breadcrumb symbol ข่าว

[ #ความจริงที่ต้องยอมรับ ]

อัพเดตเมื่อ : June 18, 2022 10:46pm โดย : admin

ตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ เปิดมาได้เกือบ 10 วันแล้ว แต่สถานการณ์ของแมนฯยูไนเต็ดขาเข้ายังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ในขณะที่แฟนบอลยังรอลุ้นด้วยใจระทึกว่าคนแรกจะเป็นใคร แต่อีกทางก็เริ่มกังวลกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
มีปัญหาอะไรซ่อนอยู่ข้างหลังอีกหรือเปล่า? ผู้บริหารทำงานกันจริงจังแค่ไหนกัน? -- คำถามเหล่านี้น่าจะวนเวียนอยู่ในความรู้สึก
ย้อนกลับไปตอนแมนฯยูไนเต็ดประกาศแต่งตั้ง เอริก เทนฮาก เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ สร้างความตื่นเต้นกระชุ่มกระชวยกับบรรดาเร้ด อาร์มี่ไม่น้อยเลย
ยิ่งไปกว่านั้นกุนซือดัตช์ ยังโชว์สปิริตฉีกสัญญาที่ยังเหลือ 6 สัปดาห์กับอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เพื่อรีบมาทำงานให้เร็วที่สุด รู้กันอยู่ว่าปัญหาสารพัดรอให้สะสาง จะมาเต้นฟุตเวิร์ก มัวแต่ดูเชิงไม่ได้แล้ว
นั่นทำให้กองเชียร์มองเห็นประกายความหวังเจิดจ้ามากกว่าเดิมซะอีก คงมีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น เพราะฝ่ายบริหารและทีมงานหลายภาคส่วนก็ปรับปรุงกันขนานใหญ่ เรียกว่าแทบจะยกเครื่องกันเลย
นอกจากนี้เมื่อได้ฟังแผนงานต่างๆ โดยเฉพาะจะมีผู้เล่นใหม่เข้ามาอย่างน้อย 4 คนด้วยกัน ก็แทบอดใจรอไม่ไหว อยากรู้ว่าจะมีใครมาเปิดตัวบ้าง
แล้วตัดภาพกลับมาที่ปัจจุบัน ตลาดขาเข้ายังว่างเปล่า มีแต่ข่าวเพ่นพ่นเต็มไปหมด โยงกับผู้เล่นมากมาย นับแทบไม่หวาดไม่ไหว ยกเว้นข่าวปิดดีลได้สำเร็จ
เราต่างรู้กันอยู่แล้วว่า เป้าหมายหลักของ เทนฮาก คือ เฟร็งกี้ เดอ ย็อง ซึ่งมีข่าวพัวพันกันนานมากๆ ตั้งแต่เมื่อเดือนที่แล้ว พอเอาเข้าจริงยังคุยกันไม่ลงตัว
จำได้ว่า เคราร์ โรเมโร่ นักข่าวคนดังชาวสเปน ซึ่งข้อมูลต่างๆมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ เป็นคนแรกที่จุดประเด็น เฟร็งกี้ ขึ้นมา
เขาโพสต์ไว้ว่า แมนฯยูไนเต็ดเดินหน้าอย่างมุ่งมั่น เพื่อดึงมาร่วมทีม โดยมีการเจรจาแล้ว คาดว่าจะบรรลุในเร็ววัน
แน่นอนว่าสื่อหลายสำนักก็เริ่มติดตามด้วยความสนใจ เพราะอย่างที่บอกนี่คือนักข่าวเทียร์ต้นๆ ดูแล้วงานนี้ไม่น่าพลาด
แฟนบอลก็เนื้อเต้นต่างวาดภาพเห็น เฟร็งกี้ มาสวมยูนิฟอร์มปีศาจแดงแล้ว มีการวิเคราะห์กันมากมาย น่าจะเหมาะกับแท็คติกของ เทนฮาก อยู่แล้ว เพราะเคยร่วมงานที่อาแจ็กซ์มาก่อน ต่างฝ่ายต่างรู้จักกันดี มีคู่มือพร้อมใช้งานให้เกิดประสิทธิภาพ
หรือหากจะให้ดีควรหากองกลางอีกคนมาเสริม พลางคิดไปต่างๆนานาว่าควรเป็นใคร  มิดฟิลด์เบอร์ 6 ที่มีอยู่ แทบไม่ไหวเลยจริงๆ
แต่ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว เฟร็งกี้ ก็ยังเป็นข่าวกับแมนฯยูไนเต็ดแทบทุกวัน มีสัญญาณเตือนดีบ้าง แย่บ้าง บาร์เซโลน่าโก่งราคาบ้าง จนจับต้นชนปลายไม่ถูกเหมือนกัน
กระนั้นประเด็นที่น่าวิตกยิ่งกว่าคือ ปฏิกิริยาของนักเตะ ซึ่งไม่ได้แทบแสดงให้เห็นว่าอยากจะย้ายมาสักเท่าไร
ไม่นานมานี้เพิ่งเปิดใจไว้ด้วยว่า รู้สึกสบายดีกับสถานะปัจจุบัน คล้ายพอใจกับการเป็นผู้เล่นบาร์เซโลน่าอยู่แล้ว
ซ้ำร้ายคือ เฟร็งกี้ อยากเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอย่างต่อเนื่องและแมนฯยูไนเต็ดไม่มีให้ ลำพังยูฟ่า ยูโรปา ลีกไม่เพียงพอหรอก
