breadcrumb symbol ข่าว

[ #ถ้าคุณเก่งพอก็แก่พอ ]

อัพเดตเมื่อ : August 12, 2022 2:14am โดย : admin

โชเซ่ มูรินโญ่ เคยเล่าไว้ว่า การนำแมนฯยูไนเต็ดจบอันดับ 2 พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2017/18 ถือเป็นงานหินสุดในอาชีพกุนซือแล้ว
ตอนนั้นหลายคนได้ยินประโยคดังกล่าว ก็รู้สึกแปลกใจ บางคนก็ขำกันไปตามเรื่อง คิดว่าเป็นข้ออ้างของ มูรินโญ่ มากกว่า
อย่างไรก็ดีกุนซือโปรตุกีสเพิ่มเติมอีกว่า ไม่มีใครรู้หรอกสภาพภายในทีมเป็นอย่างไร ปัญหามากมายถูกปกปิดเอาไว้ เหมือนคุณเอาขยะซุกไว้ใต้พรม
ด้วยเหตุนี้การฉุดปีศาจแดงเข้าป้ายรองแชมป์ลีก มันจึงเป็นภารกิจที่ยากแสนยาก ไม่ต่างจากการเข็นครกขึ้นภูเขาหรอก
นอกจากความขัดแย้งกับกลุ่มผู้บริหาร ที่แทบไม่มีความรู้เรื่องฟุตบอล แต่ลงมาเจ้ากี้เจ้าการตัดสินใจเองในหลายเรื่อง แม้กระทั่งเลือกซื้อผู้เล่นเองตามอำเภอใจแล้ว
นักเตะบางรายยังได้รับการปกป้องจากเบื้องบนอีกต่างหาก จนแทบไม่ได้เกรงกลัวหรือรับฟังคำสั่งของกุนซือและกลุ่มสต๊าฟฟ์
หลายแข้งถูกเปย์ค่าจ้างในเรตที่สูงเกินจริง กอบโกยกันเป็นล่ำเป็นสัน จนแทบหมดแพสชั่นฟุตบอล ให้ความสำคัญเรื่องนอกสนามมากกว่า
ปอล ป็อกบา ต้องการอภิสิทธิ์เกินเพื่อนร่วมทีม มักจะเรียกร้องเพื่อหลุดออกไปจากกฎ ซึ่งนักเตะทุกคนควรปฏิบัติตามอย่างพร้อมเพรียง
อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ก็เฉื่อยเกินไป ไร้มาตรฐานอย่างแท้จริง วันไหนอยากเล่นขึ้นมาก็เปรี้ยงปร้าง แต่ถ้าวันไหนไร้ใจก็เป็นอันว่าจบกัน
ส่วน มาร์คัส แรชฟอร์ด คงยากที่จะรับภาระกองหน้าตัวเป้าที่ต้องยิงประตูอย่างสม่ำเสมอ คล้ายว่าไม่สามารถรับมือกับแรงกดดันและความคาดหวังได้อย่างที่ควรจะเป็น
ในขณะที่ ลุค ชอว์ พฤติกรรมเหมือนไม่รู้จักโตเป็นผู้ใหญ่ ข้ออ้างจากความผิดพลาดแต่ละครั้งฟังไม่ขึ้น รวมทั้งเวลาอยู่ในสนามก็คิดน้อยเกินไปด้วย
ปัญหาสารพัดที่ มูรินโญ่ ต้องเผชิญหน้า มันยากที่จะแก้ไขได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้รับการสนับสนุนจากบอร์ดบริหาร
แล้วเมื่อผลงานไม่เป็นไปตามเป้า ไม่มีนักเตะคนไหนโดนปลดหรอก นอกจากผู้จัดการทีมที่ต้องรับผิดชอบอย่างไม่มีทางเลี่ยง
แม้จะผิดหวังอย่างแรง แต่เขาก็แสดงสปิริต ไม่ออกมาสาวไส้เรื่องราวภายในให้มากไปกว่านั้น ปล่อยให้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มารับไม้ต่อได้เจอเอาเองน่าจะดีกว่า
ความล้มเหลวของแมนฯยูไนเต็ดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีความพยายามจะค้นหาว่าแท้จริงแล้วเกิดจากสาเหตุใดกันแน่
หากฟังพวกอดีตแข้งแมนฯยูไนเต็ด ซึ่งผันไปรับบทกูรูพันดิตหรือผู้สันทัดกรณีวิเคราะห์เกมทางสื่อต่างๆ ส่วนใหญ่ชี้ไปที่นักเตะทั้งสิ้น
พฤติกรรมหรือนิสัยของผู้เล่นบางคน ไม่อาจแก้ไขให้ดีขึ้นไปกว่าเดิมได้ง่ายๆเลย แม้สองคนที่คิดว่าคือตัวปัญหาอย่าง ปอล ป็อกบา และ เจสซี่ ลินการ์ด จะถูกเขี่ยพ้นทีมแล้วก็ตาม
รอย คีน แสดงความเห็นในลักษณะเอือมระอากับการใช้ เฟร็ด และ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ทำงานเป็นมิดฟิลด์คู่กลาง อีกทั้งยังเสริมด้วยว่า ผู้เล่นไม่ได้วิ่งพล่านทำงานหนักกันอย่างที่ควรจะเป็น
เราต่างเข้าใจดีว่า หนึ่งในกลยุทธ์เด็ดของ เอริก เทนฮาก คือการเล่นแบบเพรสซิ่งเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นตอนบี้หนักเพื่อแย่งการครอบครองบอลกลับมาหรือว่าแก้ไขการเพรสจากฝ่ายตรงข้าม
แต่จากนัดแรกกับไบรท์ตัน เราแทบไม่ได้เห็นจุดแข็งเหล่านั้นเลย นักเตะวิ่งกันไม่ต่อเนื่องและเป็นจังหวะ เหมือนขาดการซักซ้อมทำความเข้าใจกันมา
เทียบกับนัดแรกของ ราล์ฟ รังนิก ที่เฆี่ยนคริสตัล พาเลซอย่างน่าประทับใจแล้ว ถือว่าแตกต่างกันอย่างชัดเจน
ในขณะเดียวกันหากเปรียบจากเกมปรีซีซั่น ซึ่งผู้เล่นแมนฯยูไนเต็ดดูมีแนวโน้มว่าพัฒนาไปได้สวย มันยิ่งน่าสงสัยว่าฟอร์มเหล่านั้นหายไปไหนหมด
สุดท้ายก็ต้องย้อนมาดูที่นักเตะนั่นแหล่ะ มุ่งมั่นตั้งใจแค่ไหนกันเพื่อที่จะเล่นตามแผนของผู้จัดการทีม
เข้าใจว่า เทนฮาก ต้องเลือกใช้ผู้เล่นส่วนใหญ่จากที่เป็นแกนหลักเมื่อฤดูกาลที่แล้วก่อน การเปลี่ยนแปลงปุบปับ อาจไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก รวมถึงควรให้โอกาสอย่างเหมาะสมกับกลุ่มแข้งซีเนียร์ด้วย
อย่างไรก็ตามเมื่อเห็นถึงความบกพร่องจริง ผู้เล่นบางคนไม่อาจตอบสนองได้อย่างที่ต้องการ ซึ่งเป็นในลักษณะนี้มานาน ก็ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลง มันมีเหตุผลชอบธรรมพอ
เทนฮาก มีทางเลือกไม่น้อย จากขุมกำลังผู้เล่นสายเลือดใหม่ซึ่งเติบโตมาจากอะคาเดมี่ หลายต่อหลายคนผ่านการพิสูจน์มาแล้วจากเกมปรีซีซั่น รวมทั้งเวทีระดับรอง ผลงานน่าพอใจเลยทีเดียว
แดนกลางแฟนๆต่างได้เห็นฟอร์มของ ซีดาน อิ๊กบาล กับ ชาร์ลี ซาเวจ แล้วว่าเจ๋งเกินวัยขนาดไหน ในขณะเดียวกัน เจมส์ การ์เนอร์ ก็สอบผ่านฉลุยในการเป็นแกนหลักนำน็อตติ้งแฮฒ ฟอเรสต์เลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกสำเร็จนับตั้งแต่ปี 1999
แนวรุกเอง อเลฮานโดร การ์นาโช่ ก็โชว์ให้รู้ว่าสามารถ ก้าวข้ามขีดจำกัดเรื่องอายุเช่นเดียวกัน ความกล้าหาญ บวกด้วยทักษะและพรสวรรค์ ต้องยอมรับเลยว่าน่าสนใจอย่างมาก
ล่าสุด อัลบาโร่ แฟร์นานเดซ แบ็กซ้ายวัย 19 ปี ที่เพิ่งถูกปล่อยให้เปรสตัน นอร์ธเอนด์ในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ยืมตัว ก็ทำผลงานยอดเยี่ยมด้วย 2 แอสซิสต์อีกต่างหาก
เมื่อมีของดีอยู่ในมือ แล้วหันมาพวกแข้งชุดใหญ่ที่ยากสำหรับการปลุกปั้น เทนฮาก ก็มีโอกาสที่ดีสำหรับเลือกใช้ดาวรุ่งได้เลย ซึ่งน่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจากแฟนบอลส่วนใหญ่ด้วย
อย่างกันยายนปี 1994 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จัดเด็กดาวรุ่งลงครึ่งทีมในเกมลีกคัพรอบสองเลกแรกซึ่งบุกไปเยือนพอร์ทเวล (สมัยก่อนเล่นแบบเหย้า-เยือน) เล่นเอาทุกคนเซอร์ไพรส์ยกใหญ่เมื่อเห็นไลน์อัพ
แกรี่ วอลช์ , แกรี่ เนวิลล์ , เดวิด เมย์ , รอย คีน , เดนิส เออร์วิน , คีธ กิลเลสพี , เดวิด เบ็คแฮม , นิคกี้ บัตต์ , ไบรอัน แม็คแคลร์ , พอล สโคลส์ และ ไซม่อน เดวิส
เรียกว่าดาวรุ่งจากทีมเยาวชนเกินครึ่ง เนวิลล์ , กิลเลสพี , เบ็คแฮม , บัตต์ , สโคลส์ และ เดวิส ล้วนแต่เป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่ทั้งสิ้น
ปรากฏว่าปีศาจแดงเข่นชัย 2-1 สโคลส์ เหมาเรียบคนเดียว จนชื่อตกอยู่ในโฟกัสของพวกนักข่าว
รุ่งขึ้นเดอะ เทเลกราฟพาดหัวใหญ่หน้าหลังของหนังสือพิมพ์ฉบับว่า If you're good enough, you're old enough หรือ "ถ้าคุณเก่งพอก็แก่พอ" นั่นเอง
แน่นอนว่าวัยวุฒิหรือประสบการณ์เป็นสิ่งสำคัญ แต่บางครั้งมันก็อยู่เหนือนอกกันได้ นักเตะดาวรุ่งขบวนนี้ของปีศาจแดงล้วนแต่มีคุณภาพน่าสนใจ ทำไมจะลองให้โอกาสบ้างไม่ได้ แม้จะเป็นเกมลีกไม่ใช่พวกถ้วยเล็กๆก็ตาม
ว่ากันตามตรง เทนฮาก เองก็ไม่ได้มีทางเลือกมากเท่าไรนัก ลำพังนักเตะที่ต้องการจากตลาดเที่ยวนี้ยังลุ้นหืดจับอยู่ตลอดเลย
กดปุ่มไฟเขียวให้พวกสายเลือดใหม่ได้โจนทะยานกันลงมาในสนามบ้างก็ดี บางทีอาจจะเป็นค้นพบที่ไม่ต้องไปงอนง้อพวกรุ่นใหญ่อีก
อย่างน้อยที่สุดก็ยังพอเหลือทางเลือกอยู่บ้าง ไม่ใช่ต้องฝืนจำใจใช้พวกที่ไม่ไหวจริงๆต่อไป
------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment