breadcrumb symbol ข่าว

[ #ของดีที่อาจถูกขาย ? ]

อัพเดตเมื่อ : May 07, 2022 4:45am โดย : admin

ขุนพลอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัมในฤดูกาล 2018/19 เขย่าวงการลูกหนังยุโรปได้ในระดับรุนแรงเลยทีเดียว
หลายคนน่าจะพอจำเหตุการณ์ได้ นอกจากกระหึ่มในเอเรดิวิซี่ลีกของตัวเอง ด้วยการยิงกระจาย 119 ประตูจาก 34 นัดแล้ว ยังเปรี้ยงปร้างในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกต่างหาก
เอริก เทนฮาก ได้รับคำชมอย่างมาก ในฐานะเป็นหัวเรือใหญ่ ทำทีมได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมทั้งปลุกปั้นนักเตะมากมายมายให้กลายเป็นดาวดังในชั่วข้ามคืน
มีอยู่ 4 รายถูกจับตาอย่างมากคือ มาไธจ์ส เดอ ลิกต์ , เฟร็งกี้ เดอ ย็อง , ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค และ ฮาคีม ซีเย็ค
ทันทีที่ฤดูกาลดังกล่าวปิดฉากลง เดอ ลิกต์ ย้ายสู่ยูเวนตุสด้วยค่าตัว 75 ล้านยูโร ในวัยเพียงแค่ 19 ปีเศษๆ ถือว่ามูลค่ามหาศาลมาก เมื่อเทียบกับอายุและประสบการณ์
ส่วน เดอ ย็อง ซึ่งถูกเรียกอย่างติดปากว่า เฟร็งกี้ โดนบาร์เซโลน่าปาดคว้าไปครอง โดยต้องแย่งกับพวกยักษ์ใหญ่ในยุโรปอย่างดุเดือด
เฟร็งกี้ ซึ่งอายุเพิ่งครบ 22 ปี มีค่าตัวในเรตเดียวกับ เดอ ลิกต์ ถือเป็นการทุบคลังของบาร์ซ่าอีกครั้ง ในช่วงเวลาที่สภาพการเงินง่อนแง่นไม่มั่นคงเหมือนอย่างเคย
ในขณะเดียว ดอนนี่ โยกไปยังแมนฯยูไนเต็ดในซัมเมอร์ 2020 หรืออีก 1 ปีถัดมา เช่นเดียวกับ ซีเย็ค เซ็นล่วงหน้ากับเชลซี แต่มีผลในช่วงเดียวกัน
จตุรเทพหรือ 4 แข้งสำคัญของอาแจ็กซ์ในยุคนั้น ต่างกระจัดกระจายย้ายกันหมดตามคาด เป็นนโยบายของสโมสรแห่งนี้อยู่แล้ว นี่คือส่วนสำคัญของการปั้นผู้เล่นตั้งแต่เยาวชนหรือโนเนม ก่อนขายทอดตลาดทำกำไร แล้วนำรายได้นั้นมาจุนเจือกันต่อไป
ทั้ง 4 กับสโมสรแห่งใหม่ ต่างคนต่างดิ้นรนต่อสู้ตามวิถีกันไป ซึ่งหากวัดกันแล้ว ไม่มีใครประสบความสำเร็จแบบชัดเจนหรือพูดได้เต็มปากว่าไปได้สวยเลย
เดอ ลิกต์ ต้องแบกภาระหนักกับความหวังและปรับตัวให้เข้ากับฟุตบอลอิตาลีไม่ง่ายเลย ไหนจะต้องเร่งพิสูจน์ตัวเอง เพื่อโชว์ให้เห็นว่าสามารถทดแทน จอร์โจ้ คิเอลลินี่ หรือ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ได้อย่างดี
จนถึงตอนนี้ก็ยังคงต้องเวลากันต่อไป ความกังขาสงสัยยังมีอยู่
