breadcrumb symbol ข่าว

5 ประเด็นหลังเกมไทย เชือดเติร์กเมนิสถาน

อัพเดตเมื่อ : May 28, 2022 12:30pm โดย : ส่างปา

   คอลัมน์ที่จะหยิบยก 'ประเด็น' ของฟุตบอลไทย มาเป็นข้อๆ โดย 'ส่างปา' เด็กหนุ่มผู้ชื่นชอบกีฬาลูกหนังเป็นชีวิตจิตใจที่จะชำแหละเรื่องต่างๆ ให้คุณผู้อ่านได้ร่วมแสดงความคิดเห็นกัน
   วันนี้เขาจะมาเขียนถึงประเด็นน่าสนใจหลังการแข่งขันที่ทีมชาติไทย เฉือนชนะเติร์กเมนิสถาน 1-0 ซึ่งเป็นเกมที่ ฟีฟ่า รับรองให้เป็นแมตช์กระชับมิตรระดับ 'เอ' ที่มีผลต่อแรงกิ้งโลก

 [ 1 ] ไม่ฟูลทีม แต่สไตล์ยังคงเดิม
   นับตั้งแต่ อเล็กซานเดร โพลกิ้ง ถูกแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพใหญ่ของทีมชาติไทย เขายังคงแคแรกเตอร์การทำทีม นั่นคือการเล่น 'เกมรุก' แบบนันสต็อป
   กุนซือเชื้อสายบราซิล-เยอรมัน ถนัดนักกับฟุตบอลเอนเตอร์เทน ซึ่งที่ผ่านมาเขาก็แสดงให้เห็นว่าต้องการสร้างช้างศึกให้เป็นทีมที่มีเสน่ห์
   ทั้งๆ ที่ยังขาดผู้เล่นตัวหลักนับสิบราย แต่แท็กติกที่ โพลกิ้ง ใส่ลงไปก็ยังแสดงผลออกมาในทิศบวก โดยเฉพาะ 'เกมรุก' อันเป็นสื่งที่เขาชื่อชอบ
   แม้สกอร์จะออกมาเพียง 1-0 แถมกว่าจะได้เฮ ก็ต้องรอไปจนใกล้จะจบเกม ทว่าตลอดทั้ง 90 นาที ไทย คือฝ่ายครองบอลและสร้างสรรค์โอกาสได้แบบเบ็ดเสร็จ
   เปอร์เซ็นต์การครองบอลเหนือกว่าด้วยตัวเลข 60 ต่อ 40 เปอร์เซ็นต์
   โอกาสเข้าทำเหนือกว่าด้วยตัวเลข 20 ต่อ 5 ครั้ง
   การส่งบอลเหนือกว่าด้วยตัวเลข 405 ต่อ 281 ครั้ง
   เตะมุมเหนือกว่าด้วยตัวเลข 7 ต่อ 3 ครั้ง
   จากสถิติที่ออกมา สะท้อนให้เห็นว่าทัพช้างศึกพยายามอย่างหนักหน่วงเพื่อที่จะโชว์ให้แฟนฟุตบอลได้เห็นว่าพวกเขามีสไตล์การเล่นที่โดดเด่นในเรื่องการทำเกมรุกจริงๆ

 [ 2 ] ความอัดอั้นของ อดิศักดิ์
   
   กองหน้าชาว บุรีรัมย์ ถูกค่อนขอดจากทุกสารทิศว่า 'หมดแล้ว' เพราะผลงานในระยะหลังของเขาค่อนข้างถดถอย
   ซีซั่น 2021-22 กับ การท่าเรือ เอฟซี ก็ยิงไปได้แค่ 1 ลูก ขณะที่ในทีมชาติไทย ก็ไม่ได้มีอะไรที่โดดเด่นนัก
   จากหนึ่งในความหวังของการล่าตาข่ายของทีมช้างศึก โดยที่ถูกคาดหมายว่าจะก้าวมาเป็นตัวแทนของ ธีรศิลป์ แดงดา ทว่าฟอร์มการเล่น อดิศักดิ์ ค่อยๆ ตกลงเรื่อยๆ อันเนื่องมาจากสภาพร่างกายที่ไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนวันวาน แถมยังมีอาการบาดเจ็บมารบกวนอยู่บ่อยๆ
   เมื่อมนุษย์ถูกท้าทายด้วยคำเย้ยหยันและต้องแบกความกดดันนั้นเอาไว้ ในวินาทีที่ตอกกลับเสียงวิจารณ์นั้นได้ ย่อมเป็นการระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างเต็มเหนี่ยว
   ภาพที่เห็น อดิศักดิ์ ถอดเสื้อดีใจอย่างบ้าคลั่งเมื่อตัวเองส่งบอลผ่านมือผู้รักษาประตูเติร์กเมนิสถาน อย่างสุดสวย คงจะเป็นคำตอบได้ดีว่าเขารู้สึกเช่นไรในห้วงเวลาอันมืดมนที่ผ่านมา
   เพราะปกติท่าดีใจของหัวหอกจาก การท่าเรือ จะออกไม้-ออกมือด้วยสัญลักษณ์ 'อุลต้าแมน' แต่หนนี้กลับยอมแลกใบเหลืองด้วยการกระชากเสื้อออกมา พร้อมอารมณ์ที่พรั่งพรูออกมาไม่มีเม้ม
   หวังว่าประตูนี้จะช่วยปลดล็อกศูนย์หน้าวัย 31 ปี ให้กลับสู่ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมเหมือนที่เขาเคยทำได้มาก่อน

 [ 3 ] พิชา ลงช้า แต่เฉิดฉาย
   เด็กหนุ่มจากเชียงใหม่ คงทำให้ อเล็กซานเดร โพลกิ้ง ต้องกุมขมับแน่ เพราะฟอร์มในช่วง 45 นาที ของครึ่งหลังนั้นโดดเด่นสะดุดตาเหลือเกิน
   พิชา ถูกส่งลงสนามในฐานะตัวสำรอง ก่อนจะสำแดงเดชได้น่าดูชมเหลือเกินกับบทบาทกองกลางตัวรุก
   เซ้นส์ฟุตบอลเหลือร้าย, จ่ายบอลแม่นยำ, ขยันหาช่อง, ยังวิ่งบีบคู่ต่อสู้ทุกครั้งที่อยู่ในพื้นที่ และที่สำคัญคือการครองบอลที่เหนียวแน่น รวมถึงสเต็ปหลอกล่อที่ทำได้หลายหน จนสามารถเรียกฟาล์วจากเติร์กเมนิสถาน ได้อีก
   ผลงานระดับนี้มีสิทธิ์สอดแทรกลงสนามเป็นตัวจริงในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่อุซเบกิสถาน เลยทีเดียว

 [ 4 ] ศุภนันท์ สอบผ่านฉลุย
   ปัจจุบันฟูลแบ็กทั้งสองฝั่งของทีมชาติไทย มีผู้เล่นชั้นยอดมากมาย แต่ทางด้านซ้ายนั้น ธีราทร บุญมาทัน ยังคงจองสัมปทานแบบยาวๆ
   ทว่าฟากขวานั้นมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด
   นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม จาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คือเบอร์หนึ่ง ณ ตอนนี้ ตามด้วย ทริสต็อง โด ของ แบงค็อก ยูไนเต็ด และยังมี ฟิลิป โรลเลอร์ (การท่าเรือ เอฟซี), นิติพงษ์ เสลานนท์ (เชียงราย ยูไนเต็ด), สันติภาพ จันทร์หง่อม (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด) รวมไปถึง สุพร ปีนะกาตาโพธิ์ กัปตัน เมืองทอง ยูไนเต็ด
   แต่จากฟอร์มการเล่นล่าสุดของ ศุภนันท์ บุรีรัตน์ แห่ง สมุทรปราการ ซิตี้ ในเกมชนะเติร์กเมนิสถาน นั้นต้องบอกว่าแบ็กขวาไทย ต้องแข่งขันกันอย่างเข้มข้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า
   ดาวเตะวัย 28 ปี ผู้นี้เคยถูกเรียกเข้ามาซ้อมกับทีมชาติชุดใหญ่ หลายหน แต่ยังไม่เคยได้รับโอกาสลงสนามในเกมอย่างเป็นทางการเลย กระทั่ง อเล็กซานเดร โพลกิ้ง จัดให้นี่แหละ หมอนี่ถึงเริ่มนับ 1 กับช้างศึกได้สักที
   สิ่งที่เขาแสดงให้เห็นคือการเป็นผู้เล่นที่พลังล้นเหลือ จนวิ่งไม่มีหมด เกมรับเหนียวแน่น แถมยังเติมเกมรุกได้สนุกในหลายๆ จังหวะ จนเกือบทำแอสซิสต์ได้อีกต่างหาก

 [ 5 ] คลาสบอลของ วีระเทพ
   เป็นอีกครั้งที่ วีระเทพ โชว์ให้เห็นถึง 'คลาส' ฟุตบอลที่เหลือรับประทาน ทั้งๆ ที่ถูกถอยลงมาให้เล่นเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ จักพัน ไพรสุวรรณ ในครึ่งแรก และ เฉลิมศักดิ์ อักขี ในครึ่งหลัง ทว่าเขาสามารถซัพพอร์ตเพื่อนได้อย่างเนียนตา
   เหลี่ยมฟุตบอลของกองกลางชาวนนทบุรี ถือว่าเหลือเชื่อมากๆ เพราะใครจะเชื่อว่านี่คือคนที่เพิ่งมาเล่นฟุตบอลสนามใหญ่แบบจริงๆ จังๆ ตอนอายุ 20 ปี แต่กลับมาจังหวะและชั้นเชิงแสนร้ายกาจ
   ในเกมกับเติร์กเมนิสถาน วีระเทพ โชว์ให้เห็นถึงการเป็นนักฟุตบอลคุณภาพที่อยู่ตรงไหนของสนาม แต่ก็ยังเฉิดฉายเหมือนเดิม
   กับบทบาทเซ็นเตอร์ฮาล์ฟจำเป็น พี่แกยังกล้าๆ เลี้ยงหลบกองหน้าฝั่งตรงข้าม แถมยังมีจังหวะเปิดบอลให้ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ โหม่งเหน่งๆ หลุบกรอบออกไป แต่ที่เด็ดสุดคือการวางบอลยาวหลุดไปถึง อดิศักดิ์ ไกรษร ก่อนจะเป็นประตูชัยในบั้นปลาย
   และก็ขนาดเล่นกองหลัง แต่เขาก็ยังถูกรับเลือกให้เป็น 'แมน ออฟ เดอะ แมตช์' อีก
   ผลงานขนาดนี้ จึงไม่ต้องแปลกใจว่าเหตุใด อเล็กซานเดร โพลกิ้ง จึงใช้งานเขาเรื่อยมา ตั้งแต่ ซูซูกิ คัพ ต่อด้วย ซีเกมส์ และล่าสุดก็ยังส่งลงครบ 90 นาที ที่จังหวัดศรีสะเกษ

เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment