breadcrumb symbol ข่าว

[ #คำถามที่ไร้คำตอบ ]

อัพเดตเมื่อ : June 25, 2022 3:35am โดย : admin

สำหรับแฟนแมนฯยูไนเต็ดในเวลานี้ น่าจะเป็นอีกช่วงเวลาที่น่าอึดอัดอย่างแท้จริง
หลังจากเผชิญกับความผิดหวังครั้งใหญ่ จากผลงานอันล้มเหลวไม่เป็นท่าในฤดูกาลที่เพิ่งจบไป พวกเขาได้แต่หวังว่าสถานการณ์จะกลับมาดีขึ้น เพราะการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง พอทำให้เห็นแนวโน้มในทางที่ดี
การมาของ เอริก เทน ฮาก ผู้จัดการทีมคนใหม่ พร้อมทีมงานบางส่วนเปรียบเสมือนสัญญาณเตือนทิศทางบวก
เช่นเดียวกับ ริชาร์ด อาร์โนลด์ ที่ได้รับการโปรโมตให้มาเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารแทน เอ็ด วู้ดเวิร์ด น่าจะนำบทเรียนจากความผิดพลาด มาสรุปแก้ไขได้
สิ่งแรกเลยก็คือตลาดซื้อขายผู้เล่น ควรจะมีความรวดเร็วกระชับ จัดการแบบมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นขาเข้าหรือขาออก เพราะยิ่งปิดดีลจบเร็วเท่าไร ก็ยิ่งจะเป็นประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น
ปมตรงนี้เป็นมานาน จะว่าไปนับตั้งแต่ วู้ดเวิร์ด ก้าวมาแทน เดวิด กิลล์ ซีอีโอคนเก่า ซึ่งเปิดหมวกลาไปในปี 2013 แล้วยังคงคาราคาซังอยู่เรื่อยมา
ตอนนั้นจำได้ชัดเจน กว่าจะคว้าตัว มารูยาน เฟลไลนี่ มาทันเส้นตาย ก็ต้องรอจนกระทั่งกำลังจะเข้าชั่วโมงสุดท้าย แถมยังรู้มาภายหลังว่าเป็นเหมือน Panic buy ไม่ได้ตั้งใจซื้อแต่แรก เพียงแค่กลัวไม่ได้ใครมาใหม่ต่างหาก
แล้วแมนฯยูไนเต็ดก็เข้าข่ายเสียทรงในตลาดนักเตะเรื่อยมา ซึ่งนั่นส่งผลกระทบต่อผลงานในสนามอย่างแน่นอน
กระทั่งในซัมเมอร์ปัจจุบัน ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในลักษณะ แทบใหม่เกือบหมดหัวจดเท้า คงได้เห็นอะไรดีกันบ้างล่ะ คนเป็นแฟนบอลก็ต้องนึกถึงอย่างนั้นสิ
เอาเข้าจริงตลาดเปิดทำการมากว่า 2 สัปดาห์แล้ว ไม่นับรวมช่วงเวลาที่สามารถดำเนินการได้ก่อนหน้าอีกพอสมควร แมนฯยูไนเต็ดยังแทบไม่ขยับอะไรเลย
หากไม่นับพวกแข้งหมดสัญญา ที่จำต้องปล่อยไปตามเงื่อนไข ที่เหลือคือเกือบจะเป็นศูนย์ มีแค่ปล่อย ดีน เฮนเดอร์สัน ให้ทางน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ยืมตัวหมาดๆ
ทั้งที่มีอีกหลายรายที่อยู่ในข่ายต้องเขี่ยทิ้ง ไม่ว่าจะเป็น ฟิล โจนส์ , เอริก ไบยี่ , อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล , อารอน วาน-บิสซาก้า หรือ อักเซล ทวนเซเบ้ แต่กลับไม่เห็นความเคลื่อนไหวที่ชัดเจน
ส่วนขาเข้าแทบไม่ต้องพูดกันเลย เราได้ยินข่าวโยงกับ เฟร็งกี้ เดอ ย็อง มาร่วมเดือนแล้ว แต่ก็ยังว่างเปล่า อยู่ในขั้นตอนเจรจาต่อรองกันเช่นเคย ฟังดูแล้วมันน่าท้อใจเลยทีเดียว
ส่วนผู้เล่นที่เป็นเป้าหมายหลักหรือแพลนA ก็ดูห่างไกลมากขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะ 2 แข้งอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัมทั้ง อันโตนี่ กับ ยูเรี่ยน ทิมเบอร์ ซึ่งทางนั้นต้องการเก็บเอาไว้ ทันทีที่มีการแต่งตั้งกุนซือใหม่เข้ามา
ส่วน คริสเตียน เอริกเซ่น ก็ไม่มีอะไรมาการันตีเลยสักนิด ดูแล้วน่าจะต้องการอยู่ในลอนดอนมากกว่าพาตัวเองและครอบครัว ขึ้นมาปักหลักทางเหนือ
ระหว่างที่จับต้นชนปลายในตลาดจนมั่วไปหมด มีแต่ข่าวรายวันไม่หยุดหย่อน สถานการณ์ภายในกลับยิ่งระอุ คล้ายว่าพวกสื่อต้องการจะขยี้แผลหรือเขี่ยเชื้อไฟให้โหมเข้าไปอีก
เริ่มจากคลิปจากแฟนบอลที่เปิดเผยให้เห็นบทสนทนากับ ริชาร์ด อาร์โนลด์ ซีอีโอป้ายแดง ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตอาจจงใจจัดฉาก เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงบางอย่าง รวมถึงทำความเข้าใจกับกลุ่มแฟนบอลที่ต่อต้าน
แม้ อาร์โนลด์ จะตอบคำถามหลายอย่างแบบโดนใจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับดูตรงกันข้าม บอกว่าพยายามทุกวิถีทางซื้อผู้เล่นที่เป็นเป้าหมายหลัก ก็ยังเงียบเชียบแทบไม่เห็นร่องรอยว่าจะเป็นไปได้เลย
ยกย่อง จอห์น เมอร์เทอห์ ผู้อำนวยการกีฬาว่าทำงานอย่างหนัก มาตั้งแต่ 6 โมงเช้า ลากยาวจนถึง 4 ทุ่มแทบทุกวัน มุ่งมั่นปิดดีลสำคัญให้สำเร็จ
ทว่าชั่วโมงทำงานเป็นสิบที่อยู่ออฟฟิศ มันไม่มีประโยชน์อะไรหรอก ถ้าภารกิจไม่บรรลุเป้าหมาย ความขยันเป็นเรื่องดี แต่หากขยันแล้วความสามารถไม่ถึงนี่ มันอาจจะแย่หนักกว่าเดิมเลย
คล้อยหลังไม่กี่วัน มีข่าวประเภทเบื้องลึก ว่ากันถึงต้นตอที่ทำให้ ราล์ฟ รังนิก ไม่ได้อยู่เป็นที่ปรึกษา ตามที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก ก็มาจากการเมืองภายในทีม
รังนิก รู้มาพักใหญ่แล้วว่า เทนฮาก จะมารับบทผู้จัดการทีมคนต่อไปและพยายามจะทำตามบทบาทของตนที่เหมาะสม นั่นคือส่งมอบงาน รวมทั้งถกรายละเอียดต่างๆ ที่คิดว่าจำเป็นสำหรับสโมสร
อย่างไรก็ดี เทนฮาก ไม่ยอมมาพบ ประชุมหรือคุยแบบซึ่งหน้า แต่กลับเลือกขอสนทนาทางโทรศัพท์ดีกว่า ซึ่งมันสะท้อนถึงความผิดปกติยิ่งนัก
