breadcrumb symbol ข่าว

[ #เอริกเซ่นดีจริงหรือ? ]

อัพเดตเมื่อ : July 05, 2022 4:00am โดย : admin

แม้ คริสเตียน เอริกเซ่น จะยังไม่ได้ย้ายมาแมนฯยูไนเต็ดอย่างเป็นทางการ แค่มีข่าวว่าตกลงกันแล้วรอเซ็นสัญญายาว 3 ปี แต่แทบทุกคนเชื่อว่าดีลนี้จะผ่านฉลุยไม่มีปัญหา
นั่นทำให้เกิดการมองข้ามช็อตไปถึงอนาคตข้างหน้า กองกลางทีมชาติเดนมาร์กจะสามารถทำผลงานได้ดีแค่ไหนกัน
แดนนี่ เมอร์ฟี่ อดีตกองกลางลิเวอร์พูล แฟนบอลยุคกลางคงจำได้แม่นยำ ซึ่งปัจจุบันหันมารับบทนักวิเคราะห์เกมและแสดงความเห็นต่างๆ ได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ด้วย
เขาไปออกรายการที่ talkSPORT ก่อนตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้องอ้อมค้อม พร้อมแจกแจงเหตุผลมาด้วย
"ผมชอบ เอริกเซ่น จริงๆนะ ผมชื่นชมเขาทั้งในแง่ความคิดสร้างสรรค์และวิธีการเล่น"
"เขาทำได้ดีหลายอย่างเลยนะ โดดเด่นลูกเซ็ตเพลย์ ใช้งานสองเท้าได้อย่างดีเยี่ยม แต่หากผมเป็นแฟนยูไนเต็ด แล้วถามว่ารู้สึกตื่นเต้นหรือเปล่า คงตอบว่า--ไม่ อีกทั้งผมคิดว่าเขาไม่ได้มาแทน บรูโน่ แฟร์นันด์สหรอก"
ขณะเดียวกันเมื่อโดนถามคิดว่า เอริกเซ่น เป็นแข้งระดับโลกหรือเปล่า เมอร์ฟี่ ย้ำหลายรอบเลยว่า "ไม่ๆๆๆ ไม่ใช่เลย"
เมอร์ฟี่ ยอมรับในคุณภาพของ เอริกเซ่น ถ้าเป็นตัวสำรองแล้วถูกส่งลงมา อาจสร้างจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจได้
แต่สิ่งที่สาวกปีศาจแดงอยากเห็น การยกระดับเกมให้มีศักยภาพยิ่งขึ้นหรือลดช่องว่างความห่างจากแมนฯซิตี้กับลิเวอร์พูลอย่างที่ตั้งความหวังเอาไว้ คงไม่ได้อย่างแน่นอน
ในขณะเดียวกัน เมอร์ฟี่ ก็ไม่เชื่อด้วยว่า เอริกเซ่น จะเหนือกว่า บรูโน่ ซึ่งเวลานี้เกิดคำถามมากมายว่า คู่นี้จะต้องแย่งตำแหน่งตัวจริงกันแน่ๆหรือหากยืนร่วมกันจะสมดุลลงตัวมากน้อยแค่ไหน
สรุปก็คือ เมอร์ฟี่ ไม่คิดว่าการมาของ เอริกเซ่น จะมีพลังพอที่จะผลักดันแมนฯยูไนเต็ดให้ก้าวไปข้างหน้า ไม่ได้มาเพื่อเป็นเสาหลักของทีมแน่นอน น่าจะคอยรับบทแบ็กอัพมากกว่า
เหมือนเตือนแฟนๆว่า อย่าได้คาดหวังอะไรนัก เอริกเซ่น ไม่ได้จะมาเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ ช่วยเติมเต็มนำไปสู่เป้าหมายหรอก