ส่วน ดอนนี่ กับ ซีเย็ค ยึดกับตำแหน่งตัวสำรองอย่างอดทน รายหลังยังดีกว่า บางช่วงยังได้ลงเล่นบ้าง รวมทั้งทำผลงานหวือหวาได้พอสมควร
แต่สำหรับ ดอนนี่ ไม่น่าเชื่อว่าสอบตกสนิทกับปีศาจแดง แทบจะกลายเป็นส่วนเกิน ผ่านไปปีครึ่งก็เลยโดนปล่อยให้เอฟเวอร์ตันยืมไปใช้งานและก็เหมือนเดิมคือ ไม่ได้มีบทบาทอะไร รวมทั้งเจออาการบาดเจ็บคุกคาม
คนที่ไปได้สวยสุดคือ เฟร็งกี้ ใช้เวลาไม่นานก็ขึ้นเป็นแกนหลักได้เลย ด้วยสไตล์และวิธีการเล่น รวมถึงแท็คติกของ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ เทรนเนอร์ในช่วงดังกล่าว ล้วนมีส่วนสนับสนุนทั้งสิ้น
เขาทำงานร่วมกับ เซร์กี้ บุสเก็ตส์ รุ่นพี่ได้อย่างดี ทั้งเรียนรู้และเล่นด้วยกันลงตัวมาก นอกจากสกิลอันเป็นพื้นฐานสำคัญ ยังแก้เพรสซิ่งได้เก่งเหลือเกิน เอาตัวรอดได้ในจังหวะถูกคู่แข่งรุมกันเข้าหา
บรรดากูรูวิเคราะห์เกมหรือสื่อต่างชื่นชม เฟร็งกี้ แม้ในช่วงที่ผลงานของบาร์ซ่าไม่ได้เปล่งปลั่งสักเท่าไรนัก
พร้อมทั้งคาดหวังว่า ดาวรุ่งดัตช์จะยกระดับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นพี่ใหญ่ในแดนกลาง สืบทอดจาก บุสเก็ตส์ ได้ไม่ยากเลย
อีกทั้ง เฟร็งกี้ เองยังเป็นกองกลางในยุคโมเดิร์นอีกด้วย นั่นคือยืนได้หลากหลาย ไม่ว่าจะตำแหน่งเบอร์ 6 ซึ่งเน้นการคุมจังหวะและเล่นเกมรับ ส่วนขยับไปเล่นตัวรุกแบบเบอร์ 8 ก็ไม่ด้อยไปกว่ากัน
จาก บัลเบร์เด้ เปลี่ยนมือมาให้ กิเก้ เซเตียน เป็นกุนซือช่วงสั้นๆ ซึ่งน่าจะล้มเหลวสุดๆ กระทั่งมาเลือก โรนัลด์ คูมัน กุมบังเหียน สถานะของ เฟร็งกี้ ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเลย
เขายังคงเป็นตัวหลักอย่างมั่นคง โดยเฉพาะเมื่อได้ คูมัน เหมือนคนดัตช์บ้านเดียวกันมาเป็นบอส ทุกอย่างดูง่ายขึ้น
จนเมื่อปลายปีที่แล้วเกิดการเปลี่ยนเทรนเนอร์อีกระลอกมาเป็น ชาบี เอร์นานเดซ ซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของสโมสรในยุคใหม่ เข้ามาคุมทีม ถึงเวลาที่ต้องสะสางสังคายนากันยกใหญ่
ดีเอ็นเอในความเป็นบาร์เซโลน่า คือสิ่งที่หายไปในช่วงหลัง นั่นคือสิ่งที่ โจน ลาปอร์ต้า ประธานสโมสรคนใหม่คิดว่าควรทำให้เร็วที่สุด
เชื่อกันว่าด้วยทัศนคติ ฝีเท้าความสามารถ เฟร็งกี้ คงเอาตัวรอดได้ไม่ยาก เปลี่ยนบอสก็จริง คงไม่น่ามีอะไรต้องกังวล
แต่แล้วดูเหมือนมันจะไม่เป็นอย่างนั้น อนาคตของเขาเริ่มเต็มไปด้วยความอึมครึม ภายใต้การร่วมงานกับกุนซือคนใหม่
---------------------
เกมลาลีกาเมื่อ 24 เมษายนที่ผ่านมา บาร์เซโลน่าเล่นในคัมป์นูเจอราโย บาเยกาโน่
พอครบชั่วโมงแรก ชาบี เอร์นานเดซ ตัดสินใจเปลี่ยน เฟร็งกี้ เดอ ย็อง ออกแล้วให้ นิโก้ กอนซาเลซ ดาวรุ่งที่โตมาจากลา มาเซียลงแทน
เฟร็งกี้ แสดงอาการไม่พอใจมาก ไม่ยอมนั่งดูเพื่อนที่ข้างสนามตามปกติ เผ่นเข้าห้องแต่งตัวทันที ซึ่งถือว่าผิดวิสัยอย่างยิ่ง
นัดถัดมาคราวนี้ เฟร็งกี้ ได้เล่นครบ 90 นาที ไม่โดนถอดออก ก่อนเชือดมายอร์ก้า 2-1 กลับมาคว้าชัยได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตามเชื่อกันว่าสาเหตุที่ เฟร็งกี้ ยังคงได้สตาร์ต น่าจะมาจากอาการบาดเจ็บของ เปดรี มากกว่า ไม่อย่างนั้นมีความเสี่ยงสูงจะต้องไปรอที่ข้างสนาม
ฤดูกาลนี้ เปดรี เจ็บต่อเนื่อง คาดว่าสะสมมาจากซีซั่นก่อนที่หักโหมลงเล่นอย่างบ้าเลือด จนร่างกายเริ่มเรียกร้องขอเบรกบ้าง ไม่ได้เล่นตั้งแต่กันยายนปีที่แล้ว ลากยาวมาจนถึงมกราคม
แล้วยังมาเดี้ยงซ้ำที่เอ็นหลังหัวเข่าอีก จนทำให้แผงกลางต้องใช้บริหาร เฟร็งกี้ , เซร์กี้ บุสเก็ตส์ และ กาบี ดาวรุ่งวัยเพียง 17 ปี ที่ทาง ชาบี ไว้ใจอย่างมาก แถมติดชุดใหญ่ทีมชาติสเปนไปแล้วเกือบ 10 เกม
ไหนจะมี นิโก้ คอยเบียดแทรกอีกคน ไม่นับ บุสเก็ตส์ ซึ่งเป็นเหมือนเพื่อนบอส ยังไงก็ต้องได้รับความไว้วางใจ
บุสเก็ตส์ , เปดรี , กาบี และ นิโก้ ล้วนมีความเกี่ยวข้องกับบาร์เซโลน่าทั้งสิ้น เปดรี อาจไม่ได้โตมาจากลามาเซีย แต่ย้ายมาตอนอายุแค่ 17 ปี แล้วโชว์ความสามารถจนเล่นชุดใหญ่ได้ทันที
สถานการณ์ของ เฟร็งกี้ จึงดูลักลั่น ไม่มั่นคงอย่างที่ควรจะเป็น เหมือนไม่ใช่เด็กของบาร์เซโลน่าโดยตรง
ดังนั้นข่าวการย้ายทีมในซัมเมอร์นี้ จึงแรงมากขึ้นตามลำดับ ทางบาร์ซ่าไม่ต้องการขาย แต่หากเป็นไปได้คงต้องพิจารณาจากข้อเสนออีกครั้ง
แน่นอนว่าแมนฯยูไนเต็ดที่จะได้ เอริก เทนฮาก ไปคุมในฤดูกาลหน้า ย่อมต้องถูกโยงเข้าด้วยกัน ในฐานะอดีตเจ้านายกับลูกน้อง
ในขณะเดียวกันแมนฯซิตี้ ก็มีเอี่ยวด้วย นี่คือกองกลางสเป็กของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ซึ่งพร้อมดึงไปแทน แฟร์นันดินโญ่
ส่วน เฟร็งกี้ หากไม่แฮปปี้อย่างที่เคย ก็อาจตัดสินใจแยกทางได้เช่นกัน ขีดความสามารถของเขามากพอสำหรับเล่นได้ทุกทีมในยุโรป ไม่เป็นที่สงสัยเลย
เฟร็งกี้ จะเป็นอีกหนึ่งแข้งที่น่าจะถูกโฟกัสอย่างมาก ในตลาดซัมเมอร์ที่กำลังจะมาถึง
-------------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

 

Facebook Comment