ก่อนพวกสื่อจะเปิดโปงตามมาว่า กุนซือดัตช์ได้รับคำสั่งจากบอร์ดบริหาร ที่ต้องการบีบ รังนิก ให้ออกไปจากทีม หลังจากที่สร้างความไม่พอใจให้ ด้วยการสัมภาษณ์พูดถึงเรื่องภายในสโมสร ล้วนแต่เป็นด้านลบทั้งสิ้น
ทั้งหน้าที่ มารยาท ความเหมาะสม นั่นล้วนแต่ผิดทั้งหมด ถ้าเป็นอย่างนี้คงไม่ดีแน่ หากให้ทำหน้าที่ต่อไป
รังนิก ก็เลยทำในสิ่งที่คาดไม่ถึง ตัดสินใจรับงานกุนซือทีมชาติออสเตรีย แต่ในเบื้องต้นยังควบสองเก้าอี้ได้ สามารถเป็นที่ปรึกษาอย่างไร้ปัญหา เดือนหนึ่งทำงานแค่ 6 วัน ไม่เป็นอุปสรรคแน่นอน
หลังจากนั้นไม่นาน ก็ประกาศอำลาแบบหย่าขาดเลย ไม่รับแล้วที่ปรึกษา ด้วยเหตุผลว่าน่าจะดีสำหรับทุกฝ่าย ซึ่งฟังแล้วดูแปร่งๆ ถึงความไม่ปกติที่ซ่อนอยู่
เพราะรู้ดีแล้วว่า จากกุนซือรักษาการณ์ที่เข้ามาสร้างความตื่นเต้นเป็นความหวังใหม่ ก่อนจะกลายสภาพเป็นเพียงส่วนเกิน สะสางปัญหาไม่ได้เลย ชะตากรรมจะต้องเป็นแบบไหน อยู่ไปก็คงอึดอัดใจกันเปล่าๆ
รังนิก เข้ามาไม่กี่เดือน ยังไล่เป็นฉากๆว่า ความห่วยแตกที่เห็นกันนั้น มาจากสาเหตุอะไรบ้าง ทำให้แฟนบอลไม่น้อยรู้สึกสะใจ เพราะคิดอยู่แล้วมันต้องเป็นอย่างนี้แหล่ะ
ทว่าสำหรับบอร์ดบริหาร มันคือความเสียหน้าอย่างแรง เล่นมาลากไส้กันอย่างไม่เกรงใจ อย่างนี้คงเก็บไว้ไม่ได้หรอก
ถึงตรงนี้ เราต้องมานั่งย้อนตั้งคำถามเดิมๆว่า แมนฯยูไนเต็ดจะดีขึ้นจริงหรือเปล่า แล้วผู้บริหารใหม่จะจริงใจแค่ไหนกับการสะสางปัญหาที่สะสมมานานแรมปี
ยิ่งเมื่อหันมองสโมสรรอบข้าง ที่เดินหน้ากันอย่างต่อเนื่อง ได้ผู้เล่นใหม่ที่ต้องการ เพื่อลุ้นสร้างผลงานตามเป้าหมาย ใครที่เป็นสาวกแมนฯยูไนเต็ด ย่อมอ่อนอกอ่อนใจธรรมดา
ไม่น่าแปลกใจจะมีข่าวในลักษณะที่ว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ชักหมดความอดทน ไม่ไหวแล้วกับเรื่องซ้ำซาก เตรียมจะย้ายหนี เพราะมันโยงกันได้เลย แม้จะไม่เป็นความจริงก็ตาม
แต่สำหรับสื่อแล้ว ข่าวในทำนองนี้ เป็นที่บันเทิงสนุกสนาน สร้างกระแสเรียกยอดไลค์ ความสนใจได้มากมาย
เชื่อเถอะว่ายังมีอีกหลากหลายประเด็นที่จะโดนเค้นนำมาตีแผ่อีก หากแมนฯยูไนเต็ดยังเป็นแบบนี้ต่อไป
แล้วคำถามก็จะวนเวียนเกิดขึ้น อย่างไม่รู้จบหรอก หากไม่คิดแก้ไขกันอย่างจริงจังตั้งใจ
----------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

 

Facebook Comment