เรื่องนี้บรรดาสาวกก็เสียงแตกเช่นเดียวกัน มีบ้างที่เชื่อไปในทิศทางเดียวกับ เมอร์ฟี่ จากองค์ประกอบบางอย่างที่พอจะมีน้ำหนักมากพอ
ด้วยวัยที่ผ่าน 30 ปีมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ น่าจะเหลืออายุการใช้งานอีกไม่นานนัก ส่วนช่วงเวลาที่จะรักษาฟอร์มพีกอย่างสม่ำเสมอ ก็คงไม่เยอะอีกเช่นกันนั่นแหล่ะ
แม้ทางแพทย์ที่ดูแลอย่างใกล้ชิด จะยืนยันว่า เอริกเซ่น ซ้อมหนักได้อย่างเต็มที่ ลงเล่นครบ 90 นาทีแบบไม่มีปัญหา ความเสี่ยงอาจมีอยู่จริงแต่น้อยมากๆ ก็ยังไม่อาจสร้างความวางใจอะไรได้หรอก
นักเตะที่เคยวูบกลางสนาม จนหวิดจะเสียชีวิต มันอาจอันตรายเกินไปที่สโมสรจะดึงมาร่วมทีม ต่อให้มีเครื่องกระตุ้นหัวใจคอยช่วยก็ตาม
แล้วนี่ทางแมนฯยูไนเต็ดยินดีให้สัญญายาว 3 ปีอีก มันมากเกินไปหรือเปล่า? แถมมีข่าวว่าค่าจ้างไม่น้อยกว่า 150,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ด้วย นั่นไม่นับเงินค่าเซ็นกินเปล่า ซึ่งต้องมีอีกก้อนตามธรรมเนียม เพราะนักเตะมีสถานะเป็นฟรีเอเจ้นท์ แหล่งข่าวบางรายอ้างว่าสูงถึง 10 ล้านปอนด์
อาจจะได้มาฟรีจริงตามสถานะปัจจุบันของ เอริกเซ่น แต่ในความเป็นจริง ยังไงก็ไม่ฟรีอยู่ดีนั่นแหล่ะ
ย้อนกลับไปดูผลงานของ เอริกเซ่น ในฤดูกาลที่แล้วกับเบรนท์ฟอร์ดมาประกอบสักหน่อย
เขาย้ายมาในปลายเดือนมกราคม เซ็นสัญญาระยะสั้นแค่ 6 เดือนเท่านั้น เป็นการชิมลางก่อน โดยทาง โธมัส ฟรังก์ กุนซือทีมตราผึ้ง ยินดีหยิบยื่นโอกาสให้ เพราะเคยร่วมงานและรู้จักกันเป็นการส่วนตัวตั้งแต่ เอริกเซ่น เล่นให้ทีมเยาวชนเดนมาร์กแล้วตัว ฟรังก์ เองเป็นโค้ชอยู่
นอกจากนี้เบรนท์ฟอร์ดมีนักเตะเดนมาร์กอยู่ในทีมหลายคน น่าจะพอช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้ จึงเป็นทีมที่เหมาะจะเป็นเวทีให้ เอริกเซ่น ได้พิสูจน์อีกสักครั้ง
จริงๆ เอริกเซ่น มาร่วมซ้อมกับทีมพักใหญ่แล้ว ก่อนทำผลงานได้น่าประทับใจ นั่นจึงเป็นเหมือนประตูนำไปสู่การกลับมาสังเวียนแข้งด้วย
กว่าที่เขาจะได้ลงสนามต้องรอจนถึง 26 กุมภาพันธ์ ในเกมพรีเมียร์ลีกพบนิวคาสเซิ่ลที่บ้านตัวเอง โดยถูกส่งมาแทน มาธีอัส เยนเซ่น กองกลางเพื่อนร่วมทีมชาติเดนมาร์กในนาทีที่ 52 เรียกว่ามีเวลาพอสมควรเลย
แม้จะไม่ช่วยให้ทีมรอดพ้นจากความพ่ายแพ้ แต่ภาพรวมของ เอริกเซ่น ถือว่าน่าประทับใจมาก แทบไม่มีร่องรอยของคนที่เคยป่วยเลย ปกติดีทุกอย่าง
นัดต่อมาไปเยือนนอริช ซิตี้และเปิดบ้านดวลเบิร์นลี่ย์ เขาจึงได้เล่นเต็มเหยียด 90 นาที ก่อนจะไม่มีชื่อในเกมถัดมาที่บุกเลสเตอร์
อย่างไรก็ตาม 8 เกมสุดท้ายในลีก ซึ่งเบรนท์ฟอร์ดยังไม่การีนตีอยู่รอดปลอดภัย เอริกเซ่น ได้รับความไว้วางใจจาก ฟรังก์ ให้ลงเล่นครบ 90 นาทีทุกนัดเลยทีเดียว
เขาทำได้ 1 ประตูในเกมเจอเชลซี ต่อให้สุดท้ายพ่ายยับ 1-4 แต่มันเป็นโมเมนต์ที่ลืมไม่ลงและบ่งถึงสัญญาณเตือนที่ดีอีกด้วย
นอกจากนี้ยังทำไปถึง 4 แอสซิสต์ ซึ่งนี่คือจุดแข็งของ เอริกเซ่น เป็นต้นทุนที่สำคัญอยู่แล้ว
รวมทั้งสิ้นเล่นให้เบรนท์ฟอร์ด 11 นัด เป็นจำนวน 938 นาที ถือว่าไม่น้อยเลยและนั่นทำให้ทางสโมสรอยากรั้งตัวไว้อีก ยินดียื่นสัญญาฉบับใหม่ รวมถึงเพิ่มค่าจ้างอย่างสมเหตุสมผล
ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์อดีตต้นสังกัดก็สนใจอยากทาบทามไปร่วมงานอีก แต่ดูแล้วผู้เล่นตัวรุกเริ่มล้น กองกลางก็แน่นหนามาก เลยต้องให้ความสำคัญกับตำแหน่งอื่นที่จำเป็นมากกว่า
ในมุมมองของแฟนแมนฯยูไนเต็ดที่เห็นด้วย มั่นใจในศักยภาพของ เอริกเซ่น อย่างน้อยเพิ่มมิติความแตกต่างจากแผงมิดฟิลด์ รวมทั้งมีทางเลือกมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจาก บรูโน่ แฟร์นันด์ส
ประสบการณ์ของเขาที่ผ่านต้นสังกัดและเวทีใหญ่มาไม่น้อย รวมถึงมีเลือดนักสู้ ไม่ท้อถอยยอมแพ้ง่ายๆ คงจะช่วยประคับประคองแมนฯยูไนเต็ดได้พอสมควร
ไหนจะเป็นฟรีเอเจ้นท์อีก เท่ากับประหยัดงบก้อนโต ไว้เป็นทุนรอนเฟ้นหาผู้เล่นอื่นมาเพิ่มได้ด้วย
ที่สำคัญก็คือการเสียทั้ง เจสซี่ ลินการ์ด , ปอล ป็อกบา และ ฆวน มาต้า 3 กองกลางพร้อมกัน 3 ราย จำต้องหาคนที่เหมาะสมมาทดแทน นอกเหนือจากได้ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กลับมาจากยืมตัว
เอริกเซ่น จึงเป็นการตอบโจทย์ที่เหมาะสมแล้ว ในฝ่ายที่เห็นด้วยกับดีลนี้
สองขั้วที่มองคนละด้าน ผ่านสายตาคนละมุม นับว่าน่าสนใจอย่างมาก เอริกเซ่น จะสร้างผลงานได้ดีแค่ไหนกัน
เอริก เทนฮาก จะใช้ประโยชน์ได้เต็มที่อย่างที่หวังหรือเปล่า รวมทั้งวิธีการแบบไหนที่จะเหมาะสุด เหล่านี้ล้วนเป็นคำถามที่รอคอยคำตอบอย่างน่าติดตามจริงๆ
------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment