่าหยุดเชื่อในความฝันของตัวเอง ผมไปเล่นมาแล้วทั่วโลก แต่นี่คือสโมสรที่อยากสวมเสื้อและผมเป็นแฟนบอลพวกเขา"
อัลเวส เปิดใจไว้เช่นนี้ตอนเซ็นสัญญา ฟังดูมันช่างโรแมนติคไม่น้อยเลย ทว่าลึกลงไปแล้วเขาต้องพยายามอย่างหนักมากๆเพื่อสานฝันให้เป็นจริง
เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ตอนรู้ว่าตัวเองมีชื่อติดทีมชาติบราซิลชุดสู้ศึกโอลิมปิก 2020 อัลเวส ยอมรับว่ารู้สึกประหลาดใจอย่างมาก
"บอกตามตรงเลยว่าเป้าหมายใหญ่สุดของผมคือฟุตบอลโลก มันน่าแปลกใจเหมือนกันที่ผมถูกเรียกมาเล่นโอลิมปิกด้วย"
"ตั้งแต่ผมออกมาจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง สัญญากับตัวเองไว้เลยว่าพร้อมทำทุกอย่าง เพื่อให้ได้ไปเล่นฟุตบอลโลกอีกครั้ง"
"ชีวิตเราควรมีเป้าหมายใหญ่ไว้ แล้วก็ควรไปให้ถึงด้วย คุณอาจจะทำสำเร็จหรือไม่เลยก็ตาม แต่ถ้าผมไม่ได้ไปฟุตบอลโลก ก็จะไม่ยุติความเพียรพยายามแค่นั้นหรอก"
"ถ้าผมไม่มีชื่อ เป็นคนอื่นไปแทน ผมก็จะเป็นกองเชียร์ของบราซิล แต่ผมยังคงคิดถึงฟุตบอลโลกเสมอ"
คำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวเมื่อไม่นานมานี้ สะท้อนชัดเจนถึงนิสัยของ อัลเวส ที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ พร้อมจะเดินหน้าไล่ล่าเป้าหมาย จนกว่าจะเข้าใจว่าไม่สามารถแล้ว จากนั้นค่อยว่ากันด้วยวิธีอื่น
เหมือนแนวคิดที่ว่าเมื่อไม่ได้ไปเล่น ก็ขอเปลี่ยนโหมดมาเป็นกองเชียร์แบบสุดพลังแทน ซึ่งก็น่าจะช่วยได้เช่นเดียวกัน
หากใครยังจำกันได้ตอนโอลิมปิกที่ผ่านมา พอทัพแข้งแซมบ้าลงจากเครื่อง ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อย อัลเวส มาแปลกกว่าใครตรงที่หิ้วกลองทิมบา ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีประจำบ้านเกิดมาด้วย
นอกจากใช้เล่นเพื่อพักผ่อนหย่อนคลายแล้ว เขาเชื่อว่ามันยังเป็นเคล็ดนำโชคอีกต่างหาก สร้างความเชื่อมั่นสำหรับการป้องกันแชมป์
แล้วบราซิลก็เชือดสเปนลงได้อย่างตื่นเต้น อัลเวส ได้นำเพื่อนๆฉลองในฐานะกัปตันทีมไม่พอ ยังมีเหรียญรางวัลมาคล้องคออีกครั้งในวัย 38 ปีที่น่าจะยอมพ่ายแพ้ให้สังขารสักที
แต่นั่นยังไม่สุดทางฝัน เพราะเขาบอกไว้แล้วว่าจะยังรอฟุตบอลโลกในปลายปีหน้าอีกครั้ง นี่คือเหรียญสำคัญเดียวที่ยังไม่เคยได้สัมผัส
อีกทั้งในเวิลด์ คัพ 2018 ก็ต้องถอนตัวไม่ได้ร่วมสังฆกรรมด้วย เนื่องจากโดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน มันบั่นท่อนจิตใจไม่น้อยเลยทีเดียว
ดังนั้นจึงหวังจะชดเชยจากฟุตบอลโลก 2022 ซึ่งเวลานั้นจะย่าง 40 ปีแล้วด้วยซ้ำ
มาดูกันว่า อัลเวส จะได้ทำฝันตัวเองให้เป็นจริงหรือเปล่า
----------------
หลังจากนำทัพบราซิลผงาดครองแชมป์ฟุตบอลชายโอลิมปิก 2020 ได้เรียบร้อย ชื่อของ ดานี่ อัลเวส ถูกจารึกไว้ว่าเป็นนักเตะที่กอบโกยเหรียญรางวัลมากสุดในประวัติศาสตร์
เบ็ดเสร็จรวมแล้วนี่คือแชมป์รายการที่ 44 ด้วยกัน โคตรแข้งแห่งยุคอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ หรือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็เทียบไม่ได้
นี่คือตัวเลขความสำเร็จต่างๆ ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ ซึ่งนับแทบไม่หวาดไม่ไหวกันเลยทีเดียว
 - บาร์เซโลน่า 23 แชมป์ : ลา ลีกา (6) , โกปา เดล เรย์ (4), สแปนิช ซูเปอร์ คัพ (4) , ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (3) , ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ (3) , ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ (3)
- ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 6 แชมป์ : ลีก เอิง (2) , เฟร้นช์ คัพ (1) , เฟร้นช์ ลีก คัพ (1), โตรเฟ่ เดส์ ช็องปิยงส์ (2)
- เซบีย่า 5 แชมป์ : โกปา เดล เรย์ (1) , สแปนิช ซูเปอร์ คัพ (1) , ยูฟ่า คัพ (2) , ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ (1)
- ยูเวนตุส 2 แชมป์ : กัลโช่ เซเรีย อา (1) , โคปปา อิตาเลีย (1)
- บาเอีย 1 แชมป์ : โกปา โด นอร์เดสเต้ (1)
 
- เซา เปาโล 1 แชมป์ : คัมปิโอนาโต้ เปาลิสต้า (1)
 
- ทีมชาติบราซิล 6 แชมป์ : โกปา อเมริกา (2) , ฟีฟ่า คอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ (2) , โอลิมปิก (1) , เวิลด์ คัพ ยู-20 (1)
เรียกว่า อัลเวส คือแข้งที่มีเหรียญคล้องเต็มคอมากสุดแล้ว ไม่มีใครทาบได้เลยและมันยังไม่หมดลงเท่านี้ด้วย
นอกจากปณิธานอันยิ่งใหญ่ในฟุตบอลโลกปีหน้าแล้ว เวลานี้ อัลเวส เพิ่งจะแยกทางกับเซา เปาโลอีกต่างหาก ทำให้เขามีสถานะเป็นฟรีเอเจ้นท์
หากมีความปรารถนาแรงกล้าเพื่อติดทีมชาติบราซิลต่อไป เขาจำเป็นต้องเร่งหาต้นสังกัดใหม่ให้เร็วที่สุด
แม้วัยจะเป็นคำถามและความคลางแคลงใจของใครหลายคน แต่เขาโชว์ให้เห็นแล้วว่าแทบไม่ได้เป็นอุปสรรคเลย
ทีมไหนบ้างที่มีความต้องการแบ็กขวา ลองติดต่อกันเข้ามาได้เลย มีข่าวว่าแมนฯยูไนเต็ดอยากมีใครสักคนมาอุดตรงตำแหน่งนั้นด้วย
บางทีอาจเกิดดีลที่คาดไม่ถึงหลังจากนี้ก็เป็นได้
--------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------

 

Facebook Comment