ขณะเดียวกันฝ่ายบริหาร ก็อยากจะปรับกลยุทธ ไม่ต้องการใช้เงินฟาดเหมือนอย่างที่เคยเป็น การใช้จ่ายต้องสมเหตุสมผล ความยากลำบากในการเจรจาก็ยิ่งเพิ่มเป็นเงาตามตัว
ต้องไม่ลืมว่าบาร์ซ่าซึ่งอยู่ในสถานการณ์ที่แตกต่างไปจากเดิม ต้องการเงินก้อนใหญ่มาพยุงทีม การต่อรองจึงดุเดือดเข้มข้นอย่างช่วยไม่ได้
แต่ที่ประเด็นที่เริ่มมีการพูดถึงกันมากขึ้นในโซเชี่ยลก็คือ การย้ายมาแมนฯยูไนเต็ดมีความเสี่ยงสูงมากที่จะล้มเหลว เห็นกันอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นในซีซั่นที่ผ่านมา
หลุยส์ ฟานกัล กุนซือทีมชาติฮอลแลนด์ ยังพูดเหมือนปรามๆไว้ ส่วนกูรูอีกไม่น้อยก็มองว่า มีสิทธิ์จะเอาชื่อมาทิ้งได้เลย
แมนฯยูไนเต็ดในยุคนี้ ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เหลือเพียงแค่ชื่อเท่านั้น
ประโยคนี้แฟนผีทั้งหลายได้ฟังย่อมเจ็บปวดไม่น้อย จากสโมสรที่เคยมีพลังดึงดูดผู้เล่นชั้นนำให้ย้ายมาร่วมทีม เพราะรู้เลยว่ายังไงก็มีความสำเร็จการันตีอยู่ ทุกอย่างตรงข้ามสิ้นเชิงในปัจจุบัน
เราเคยได้เห็น โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ยอมทรยศอาร์เซน่อล กลายเป็นตัวร้ายในสายตาแฟนบอลมาแล้ว เพียงเพื่อแลกกับเหรียญรางวัลพรีเมียร์ลีกสักครั้งก็ยังดี
เราเคยได้เห็น ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ประกาศเสียงดังฟังชัด ไม่ต้องการย้ายไปแมนฯซิตี้ ทั้งที่ตกลงกับทางท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ไปแล้ว ตั้งใจย้ายสู่แมนฯยูไนเต็ดเท่านั้น
เราเคยได้เห็น เวย์น รูนี่ย์ กระตือรือร้นอยากย้ายมาเป็นสมาชิกปีศาจแดง แม้หัวใจจะรักเอฟเวอร์ตันแรงกล้าแค่ไหน
"สำหรับผมแล้ว หากมีข้อเสนอจากแมนฯยูไนเต็ดเข้ามา มันไม่อาจปฏิเสธได้เลย" -- เบอร์บาตอฟ เคยพูดไว้ ซึ่งนักเตะส่วนใหญ่ต่างก็เข้าใจดี
อิทธิพลของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่สร้างสมมาหลายปี คือหนึ่งในตัวแปรสำคัญ ใครต่างก็อยากร่วม
ไมเคิ่ล คาร์ริค เล่าไว้เช่นกันว่า การได้ร่วมงานกับกุนซือที่เก่งมากๆอย่าง เฟอร์กี้ ถือเป็นรางวัลของชีวิตเลย คุณจะได้เรียนรู้หลายเรื่องอย่างคาดไม่ถึง นั่นอาจช่วยต่อยอดการเป็นโค้ชในอนาคตด้วย
แน่นอนว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอ แต่สำหรับแมนฯยูไนเต็ดในปัจจุบัน ทุกอย่างมันเร็วมาก ชนิดที่ว่าแฟนบอลมากมายยังทำใจไม่ได้เลย
พวกเขาเพิ่งเสียนักเตะฟรีพร้อมกันหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ปอล ป็อกบา , เจสซี่ ลินการ์ด , ฆวน มาต้า , เอดินสัน คาวานี่ รวมทั้งฉีกสัญญา เนมานย่า มาติช ซึ่งหากขายในตลาดตามปกติรวมมูลค่าน่าจะนับร้อยล้านปอนด์
เหตุการณ์อย่างนี้จะไม่เกิดขึ้นเด็ดขาดหาก เฟอร์กี้ ยังอยู่ การขยายสัญญาหรือขายทิ้งก่อนหน้าจะได้รับการเคลียร์เรียบร้อย ไม่ต้องมายึกยักจนทำให้เสียหายอย่างที่เห็น
น่าเจ็บใจยิ่งกว่าคือ เมื่อหันไปมองทีมอย่างแมนฯซิตี้หรือลิเวอร์พูล ที่ไม่ต้องตกเป็นข่าวอะไรเยอะ ปิดจ็อบผู้เล่นที่ต้องการไว้อย่างง่ายดาย ซึ่งไม่ว่าจะเป็น เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ หรือ ดาร์วิน นูนเญซ ที่เคยโยงกับแมนฯยูไนเต็ดมาก่อน มันคือการตอกย้ำความจริงเรื่องดังกล่าว
พลังของแมนฯยูไนเต็ดลดลงอย่างน่าใจหาย นั่นคือสิ่งที่ต้องยอมรับ ซึ่งคงใช้เวลาอีกนานกว่าจะกลับมาเหมือนเดิม ซึ่งก็ไม่รู้อีกนั่นแหล่ะว่าเมื่อไร
มันไม่มีคำตอบชัดเจน นอกจากรอคอยด้วยความหวังกันต่อไป
----------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment