breadcrumb symbol ข่าว

[ #แค่คุณเปิดโลกก็เปลี่ยน ]

อัพเดตเมื่อ : September 03, 2022 2:11am โดย : admin

หลังบุกไปเชือดเลสเตอร์ ซิตี้ลงได้สำเร็จเมื่อคืนวันพฤหัสบดี แฟนแมนฯยูไนเต็ดย่อมประทับใจ แต่ในอีกด้านคงเสียดาย 2 เกมแรกของฤดูกาล
ได้เจอคู่แข่งที่ไม่ได้แข็งแกร่งมากนักทั้งไบรท์ตันและเบรนท์ฟอร์ด อย่างน้อยมันต้องไม่แพ้ ตรงกันข้ามกลับพ่ายรูด โดยเฉพาะนัดที่ 2 เจอต้อนหมดสภาพกันเลยทีเดียว
มีการปรียบเทียบว่า สองเกมดังกล่าวเหมือนโยนทิ้งฟรีๆ น่าจะเป็นการเล่นในช่วงปรีซีซั่นมากกว่า ไม่สะท้อนเลยว่าทีมมีความพร้อมเพียงพอสำหรับการต่อสู้ในฤดูกาลปกติ
ชัดเจนยิ่งกว่าเรื่องใดก็คือ สภาพจิตใจของผู้เล่นหลายคนมีปัญหา แทบไม่ได้แสดงให้เห็นความเป็นนักสู้ออกมา บางคนบอกว่านี่มันแย่กว่าตอนที่ ราล์ฟ รังนิก เป็นผู้จัดการทีมด้วยซ้ำ
คริส ซัตตัน อดีตกองหน้าแบล็คเบิร์นและทีมชาติอังกฤษ ฟันธงเปรี้ยงไม่กลัวหน้าแตก เกมนัดสามที่จะต้อนรับลิเวอร์พูล รับรองเลยว่าพรุนคาโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ให้ได้อับอายขายขี้หน้ากันอีก
"ผมมองไม่เห็นเลยว่า พวกเขาจะแก้ไขสถานการณ์กลับมาได้อย่างไร ในช่วงสั้นๆแบบนี้"
ไม่ใช่แค่ ซัตตัน คนเดียวหรอก บรรดากูรูพันดิตอีกมาก ก็มองในทิศทางเดียวกัน เจอคู่ต่อสู้สุดหินไม่พอ เทนฮาก คงหาทางกลับมาไม่เจอง่ายๆหรอก เห็นอยู่แล้วว่า นักเตะพวกนี้ไม่เอากันเลย
โดนยิงทีไร ก็ได้แต่มองหน้ากันเลิกลัก สอดสายตาหาคนรับผิดชอบกันไป บางคนภาษากายฟ้องเลยว่า สารภาพแล้วขอให้ผู้ตัดสินเป่านกหวีดจบเกมเร็วๆเถอะ จะได้จบกันไปสักที
ในขณะเดียวกัน ลิซานโดร มาร์ตีเนซ ซึ่งโดนวิจารณ์ไว้อย่างหนักในเรื่องรูปร่าง ด้วยความสูงเพียงแค่ 175 เซ็นติเมตร ดูแล้วรับมือกับฟุตบอลอังกฤษลำบากแน่ๆ โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอลูกกลางอากาศ
นัดเจอไบรท์ตัน ยังไม่หนักใจเท่า พอจะเอาตัวรอดได้ในระดับหนึ่ง แม้ทีมจะแพ้ก็ตาม
แต่เมือมาเยือนเบรนท์ฟอร์ด ต้องมาเจอการรับน้องของจริง ไม่ใช่แค่ลูกโด่งอย่างเดียวที่ทำเป๋ไปเป๋มา แต่ยังโดนความใหญ่ของแนวรุกเจ้าบ้านเล่นงานจนเสียเหลี่ยมหมด ไม่หลงเหลือยอดกองหลังแห่งเอเรดิวิซี่ลีกเลย
เทนฮาก ไม่มีทางเลือกอื่น เข้าใจแหล่ะว่า แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เองก็แย่ด้วย ไม่อาจคุมแผงหลังได้เลย อีกทั้งไม่โชว์ความเป็นผู้นำคอยปลุกกระตุ้น ทั้งที่เห็นอยู่ว่าเพื่อนร่วมทีมใหม่ต้องการความช่วยเหลือ
แต่คงหวั่นว่า มาร์ตีเนซ อาจหมดความมั่นใจมากกว่านี้ แล้วจะหาทางกลับมายาก ดังนั้นดึงออกมาพักก่อนดีกว่า อย่างน้อยได้เรียนรู้ฟุตบอลอังกฤษ นำเป็นบทเรียนไปปรับใช้นัดหน้า
ขณะเดียวกันเขากำลังจะกลายเป็นนักเตะผู้ล้มเหลว เจอเสียงวิจารณ์อย่างหนัก ไหนไม่เห็นสมราคาฉายา The Butcher ขาโหดเลย รวมถึงเตือนอีกว่าอย่าเอาไปเปรียบกับ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ คนละคลาสกันเลย
เพียงแค่เกมเดียว มาร์ตีเนซ ถูกพิพากษาเรียบร้อย เข้าใจว่าโลกปัจจุบันมันเป็นอย่างนี้แหล่ะ โดยเฉพาะเมื่อทุกคนมีพื้นที่จากแพลตฟอร์มต่างๆของโซเชี่ยลในมือ สามารถแสดงความเห็นได้อย่างสบาย
อย่างที่บอกนั่นไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก ใครก็คิดว่าแมนฯยูไนเต็ดน่าจะฟุบยาว อาการอย่างนี้ฟื้นในเร็ววันยาก ต้องใช้เวลาเยียวยากันพอสมควรเลย
นั่นคือเหตุผลหลายคนเซอร์ไพรส์ เมื่อเห็นฟอร์มอันร้อนแรงในเกมแดงเดือด ซึ่งแทบไม่ทิ้งคราบไคลจาก 2 นัดแรก เรียกว่าต่างกันลิบลับ
ปากกาเซียนที่ทำท่าจะแม่นยำแหลม โดนหักกันราบคาบ กูรูสารพัดหลากหลายสำนัก แทบหาไม่ได้ที่ทำนายไว้ก่อน แมนฯยูไนเต็ดจะชนะเกมนี้
ตัวแปรสำคัญที่พอจะชี้วัดได้ก็คือ ผู้เล่นทุกคนบากบั่นทำงานอย่างหนัก คิดจากระยะวิ่งและจังหวะสปรินท์ที่เหนือแข้งหงส์แดง นี่น่าจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่ใช้ตัดสิน
แค่นักเตะเปิดใจ เปลี่ยนทัศนคติ จากที่เล่นกันสบายชิลๆ เกี่ยงกันไปมา มองหน้าหาคนผิด กลายเป็นมารวมพลัง ช่วยกันวิ่งเพรสซิ่งเต็มที่ สมาธิผูกกับเกมตลอดเวลา ปลุกเร้าให้กำลังใจเพื่อน
มันฟังเหมือนง่าย แต่สำหรับแมนฯยูไนเต็ด ซึ่งเป็นปัญหาฝังรากลึกมานาน การจะเปลี่ยนแบบปุบปับคือเรื่องยากเหลือเกิน
จากแดงเดือดที่สวยงาม ต่อด้วยการบุกล้มเซาธ์แฮมป์ตัน ซึ่งไม่ง่ายเลยใครไปเยือนเซนต์ แมร์รี่ส์จะกลับออกมาพร้อมชัยชนะ
กระทั่งล่าสุดยกพลยัดเยียดความปราชัยให้เลสเตอร์อีก ตอกย้ำอย่างใสสะอาด ด้วยฟอร์มการเล่นที่ดีกว่าคู่แข่ง แม้จะไม่ได้ข่มแบบข้างเดียว แต่ได้ตามเป้าหมายคือ 3 คะแนน
สำคัญที่สุดคือ เก็บคลีนชีตได้ทั้งสองนัดในเกมเยือน ซึ่งไม่เกิดขึ้นกับแมนฯยูไนเต็ดมานานมากแล้วในยุคหลัง
นับตั้งแต่ศึกแดงเดือดเป็นต้นมา รูปแบบการเล่นแมนฯยูไนเต็ดเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนด้านบวกในหลายๆเรื่อง
แน่นอนการมาของผู้เล่นใหม่ ช่วยยกระดับได้อย่างดีเยี่ยม แม้อาจใช้เวลาปรับตัวจูนเครื่องกันบ้าง แต่ก็แค่ช่วงสั้นๆ
มาร์ตีเนซ โชว์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งดุดัน ปราศจากความกลัวในเกมแดงเดือด ไทริลล์ มาลาเซีย ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ขันเกมนอตแนวรับให้แน่นหนา เกมรุกก็เดินหน้าอย่างมั่นคง
รูปร่างอาจจะดูเสียเปรียบ แต่สิ่งที่ใหญ่กว่าตัวก็คือหัวใจนี่แหล่ะ นักเตะคาแรคเตอร์เช่นนี้ แมนฯยูไนเต็ดต้องการมานาน แต่ตามหาไม่เคยเจอสักที
เช่นเดียวกับ มาร์ตีเนซ เผยให้เห็นสไตล์เล่นเป็นกิตติศัพท์ สำหรับ เอริกเซ่น งานดีตามมาตรฐานอยู่แล้ว ไม่เป็นที่กังขาอะไรเลย
นอกจากนี้ กาเซมีโร่ ก็ยังไม่ได้ลงเล่นแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย รวมถึง อันโตนี่ ซึ่งมีบุคลิกประเภทสู้ตายคล้ายๆกัน พวกเขาน่าจะมีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนโฉมหน้าทีม
ประเด็นคือการมาของคนใหม่ สามารถปลุกเร้าให้คนเก่าฮึกเหิมตามด้วย บรรยากาศจึงดีเยี่ยมอย่างมาก
ต้องให้เครดิต เอริก เทนฮาก มากกว่าใคร เพราะใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่วัน พลิกแมนฯยูไนเต็ดให้เปลี่ยนอย่างน่าเหลือเชื่อ ท่ามกลางข่าวที่ว่ายอมทุ่มเททุกอย่าง รับบทลงโทษด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้ลูกทีมชดใช้กรรมกันฝ่ายเดียว
อีกทั้งกลุ่มผู้เล่นใหม่ ล้วนแต่ไว้เนื้อเชื่อใจเจ้านายอยู่แล้ว เทนฮาก เป็นคนจิ้มมาเอง การทำงานจึงเข้าใจกันอย่างไร้ปัญหา
เจมี่ คาร์ราเกอร์ ซึ่งปกติมักโจมตีแมนฯยูไนเต็ดอย่างเผ็ดร้อน ยังอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชื่นชม
"แมนฯยูไนเต็ดเหมาะสมกับการแย่งท็อปโฟร์อย่างแท้จริง พวกเขากลับมาได้รวดเร็วลบคำสบประมาทจาก 2 นัดแรกได้น่าทึ่ง"
คำชื่นชมเหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจ แต่อย่าไปยึดติดนานมาก ไม่งั้นอาจเป็นอันตรายได้
จากนี้ต้องมุ่งตามแนวทางตัวเองเท่านั้น รวมทั้งให้ความเชื่อมั่นกับ เอริก เทนฮาก ในแบบต่างฝ่ายต่างสนับสนุนกัน
สำคัญที่สุดคืออย่าทำให้แฟนบอลต้องดีใจเก้อกันอีก พวกเขาบอบช้ำมาเยอะแล้ว
-------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment