breadcrumb symbol ข่าว

[ #โอกาสที่เหลืออยู่ ]

อัพเดตเมื่อ : July 21, 2022 5:12am โดย : admin

การมาของ เอริก เทนฮาก ในฐานะผู้จัดการทีมคนใหม่แมนฯยูไนเต็ด ช่วยไม่ได้ที่จะทำให้ใครหลายคนเชื่อว่าสถานการณ์ของ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค จะกระเตื้องขึ้นกว่าเดิมแน่นอน
นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมเมื่อซัมเมอร์ 2020  ดอนนี่ ยังไม่ได้พิสูจน์เป็นรูปเป็นร่างอะไรเลย สร้างความผิดหวังให้แฟนๆ ที่ตั้งตารอคอยจะได้เห็นฟอร์มเหมือนสมัยเล่นให้อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มีส่วนสำคัญมากๆพาทีมทะลุถึงรอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
เขาถูกนำไปเปรียบเทียบกับอดีตมิดฟิลด์ชื่อดังทั้งหลาย ด้วยคุณสมบัติกองกลางแบบไฮบริด เล่นได้ทั้งเบอร์ 6 และ 8 รวมถึงการสอดขึ้นไปยิงประตู ซึ่งทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับจำนวนแอสซิสต์
ไม่แปลกที่บางคนจะนึกถึง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ซึ่งครบเครื่องมากๆ โดยเฉพาะเสียงชื่นชมในแง่ของความชาญฉลาด ดอนนี่ เองมีความคล้ายเลย
อย่างไรก็ตาม 2 ฤดูกาลในพรีเมียร์ลีกและการได้ร่วมงานกับกุนซือถึง 4 คน ยังไร้วี่แววจะกลับมาทำผลงานโดดเด่นเหมือนอย่างที่เคยสร้างเอาไว้
ช่วงอยู่ภายใต้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เหมือนว่าไม่ค่อยได้รับโอกาสอย่างที่ควรจะเป็น จนเกิดสงสัยกันว่า ตกลงแล้วนี่คือนักเตะที่ผู้จัดการทีมอยากได้หรือบอร์ดบริหารไปจัดการซื้อมาให้ใช้เองแน่
บางเกม ดอนนี่ ถูกส่งลงไปแล้วเล่นได้ดี แต่นัดต่อมาก็หายจ้อย กลับไปนั่งที่ประจำข้างสนามเหมือนเดิม
แต่ก็มีพอสมควรที่ไม่น่าประทับใจ จนครึ่งหลังต้องถูกถอดออก ก็ยังมีเสียงวิจารณ์ในเชิงว่าได้เวลาน้อยเกิน
มันยิ่งชัดเจนแล้วว่า ในระบบ 4-2-3-1 ซึ่งเป็นที่นิยมของ โซลชา ยึดสูตรนี้แทบตลอด ไม่มีที่ลงให้ ดอนนี่
คู่มิดฟิลด์เบอร์ 6 จับจองโดย เฟร็ด และ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ หากเป็นเกมสำคัญ เชื่อได้เลยว่าต้องเป็นคู่นี้ประสานงาน โดยไม่ต้องสนใจเสียงเตือนหรือจวกอย่างเผ็ดร้อนของบรรดาผู้สันทัดกรณีทั้งหลาย ซึ่งมองว่าสองคนนี้ไม่มีทางพาทีมประสบความสำเร็จหรอก
ส่วนเบอร์ 10 ซึ่งรับบทเพลย์เมคเกอร์ ขยับขึ้นไปสนับสนุนเกมรุก ใช้การครีเอทสร้างสรรค์เกม นำไปสู่การได้ประตู ต้องยอมรับว่า ดอนนี่ ยังสู้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ไม่ได้จริงๆ
เขาไม่อาจปรับจูนให้เข้ากับเพื่อนๆได้ดีพอ บางครั้งไม่กล้าเก็บบอลไว้ รับแปะคืนหลังหรือถ่ายออกข้าง ทั้งที่ควรพุ่งไปข้างหน้าหาประตูฝั่งตรงข้ามมากกว่า
เพราะกลัวความผิดพลาด จนส่งผลกระทบต่อจิตใจ ไม่เชื่อมั่นเหมือนเล่นให้อาแจ็กซ์ ยิ่งฉุดให้สถานการณ์ของเขาแย่ลง
หลังจาก โซลชา โดนเชือดพ้นตำแหน่งกุนซือ ไมเคิ่ล คาร์ริค เข้ามาคุมแทนแบบรักษาการณ์และประเดิมบุกไปเยือนบียาร์เรอัลในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กล้าหาญใส่ชื่อ ดอนนี่ ไว้เป็นตัวจริงอีก
แต่แล้วก็อยู่ในสนามได้แค่ 64 นาที ก็โดนเปลี่ยนออก เพื่อเปิดทางให้ บรูโน่ ทำหน้าที่แทน ก่อนแมนฯยูไนเต็ดจะมาได้ 2 ประตูสำคัญคว้าชัย 2-0 ในที่สุด
จากนั้นอีก 2 นัดในลีกเสมอเชลซีและเชือดอาร์เซน่อลอย่างระทึก ต้องกลับไปสำรองเหมือนเดิม รวมทั้งถูกส่งลงมาในนาทีที่ 89 เหมือนกันทั้งสองนัดอีกต่างหาก
เสร็จเรียบร้อย ราล์ฟ รังนิก เข้ามาคุมแทน เจิมด้วยการเบียดคริสตัล พาเลซอย่างน่าประทับใจ 1-0 สกอร์ไม่ห่าง แต่เล่นดีมีทรง ดอนนี่ ก็ได้อยู่ในสนามแค่ 5 นาทีสุดท้าย
เขาได้ลงหลายนัดก็จริง แต่เกมลีกส่วนใหญ่มีสถานะตัวสำรองถูกส่งลงมาในช่วงท้ายเกมมากกว่า อย่างนี้แทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย ไม่มีเวลามากพอสำหรับการทำผลงาน
ตลาดมกราคมมาถึง จึงโดนปล่อยให้เอฟเวอร์ตันยืมใช้งานครึ่งหลังของซีซั่น ท่ามกลางความคาดหวังว่าจะแจ้งเกิดได้สักที เมื่อคุณได้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เป็นผู้จัดการทีมคอยดูแลใกล้ชิด นับว่าน่าสนใจอย่างมาก
อย่างที่บอกหลายคนเชื่อว่า ดอนนี่ ตอนเล่นให้อาแจ็กซ์ มีสไตล์คล้าย แลมพาร์ด น่าจะได้ครูดีมีฝีมือ มาติวเข้มให้กลับเข้าลู่เข้ารอย
เกมแรกในยูนิฟอร์มทอฟฟี่สีน้ำเงินที่เจอนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ลุกมาจากข้างสนาม มีเวลาเล่นราว 30 นาที ยังปรับจูนอะไรไม่ได้มากนัก
แต่นัดสองต้อนลีดส์ ยูไนเต็ด 3-0 ดอนนี่ ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น มีบทบาทแดนกลางอย่างเห็นได้ชัด จนได้รับคำชมไม่น้อย
อย่างไรก็ดีอีก 4 นัดถัดมา เขาได้รับความไว้วางใจออกสตาร์ตทั้งสิ้น แต่ปรากฏว่าแพ้เรียบ จนเริ่มถูกสงสัยอีกแล้ว ตกลงจะไปไหวหรือเปล่า
ยังไม่ทันไร ดอนนี่ ก็ต้องโดนอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาเล่นงาน ไม่ได้สัมผัสเกมอีกเลยตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม มาโผล่อีกทีเกมสุดท้ายของซีซั่นโดนอาร์เซน่อลถล่มเละ 5-1 ได้เล่นไป 53 นาที
ผ่านผู้จัดการทีม 4 คนในรอบ 2 ปี เราแทบไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของ ดอนนี่ สักเท่าไร แม้ว่าส่วนหนึ่งจะมีปัญหาอาการบาดเจ็บคุกคามก็ตามที
ดังนั้นในความรู้สึกของใครหลายคน เทนฮาก จึงเหมือนพระผู้มาโปรด ดอนนี่ อาจจะได้ชีวิตเดิมคืนกลับมา
เขาได้เล่นเกมปรีซีซั่นทั้ง 3 นัดที่ผ่านพ้นไป 2 เกมแรกเป็นตัวสำรอง ถูกดันไปยืนเป็นเบอร์ 10 ยืนหลังพวกแนวรุก ยังดูติดขัด จับจังหวะไม่ค่อยถูกเท่าไรนัก ซึ่งน่าจะมีเวลาน้อยเกิน
พอมานัดล่าสุดเจอคริสตัล พาเลซ ถูกเปลี่ยนมาในครึ่งหลังแทน สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ได้ไปหนึ่งแอสซิสต์ ซึ่งต้องยอมรับว่าวิชั่นดีมากสำหรับเลือกจ่ายให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ยิงง่ายดาย ขึ้นนำห่าง 2-0
ผลงานดูโอเคมากขึ้น น่าจะมาจากการได้เล่นร่วมกับพวกแข้งหลักด้วยกัน เลยทำให้เข้าใจและประสานงานกันกลมกลืนกว่า ไม่ใช่รอบข้างรายล้อมไปด้วยเด็กๆเหมือน 2 เกมก่อนหน้านี้
ดอนนี่ ต้องรีบสร้างความเชื่อมั่นให้ตัวเองเร็วที่สุด เพราะมันจะมีผลต่อฟอร์มในสนามอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
นอกจากนี้แฟนบอลกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิด การได้ เทนฮาก กลับมารับบทบอส น่าจะเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันอย่างดีเยี่ยม ฉะนั้นห้ามพลาดเหมือนก่อนไม่ได้แล้ว
แต่ ดอนนี่ เพิ่งให้สัมภาษณ์ไว้ว่า หากคุณรู้จักกุนซือดัตช์ดีพอ ก็จะรู้ว่าผลงานในสนามเท่านั้นจะเป็นตัวชี้วัด ไม่มีเรื่องความสัมพันธ์หรือมิตรภาพแต่หนหลังมาเกี่ยวข้องหรอก
"หากคุณเล่นดีพอ ก็จะได้เล่นต่อไป แต่ถ้าไม่ ก็จะหลุดจากทีม" -- ดอนนี่ บอกให้รู้ว่านี่แหล่ะคือคุณสมบัติของเจ้านายอย่างแท้จริง
เอาเข้าจริงต้องยอมรับว่าโอกาสและเวลาของ ดอนนี่ เหลือไม่เยอะแล้ว หากได้รับเมื่อไร ต้องรีบฉวยไว้แล้วใช้ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่ามากที่สุด
หากเขายังล้มเหลว คราวนี้สถานการณ์จะแย่กว่าเดิมอีก เชื่อเถอะแทบทุกคนจะพูดว่าอุตส่าห์ได้ เทนฮาก มาเป็นกุนซือ ก็ยังไม่ดีขึ้นอีก อย่างนี้คงต้องหาลู่ทางใหม่กันแล้ว
ฤดูกาลหน้าคือช่วงสำคัญสุดครั้งหนึ่งในอาชีพค้าแข้งของ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค เลยจริงๆ
-----------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

 

Facebook Comment