breadcrumb symbol ข่าว

[ #หลุดขึ้นมาอย่าว่ากัน ]

อัพเดตเมื่อ : June 24, 2022 3:20am โดย : admin

หลังจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่าออกมายืนยันว่า แต่ละชาติที่ผ่านเข้าไปโม่แข้งในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 2022 ปลายปีนี้ สามารถส่งชื่อนักเตะได้ 26 คน น่าจะทำให้ผู้เล่นหลายคนยิ้มออก
เพราะกลุ่มที่ยังไม่ชัวร์ ต้องลุ้นอย่างหนักว่าจะถูกคัดกรองหรือเปล่า มีโอกาสมากยิ่งขึ้น ต่อให้ยังยากสำหรับการการันตีก็ตาม
ในขณะเดียวกันกุนซือก็มีทางเลือกมากกว่าเดิม อย่างน้อยที่สุดการมีขุนพลเข้ามาสมทบเพิ่มอีก 3 ราย ยังไงมันก็ส่งผลไปในทิศทางบวกอยู่แล้ว
แน่นอนอังกฤษกลายเป็นทีมที่ถูกจับตามากสุดชาติหนึ่งเลย นอกจากผลงานในการออกสตาร์ตยูฟ่า เนชั่นส์ ลีกฤดูกาลนี้ล้มเหลว หลายแข้งฟอร์มไม่น่าประทับใจเท่าไร
อย่างไรก็ตามข้อได้เปรียบเห็นจะเป็น แกเร็ธ เซาธ์เกต ยังมีชอยส์พอสมควร สำหรับจัดระเบียบกำลังพลให้พร้อมตามเงื่อนไข
แทบทุกตำแหน่งของทีมชุดปัจจุบัน ล้วนมีผู้เล่นที่ระดับคุณภาพไม่ห่างกันเท่าไรนัก ให้เลือกสรรใช้สอย เอาแบบเห็นควรตามความเหมาะสมได้เลย
แต่แนวรุกดูจะถูกแสงไฟสาดจ้าสุดแล้ว เพราะอัดแน่นไปด้วยผู้เล่นชั้นดีหลายราย รวมทั้งมีไม่น้อยที่ไม่รับประกันจะมีชื่อติดไปกาตาร์ด้วย
ชุดล่าสุดที่เล่นยูฟ่า เนชั่นส์ ลีกทั้งหมด 4 เกม เสมอ 2 แพ้ 2 ไม่ชนะเลย แถมยิงได้แค่ประตูเดียว จากจุดโทษของ แฮร์รี่ เคน มีแข้งแนวรุกถึง 7 คนที่โดนเรียกเข้ามา
ทั้ง เคน กัปตันทีม , ฟิล โฟเด้น , ราฮีม สเตอร์ลิ่ง , บูกาโย่ ซาก้า , แจ็ค กรีลิช , แทมมี่ อับราฮัม และ จาร์ร็อด โบเว่น โดยรายหลังเหมือนเป็นน้องใหม่ป้ายแดง ซึ่งน่าจะอยู่ในข่ายทดลองงาน
ส่วน แทมมี่ ถูกหยิบยื่นโอกาสให้ ด้วยเหตุผลฟอร์มเปรี้ยงในสีเสื้อโรม่า ซีซั่นที่ผ่านมายิงเบ็ดเสร็จเกือบ 30 ประตู สมควรจะได้รับรางวัลตอบแทนอย่างแฟร์ๆ
สำหรับพวกที่หลุดมีทั้งบาดเจ็บและผลงานไม่ผ่านเกณฑ์ของ เซาธ์เกต เลยไม่มีชื่อร่วมขบวนด้วย ไม่ว่าจะเป็น โอลลี่ วัตกิ้นส์ , แพทริก แบมฟอร์ด , โดมินิก คัลเวิร์ต ลูวิน , เจสซี่ ลินการ์ด , เอมิล สมิธ โรว์ รวมถึง เมสัน กรีนวู้ด ที่ติดคดีความทำร้ายร่างกายแฟนสาว
แต่ที่ตกเป็นเป้ามากกว่าใคร คงหนีไม่พ้น มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เจดอน ซานโช่ เพราะสถานการณ์ก่อนหน้า แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ยังไงก็ต้องติดแบบแบเบอร์ แถมยังแทบจองตัวจริง
สองคนนี้อาจโดนปัญหาอาการบาดเจ็บคุกคามด้วย แต่พวกเขาหลุดมาตั้งแต่เดือนมีนาคม ชุดที่อุ่นเครื่องดวลสวิตเซอร์แลนด์และไอวอรี่ โคสต์ ก็ตกสำรวจ
เข้าใจว่าเป็นแค่ลับแข้งธรรมดา เจ้านายอาจเปิดโอกาสให้ผู้เล่นบางคนมาเทสต์กันสักหน่อย ไว้เป็นลู่ทางสำหรับอนาคตข้างหน้า ถือว่าเป็นเกมที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไรนักหรอก
แต่พอมาหลุดซ้ำสองในยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก รายการนี้ยังไงก็ต้องเน้น พอช่วยมีน้ำหนักยืนยันได้ว่า ตำแหน่งของทั้งคู่สั่นคลอนเข้าให้แล้ว ไม่มีความมั่นคงเหมือนอย่างเคย
จากนั้น เซาธ์เกต ออกมายืนยันอีกทีว่า ซานโช่ กับ แรชชี่ จำต้องเค้นฟอร์มกลับมาให้ได้ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าใจร้ายแล้วกัน
มันเป็นทั้งการเตือนและปลอบไปในตัว เพื่อบอกให้รู้ว่าการแข่งขันในทีมชาติอังกฤษสูงแค่ไหน ไม่ใช่อุ่นใจกับผลงานในอดีตได้เลย
"พวกเขาต้องแสดงให้เห็นอีกมาก สำหรับการกลับมาสู่ทีม ตอนนี้นักเตะแมนฯยูไนเต็ดอยู่กับเราเพียงแค่รายเดียว (แฮร์รี่ แม็กไกวร์)"
"ผมว่าการได้พักบ้าง อาจช่วยลดอาการบาดเจ็บของพวกเราได้นิดหน่อย แต่อยากย้ำว่าไม่มีอะไรแน่นอนทั้งสิ้น"
"ผู้เล่นบางรายมักทำผลงานได้ดีในยามที่ลงเล่น หากคุณถามใครสักคนในทีมเวลานี้ พวกเขาจะยกมือขอเล่นหมดแหล่ะ เพื่อรักษาฟอร์มพีกต่อไปเรื่อยๆ"
"แต่สำหรับบางราย อาจเป็นไปได้ว่า การได้พักเพื่อกลับมาฟื้นตัว คือสิ่งที่จำเป็น"
ซานโช่ มีปัญหาเรื่องทอนซิลอักเสบเรื้อรัง จำต้องเข้ารับการรักษาให้หายขาด โดยทาง ราล์ฟ รังนิก ผู้จัดการทีมแมนฯยูไนเต็ดก็ไฟเขียว ไม่ต้องเล่นในช่วงท้ายฤดูกาลที่ผ่านมา
ส่วน แรชชี่ 3 นัดส่งท้ายพรีเมียร์ลีก ก็ไม่ได้ลงเล่นสักวินาทีเดียว ปัญหามาจากสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ ซึ่งจะว่าไปสร้างความแปลกใจให้แฟนผีด้วยซ้ำ ไม่ค่อยได้ลงเล่นแต่ทำไมเดี้ยงง่ายกันเหลือเกิน
ที่น่าสนใจก็คือ หากวัดผลงานจากตัวเลขแล้ว สองคนนี้ใกล้เคียงกันมากอย่างไม่น่าเชื่อ
ซานโช่ ลงเล่นทุกรายการ 38 นัด ยิงได้ 5 ประตู กับอีก 3 แอสซิสต์
แรชชี่ ลงทั้งหมด 32 นัดทุกรายการ ยิงได้ 5 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์
พูดแบบไม่ต้องอ้อมค้อม มันคือซีซั่นที่ล้มเหลวอย่างไม่มีข้อโต้แย้งของ 2 แนวรุก ที่เคยถูกคาดหมายว่าจะต้องอนาคตไกลบนเส้นทางนี้
มีเสียงวิจารณ์ผ่านโซเชี่ยลว่า นับตั้งแต่ ซานโช่ ย้ายมาจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เมื่อซัมเมอร์ปีที่แล้ว ก็เหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคนเลย ฟอร์มไร้มาตรฐาน ขาดความเชื่อมั่น บางครั้งดูกลัวหรือลนลานเกินไป
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าองค์ประกอบภายในทีมมีผลอยู่แล้ว แต่หากมองที่ค่าตัว ค่าจ้างและความคาดหวัง แม้จะอายุเพียงแค่ 22 ก็ควรจะแบกรับภาระได้มากกว่าที่เห็น
ขนาดมีผู้เล่นมากประสบการณ์ อีกทั้งแพสชั่นมาเต็มตลอดอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คอยประคับประคองสอนน้อง อีกทั้งเป็นแบบอย่าง แต่กลับไม่ได้ช่วยเลย
ด้าน แรชชี่ เองดูจะหนักหน่วงยิ่งกว่า ทุกนาทีที่อยู่ในสนาม ราวกับว่าไม่ได้พกพาจิตวิญญาณลงมาด้วย สภาพซังกะตาย ไม่ต่างจากศพเดินได้ ผิดพลาดแบบซ้ำซาก ไม่ตั้งใจปรับปรุง
ไหนจะมีปัญหากับแฟนบอลอีก ต้องทำใจไว้เลยว่า คุณเป็นแข้งอาชีพ คุณคือความหวัง ฉะนั้นเมื่อได้ยินเสียงด่าบ้าง ก็ต้องทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เข้าไว้ ต่อให้โกรธแค่ไหน ก็ไม่ควรแสดงพฤติกรรมตอบโต้ออกมา
ไม่น่าแปลกใจเลย แรชชี่ จะถูกโยงกับเรื่องนอกสนาม สนใจแต่ช่วยเหลืออาหารกลางวันสำหรับเด็กที่ขาดแคลนมากเกินไป จนลืมบทบาทสำคัญสุดของตัวเอง
ถ้าฟอร์มในสนามดี เรื่องนี้จะไม่ถูกหยิบยกมาหรอก แต่เมื่อผลงานตกต่ำ ยังไงก็หลบเลี่ยงไม่พ้นอยู่แล้ว
แรชชี่ เพิ่งอัพคลิปของตัวเอง ระหว่างช่วงพัก แต่กลับไม่ได้เที่ยวเตร่เหมือนคนอื่น เลือกซุ่มซ้อมเรียกความฟิต พร้อมส่งสัญญาณว่าจะแบ็กทูเบสิก กลับไปสู่จุดที่เหมาะสมของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม คลิปที่นำมาโชว์ซิกแพ็กเหล่านี้แทบเปล่าประโยชน์เลย หากผลงานในสนาม มันต่างกันคนละขั้ว
ซานโช่ และ แรชฟอร์ด เหลือเวลาอีกไม่นานนัก เพื่อรีดตัวเองให้ได้เหมือนอย่างที่เคยทำ ปรับเปลี่ยนแนวทาง ต้องมุ่งมั่นตั้งใจมากกว่านี้ โฟกัสฟุตบอลเป็นหลัก ไม่อย่างนั้นทำใจเถอะว่า หลุดจากทีมชาติชุดฟุตบอลโลก ต่อให้เพิ่มโควต้าเป็น 26 คนก็ตาม
เซาธ์เกต เตือนแล้วว่า ไม่มีใครช่วยได้หรอก นอกจากตัวเองเท่านั้นแหล่ะ ทั้งคู่ต้องโชว์ให้เห็นตั้งแต่ต้นฤดูกาลหน้า ช้ากว่านี้ก็เท่ากับว่าจบกัน
ต้องรอไปอีก 4 ปีหรืออาจไม่มีโอกาสอีกเลย
----------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment