breadcrumb symbol ข่าว

[ #ซานโช่ในร่างใหม่ ]

อัพเดตเมื่อ : December 04, 2021 11:53pm โดย : admin

เกมพรีเมียร์ลีกในวันอาทิตย์นี้ หลายสายตาจับจ้องไปที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ทั้งที่การเผชิญหน้ากันระหว่างแมนฯยูไนเต็ดกับคริสตัล พาเลซ ไม่ได้เป็นบิ๊กแมตช์เรียกร้องความน่าสนใจสักเท่าไร
แต่เมื่อ ราล์ฟ รังนิก จะประเดิมคุมปีศาจแดงเป็นครั้งแรก ความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับแท็คติก ซึ่งมีการพูดถึงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากก่อนหน้านี้ จึงถูกจับตามองใกล้ชิด
กิตติศัพท์ของกุนซือเยอรมัน เรื่องรูปแบบการเล่นเพรสซิ่ง กดดันฝ่ายตรงข้ามเปรียบเสมือนไฮไลต์ เพราะเท่าที่ผ่านมาในยุค โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุมบังเหียน เราแทบไม่ได้เห็นกันเลย
ในขณะที่บิ๊กทีมอย่างแมนฯซิตี้ , ลิเวอร์พูลหรือเชลซี ต่างประสบความสำเร็จกันอย่างมาก ด้วยสไตล์เพรสซิ่งดุดันเข้มข้น โดยเฉพาะผู้จัดการทีมทั้ง 3 ราย เจอร์เก้น คล็อปป์ กับ โธมัส ทูเคิ่ล เป็นชาวเยอรมัน
ส่วน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เองก็ผ่านประสบการณ์คุมบาเยิร์น มิวนิคฟาดแชมป์ในประเทศแบบผูกขาด เรียกว่าคุ้นเคยกับลูกหนังเมืองเบียร์อย่างดี
ดังนั้นเมื่อ รังนิก คือคนเยอรมัน แถมได้รับการยกย่องหนึ่งในผู้บุกเบิก ทำให้เพรสซิ่งเกมกลับมาได้รับความนิยม นี่จึงเป็นสิ่งที่แฟนแมนฯยูไนเต็ดอยากจะเห็นกัน
เขาเพิ่งให้สัมภาษณ์แบบเห็นภาพกว้างๆ เกี่ยวกับการทำงานในอนาคต ซึ่งเอาเข้าจริงยังให้คำตอบแบบชัดๆไม่ได้หรอก จนกว่าจะได้ชมกันเองและก็ยังต้องการเวลาอยู่ดี
แน่นอนรูปแบบเพรสซิ่งย่อมถูกนำมารับใช้นี่คือแนวทางที่ถนัด รวมทั้งเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าได้ผลดีจริง
นอกจากนี้สิ่งที่ รังนิก พูดถึงไว้อย่างน่าสนใจก็คือ ความผิดพลาดต่างๆซึ่งดูแล้วเป็นเหมือนเรื่องบังเอิญ ต้องถูกทำให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด เพราะแท้จริงแล้วเราสามารถกำหนดได้
พร้อมทั้งสำทับด้วยว่า แม้เกมที่แมนฯยูไนเต็ดเบียดชนะอาร์เซน่อล จะสร้างความตื่นเต้นเร้าใจ ลุ้นกันแทบก้นไม่ติดเก้าอี้ หวาดเสียวไปมากลัวว่าจะโดนตีเสมอ
มันอาจจะสนุกก็จริง แต่คำถามคือแฟนบอลคงไม่อยากเห็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เพราะการคว้าชัยแบบมีไสตล์ ไม่ต้องมากระตุ้นความระทึกใจ มันต้องดีกว่าอยู่แล้ว
รังนิก ไม่ได้พูดตรงๆว่าจะทำให้เห็น แต่เราสื่อได้เองว่า นั่นคือสิ่งที่อยากจะเปลี่ยนแปลง มาตรฐาน ความแน่นอนสม่ำเสมอเป็นการบ้านกองโต ต้องแก้ไขโจทย์ แกะสมการต่างๆให้สำเร็จ
เรื่องของขุมกำลังเป็นอีกประเด็นที่ถูกโฟกัส ทั้งเรื่องนักเตะใหม่ที่อาจย้ายมาเสริมในตลาดมกราคม รวมทั้งการขัดเกลาพวกที่มีอยู่ให้ดูดีมีคุณภาพมากขึ้นกว่าเดิม
แข้งใหม่ดูจะเป็นเรื่องไกลตัว รังนิก อาจจะไม่ได้ล็อกเป้าใครไว้เลย อย่างน้อยที่สุดต้องทำงานร่วมกับนักเตะปัจจุบันให้ดีก่อน
เขาจะต้องศึกษาเรียนรู้ให้ดี จากนั้นค่อยว่ากันอีกทีจะเอาอย่างไร ซึ่งหลายคนถือว่าใหม่กันมากๆ ไม่คุ้นเคยหรือมีข้อมูลมากพอจะวิเคราะห์ได้เลย
เช่นเดียวกับเสียงซุบซิบลือกันไปเรื่อยว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะถูกดร็อปหรือลดความสำคัญลง เพราะไม่เข้ากับสไตล์ของนายคนใหม่
เรื่องนี้ รังนิก แจกแจงไปเรียบร้อยว่าไม่เป็นความจริงเลย เมื่อคุณเป็นกุนซือแล้วมีแข้งระดับโลก เต็มไปด้วยความเป็นมืออาชีพไว้ใช้งาน ทำไมจะต้องไม่พอใจด้วย
อายุ 36 ปีแล้วก็จริง แต่ยังมุ่งมั่นตั้งใจ แพสชั่นเต็มกราฟเช่นเคย ไม่ว่าอย่างไรก็สามารถนำมาปรับใช้กับแนวทางที่เหมาะสมได้อยู่แล้ว
"จากที่ผมเห็น คริสเตียโน่ ในเกมกับอาร์เซน่อล เขายิ่งกว่าตั้งใจด้วยซ้ำที่จะทำให้ได้อย่างนั้น ทุกคนก็ต้องทำให้ได้แบบนั้นด้วย"
ฉะนั้นอย่างเพิ่งรีบด่วนสรุปอนาคตของ โรนัลโด้ ภายใต้การคอนโทรลเจ้านายคนใหม่
แต่มีหนึ่งในนักเตะที่ชื่อถูกขีดเส้นใต้ไว้แล้วว่า ต้องแจ้งเกิดสำเร็จเต็มตัวในยุคเจ้านายคนใหม่
เจดอน ซานโช่ คือแข้งคนนั้น
---------------
ช่วงซัมเมอร์ปี 2017 นอกจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ที่ให้ความสนใจ เจดอน ซานโช่ อย่างจริงจัง มีการยื่นข้อเสนอให้แมนฯซิตี้
แอร์เบ ไลป์ซิกเป็นอีกทีมที่พร้อมคว้าไปร่วมทัพ ราล์ฟ รังนิก ซึ่งบริหารงานอยู่ในช่วงดังกล่าว เคยแจ้งฝ่ายบริหารห้จัดการปิดดีลด้วย
อย่างไรก็ตามข้อเสนอ 8 ล้านปอนด์จากดอร์ทมุนด์เพื่อแลกกับนักเตะที่เคยก้าวขึ้นมาเล่นชุดใหญ่เรือใบสีฟ้ามาก่อนย่อมน่าสนใจมากๆ
เช่นเดียวกับโปรเจคต์และนโยบายของเสือเหลือง น่าจะช่วยพัฒนาให้เก่งยิ่งขึ้น ซานโช่ เลยตัดสินใจย้ายไปร่วมนั่นเอง
ใช้เวลาไม่นาน ซานโช่ ก็โชว์ให้เห็นว่าฝีเท้าเจ๋งจริงๆ ขยับขึ้นมาเป็นหนึ่งในคีย์แมนแนวรุกของทีม มีส่วนร่วมกับประตูมากมาย ไม่ว่าจะยิงหรือแอสซิสต์
ผลงาน 137 นัด 50 ประตู 57 แอสซิสต์ที่ฝากเอาไว้ในยูนิฟอร์มของดอร์ทมุนด์ การันตีได้อย่างดีว่าความสามารถขนาดไหน
นั่นเป็นเหตุให้ได้รีเทิร์นแมนเชสเตอร์ เพียงแต่เปลี่ยนจากสีฟ้าของซิตี้ มาเป็นสีแดงยูไนเต็ด พร้อมมวลความหวังมหาศาลที่
อย่างที่เราเห็นกันช่วงแรกของเขาเต็มไปด้วยอุปสรรคสารพัด อีกทั้ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ดูเหมือนว่าไม่สามารถเค้นศักยภาพลูกทีมคนใหม่ได้เลย แตกต่างจากตอนเล่นให้ดอร์ทมุนด์อย่างสิ้นเชิง
ตำแหน่งที่ถนัดคือตัวรุกฝั่งขวา ก็ไม่ค่อยได้ยืนเท่าไรนัก หลายครั้งที่โยกไปประจำการด้านซ้าย ซึ่งต้องใช้เวลาตั้งหลักอยู่เหมือนกัน ประเด็นเจอเสียงวิจารณ์ไม่น้อย แต่นั่นไม่ได้เปลี่ยนใจ โซลชา เลย
ทั้งหมด 14 นัดที่ ซานโช่ ลงเล่นในยุคของ โซลชา จึงไม่มีทั้งประตูและแอสซิสต์เลย  หลุดจากมาตรฐานที่เคยเล่นให้ดอร์ทมุนด์อย่างมาก
กระทั่งความมั่นใจเริ่มกลับมา ตอนเปลี่ยนผู้จัดการทีมให้ ไมเคิ่ล คาร์ริค มารักษาการณ์สั้นๆ 3 นัด ปรากฏว่า ซานโช่ กดไป 2 ประตู ดีผิดหูผิดตามากๆ แถมด้วยมีส่วนร่วมในเกมรุกตลอดด้วย
ในขณะเดียวกันแม้ รังนิก จะไม่เคยมีคู่มือการใช้งานของ ซานโช่ แต่การที่ติดตามมาตลอดและเคยอยากดึงไปไลป์ซิก มันก็พอจะมั่นได้ว่ามีวิธีการรีดประสิทธิภาพได้มากกว่าที่เป็นอยู่
"ผมตื่นเต้นกับนักเตะชุดนี้เลยนะ อย่าง เจดอน ซานโช่ เคยเห็นตอนเล่นในบุนเดสลีกาแล้ว"
"เราเคยเจอกันมาก่อนที่ลอนดอน เขาเพิ่งอายุ 17 ปีเอง ผมต้องการดึงเด็กไปร่วมทีม แต่ก็เข้าใจหากเขาจะเลือกดอร์ทมุนด์"
รังนิก พูดถึง ซานโช่ ไว้เช่นนี้ เป็นการตอกหัวหมุดย้ำเลยว่า ชื่นชอบจริงๆ ไม่ใช่แค่เป็นข่าวลือโยงกันไปมาเอง
อีกทั้งเป็นช่วงเวลาที่ดีอีกต่างหาก ซานโช่ กำลังเต็มไปด้วยความมั่นใจ ได้เจ้านายคนใหม่ที่คงร่วมงานไปในทิศทางเดียวกัน โอกาสที่จะเปรี้ยงปร้างเหมือนตอนอยู่ดอร์ทมุนด์ย่อมมีสูง
นักเตะมีความสามารถอยู่แล้ว แค่ต้องการหาคนที่รู้วิธีดึงออกมาใช้ นั่นจะเป็นการพิสูจน์ฝีมือ รังนิก เช่นเดียวกัน
ฝันร้ายที่เคยตามหลอกหลอนช่วงต้นซีซั่น อาจถึงเวลาสิ้นสุดลงสักที
--------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment