breadcrumb symbol ข่าว

[ บอลไทยชัดเจน by บุญคำ : #สิงห์เจ้าท่าน่าเป็นห่วง ]

อัพเดตเมื่อ : October 03, 2021 3:38pm โดย : บุญคำ

ไทยลีก แมตช์เดย์ ที่ 5 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาผมจับจ้องไปที่คู่ของ การท่าเรือ เอฟซี กับ เมืองทอง ยูไนเต็ด มากเป็นพิเศษ โทษฐานที่เป็นบิ๊กเกมประจำสัปดาห์นี้

ก่อนเริ่มเกม ผมเดาว่ากิเลนผยองมีโอกาสที่จะบุกมายัดเยียดความปราชัยให้เจ้าถิ่นไม่น้อย เพราะฟอร์มโดยรวมถือว่าดีกว่า อีกทั้ง มาริโอ ยูรอฟสกี้ ก็ยังเคยสร้างรอยแผลสุดแสบให้กับ ดุสิต เฉลิมแสน ตอนที่คุมทัพ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ได้ถึง 2 ครั้ง

หากยังจำกันได้นะครับ กุนซือชาวมาซิโดเนีย พา เมืองทอง กำราบแชมป์ ไทยลีก 2020-21 ชนิดที่ทีมกระต่ายแก้วสุดแสนจะเจ็บปวด

หนึ่งคือเขี่ย เดอะ บลู แมชีน ตกรอบ ช้าง เอฟเอ คัพ

สองคือหยุดสถิติ 'ไร้พ่าย' ของแชมป์ลีกไทย ในนัดสุดท้ายของฤดูกาล

ทั้ง 2 เกมที่ เมืองทอง กับ บีจี ปทุม พบกัน โค้ชของพวกเขาคือ ยูรอฟสกี้ และ ดุสิต นั่นแหละ

ดังนั้นระหว่าง เมืองทอง กับ การท่าเรือ ก็เหมือนการดวลกันของ ยูรอฟสกี้ และ ดุสิต อีกครั้ง

โดยที่ตำนานแบ็กซ้ายทีมชาติไทย เปลี่ยนจากการเป็นโค้ช บีจี ปทุม สู่หัวโขนเดิมในที่ใหม่กับสิงห์เจ้าท่า

แม้ตัวผู้เล่นของ การท่าเรือ จะดูเหนือกว่า เนื่องจากอุดมไปด้วยนักเตะทีมชาติ ส่วนแข้งนอกก็ระดับท๊อปของลีกทั้งนั้น แต่ถ้าพูดถึงแบบแผนในการเล่น ผมมองว่าพวกเขายังเป็นรอง เมืองทอง ที่อาจจะดูมีจุดบอดในแดนหลัง ทว่าโดยรวมกิเลนผยองนั้นมีความลื่นไหลและสามารถสร้างความปั่นป่วนให้คู่ต่อสู้ได้ทุกทีม

และก็เป็นอย่างนั้นในเกมเมื่อวันเสาร์

ครึ่งแรกรูปเกมของคู่นี้เป็นอดีตแชมป์ ไทยลีก 4 สมัยที่ดูจะข่มเจ้าถิ่นอยู่นิดๆ แต่ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวของ สมพร ยศ ที่รับบอลกระฉอกทำให้ทีมของตัวเองเป็นรอง 0-1

พอครึ่งหลัง เข้าใจแหละครับว่าตามทรงบอล กิเลนผยองซึ่งเป็นฝ่ายตาม ก็ต้องครองบอลเพื่อหวังทวงประตูคืนและเกมก็เป็น วัน เวย์ ตามคาด

แต่ การท่าเรือ ที่มีทรัพยากรนักเตะฝีเท้าดีมากมาย แทบจะแบ่งเป็น 2 ทีมยังได้ กลับเป็นฝ่ายตั้งรับแบบไม่ได้รุกกลับ

ถ้าไม่ผิดพลาด ผมเห็นเพียง 2 จังหวะเท่านั้นในครึ่งหลังที่สิงห์เจ้าท่าได้ลุ้นคือลูกโหม่งของ เซร์คิโอ ซัวเรซ และ นูรูล ศรียานเก็ม

สถิติที่ออกมายิ่งแล้วใหญ่ การท่าเรือ เป็นรองแทบทุกกระบวนท่า โอกาสยิงก็น้อยกว่า, ผ่านบอลก็น้อยกว่า หรือครองบอลนี่ถูกทิ้งไกลแบบไม่เห็นฝั่ง

คิดเป็นเปอร์เซ็นต์คือ 37 ต่อ 63

ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่น่าทึ่งมากนะครับสำหรับทีมที่มีผู้เล่นชั้นนำมากมายแบบนี้ และเมื่อเทียบกับ เมืองทอง ซึ่งมีแต่นักเตะอายุน้อย ทว่ากลับต่อบอลสร้างสรรค์โอกาสได้มากมาย แถมยังเกือบตีเสมอได้หลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะการชนเสาและคานอย่างละครั้ง

ที่ร่ายยาวมาทั้งหมดนี้คือจะบอกว่าถ้าหาก การท่าเรือ ต้องการจะลุ้นแชมป์ พวกเขาต้องยกระดับเกมขึ้นมากว่านี้อีกหลายเท่าตัว

เปิดลีกมา 5 นัด แต่ไม่มีสักนัดเลยที่พวกเขาฟอร์มดี

นัดแรกเปิดบ้านเสมอกับ โปลิศ เทโร เอฟซี ทีมบ๊วยของตารางที่ยังไม่เคยชนะใครในซีซั่นปัจจุบัน

นัดที่สองหวิดแพ้ แบงค็อก ยูไนเต็ด แต่ยังดีที่ เฮแบร์ตี้ บอดโทษในช่วงท้ายเกม

นัดที่เล่นที่ แพท สเตเดี้ยม แท้ๆ แต่กลับถูก ขอนแก่น ยูไนเต็ด ไล่ขย่มตลอดครึ่งหลัง เล่นเอา วรวุฒิ ศรีสุภา โชว์ฟอร์มจนได้ แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ทั้งๆ ที่เกมนั้นพวกเขาชนะ 2-0

นัดที่สี่บุกไปแพ้ สุพรรณบุรี เอฟซี อันนี้เข้าใจได้ เพราะเหลือผู้เล่นน้อยกว่าตั้งแต่ครึ่งแรก

จนมาถึง เมืองทอง ที่อาจจะได้ 3 คะแนน แต่รูปเกมพวกเขาแพ้แบบหมดรูปเลยล่ะครับ

3 เกมข้างหน้า การท่าเรือ จะต้องเจอบททดสอบที่แข็งโป้กแบบว่าอาจจะไม่มีแต้มเลย

เริ่มจากการบุกขึ้นเหนือไปเล่นกับ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่เริ่มจะกลับมาเข้ารูป-เข้ารอย, ต่อด้วยกลับมารับมือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงของตอนนี้ และปิดท้ายด้วยการเยือน สมุทรปราการ ซิตี้ ทีมที่เล่นด้วยระบบแบบแข็งขัน

หาก 3 แมตช์นี้สิงห์เจ้าท่าไร้คะแนน ผมคิดว่าเก้าอี้ของ 'โค้ชโอ่ง' คงจะต้องสั่นคลอนบ้างแหละ

สิงห์เจ้าท่าน่าเป็นห่วงจริงๆ ครับ

เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

Facebook Comment