breadcrumb symbol ข่าว

[ #เหตุผลที่ก็องโต้โดนปฏิเสธ ]

อัพเดตเมื่อ : September 27, 2022 2:24am โดย : admin

เอริก คันโตน่า เพิ่งให้สัมภาษณ์ยาวกับดิ แอธเลติก เปิดเผยถึงข้อมูลที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน รวมทั้งแสดงความเห็นด้วยมุมมองที่ชวนคิดตาม
อย่างที่รู้กัน คันโตน่า คือตำนานของแมนฯไนเต็ด เป็นผู้บุกเบิกความยิ่งใหญ่ตั้งแต่ต้นทศวรรษ 90 เปรียบเสมือนขุนพลคู่ใจของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ร่วมฝ่าฟันกันมาหลายปี
เฟอร์กี้ ยอมรับเลยว่า หากไม่ได้ซื้อ ก็องโต้ มาเสริมทัพในช่วงพฤศจิกายนปี 1992 ไม่อาจคาดเดาอนาคตของตัวเองได้เหมือนกันจะเป็นอย่างไร
ในขณะเดียวกันดาวเตะฝรั่งเศสก็ผูกพันและรักแมนฯยูไนเต็ดไม่แปรเปลี่ยนเลย ยังคงติดตามผลงานอยู่เสมอ แน่นอนว่าช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมาย่อมผิดหวัง โดยเฉพาะเมื่อไม่มี เฟอร์กี้ นั่งเก้าอี้กุนซือเหมือนเดิม
น่าสนใจกว่านั้นก็คือ คันโตน่า เล่าว่าเมื่อปลายปีก่อนได้เสนอตัวเข้ามาช่วยงาน เอ็ด วู้ดเวิร์ดส์ ซีอีโอคนที่แล้ว แต่ถูกปฏิเสธไป
แม้อยู่วงนอก แต่เขาก็มองทะลุปรุโปร่งว่า ฝ่ายบริหารของแมนฯยูไนเต็ด ไม่มีความรู้เรื่องฟุตบอลเท่าที่ควร ดังนั้นจำเป็นต้องการคนมาช่วยเหลือ
วู้ดเวิร์ดส์ มีความสามารถก็จริง แต่นั่นหมายถึงเรื่องของการตลาด หาเงินจากสปอนเซอร์ได้มากมาย พอเวลาใช้เงินซื้อผู้เล่นกลับล้มเหลว รวมถึงทุ่มค่าจ้างให้นักเตะโอเวอร์อีกต่างหาก
"แมนฯยูไนเต็ดควรมีประธานทั้งด้านการตลาดและฟุตบอล ผมก็ยื่นข้อเสนอไปว่าจะนั่งประธานฟุตบอลเอง"
"ผมได้เจอ เอ็ด วู้ดเวิร์ดส์ หลายครั้งเลยนะ แต่เขากลับไม่ยอมรับข้อเสนอที่ว่า ผมคิดว่าเราควรมีคนที่ถนัดงานฟุตบอลจริงๆ และต้องมาจากสโมสรด้วย"
"แต่พวกเขาไม่ต้องการประธานฟุตบอล ไม่ต้องการผม จริงๆผมเดินทางไปที่นั่นเพื่อให้โอกาสพวกเขา แต่พวกเขาไม่คิดอย่างนั้น"
คันโตน่า เรียกตำแหน่งที่เสนอตัวไปว่า "President of Football" แปลตรงตัวก็คือประธานด้านฟุตบอลนั่นแหล่ะ แต่ในความหมายคงไม่แตกต่างจากผู้อำนวยการฟุตบอลเท่าไรนัก
เรื่องนี้เขาไม่ได้คิดเองเออเอง แล้วเดินไปคุยกับ วู้ดเวิร์ดส์ ก่อนเลย แต่มันผ่านการปรึกษา เฟอร์กี้ มาเรียบร้อยแล้ว อย่างน้อยก็ต้องคุยกับปูชนียบุคคลที่มีอิทธิพลกับสโมสร ไม่ว่าอย่างไรนี่คือคนที่มีบารมีเหลือล้นจริงๆ
เฟอร์กูสัน เองก็คล้อยตามด้วย จากนั้นก็เดินเรื่องต่อทันที แนะนำไปยัง วู้ดเวิร์ดส์ ดังนั้นสองคนนี้จึงได้เจอกันบ่อย
คันโตน่า ยอมรับว่าพยายามอย่างเต็มที่แล้ว ส่วนหนึ่งจะได้ไม่รู้สึกผิดบาปด้วย ช่วงที่ทีมย่ำแย่ ผลงานไม่เป็นไปอย่างที่คาดไว้ เขาควรจะลุกขึ้นมาช่วย เหมือนที่เคยทำมาแล้วในอดีต
นอกจากนี้แฟนบอลจะไม่ต้องกังขา ตั้งข้อสงสัยว่าทำไมยามที่ทีมเกิดสถานการณ์เช่นนี้ อดีตฮีโร่ของพวกเขาจะไม่กลับมาดูหน่อยหรือ
สิ่งที่ คันโตน่า เปิดเผยนั้นต้องยอมรับว่าน่าสนใจมาก มันทำให้เรานึกย้อนไปยังรูปและข้อความที่เขาโพสต์ไว้ทางอินสตาแกรม คล้ายเป็นปริศนาจะกลับมาสโมสรอีกครั้ง จนเรียกเสียงฮือฮาได้พอสมควร
สำหรับแฟนบอลผีรุ่นใหญ่และค่อยมารุ่นกลาง ต่างผูกพันกับ คันโตน่าทั้งสิ้น แทบทุกคนยกให้เป็นไอดอล เพราะการมาของแข้งรายนี้ ช่วยเปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง
ไม่มีการอธิบายไว้ว่า สาเหตุใดกันแน่ทำให้ วู้ดเวิร์ดส์ เมินข้อเสนอของ คันโตน่า ทั้งที่อุตส่าห์อาสามาช่วยเอง
แต่ถ้าจะให้คาดเดา น่าจะมาจากสโมสรได้แต่งตั้ง จอห์น เมอร์เท่อห์ มาเป็นผู้อำนวยการกีฬาตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมปีที่แล้ว รวมถึงยังพ่วงตำแหน่งผู้อำนวยการเทคนิคให้กับทาง ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ อีกต่างหาก
ถ้าแต่งตั้ง คันโตน่า มาเสริมอีกคน อาจเป็นการทับซ้อนกัน เช่นเดียวกับแนวทางการทำงานเป็นไปได้สูงว่าจะมีโอกาสขัดแย้ง
ดังนั้นเข้าใจไม่ยากเลยว่า วู้ดเวิร์ดส์ จึงเลือกที่จะบอกปัด อย่างน้อยที่สุดทั้ง เมอร์เท่อห์ และ เฟล็ทเชอร์ ก็น่าจะคุยกันง่ายกว่า ซึ่งหมายถึงการคอนโทรลให้อยู่ในกรอบด้วย
เมอร์เท่อห์ อัพเลเวลมาจากหัวหน้าฝ่ายพัฒนานักเตะ ให้ความรู้สึกว่ารู้จักผู้เล่นแมนฯยูไนเต็ดดี คงพอมีความรู้เรื่องฟุตบอลและตาม เดวิด มอยส์ มาทำงานตั้งแต่ปี 2013 แล้ว เรียกว่าอยู่กับสโมสรเกือบ 10 ปี
ส่วน เฟล็ทเชอร์ เป็นอดีตนักเตะเติบโตมาจากอะคาเดมี่ มีภาพลักษณ์ความซื่อสัตย์ภักดี รวมถึงขยันขันแข็งเป็นผึ้งงานที่ยินดีจะอยู่ฉากหลังความสำเร็จ
อย่างไรก็ตามในมุมของแฟนแมนฯยูไนเต็ด ต้องการผู้อำนวยการคนแรกในประวัติศาสตร์สโมสรที่บิ๊กเนมมากกว่านี้ เพราะก่อนหน้าตกเป็นข่าวโยงกับไดเร็กเตอร์ชั้นนำของวงการหลายต่อหลายคน แต่กลับมาลงเอยที่คนข้างใน
เท่าที่ผ่านมาเราต่างเห็นความล้มเหลวในการเจรจาซื้อขายผู้เล่นที่มี วู้ดเวิร์ดส์ เป็นตัวหลักดำเนินการ มันยิ่งสะท้อนว่าขาดความรู้เรื่องฟุตบอลจริงๆ
ไม่ว่า หลุยส์ ฟานกัล หรือ โชเซ่ มูรินโญ่ สองอดีตกุนซือ ต่างออกมาบ่นเรื่องนี้ทั้งสิ้น ไม่ได้รับการตอบสนองเรื่องซื้อผู้เล่นที่น่าพอใจ ต่างจากที่เคยตกลงกันไว้ก่อนเซ็นมาคุมทีม
เชื่อกันว่าบางดีล มาจากการตัดสินใจของซีอีโอเอ็ดเองเลย ไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากคนเป็นผู้จัดการทีม ซึ่งน่าจะสำคัญกว่าใครทั้งหมด
ในขณะเดียวกันถ้ามีทั้ง เมอร์เท่อห์ และ เฟล็ทเชอร์ เป็นสองผู้อำนวยการอยู่แล้ว คันโตน่า จึงอาจไม่จำเป็นในสายตาของ วู้ดเวิร์ดส์
แล้วก็อย่างที่บอกไว้นั่นเลย คุณไม่เอาคาดเดาได้ว่า คันโตน่า ซึ่งเป็นพวกอินดี้ มีอารมณ์ศิลปินอยู่ภายใน จะสร้างเรื่องขึ้นมาเมื่อไร
ลำพังสมัยเป็นนักเตะก็เคยก่อวีรกรรมกังฟูคิกใส่แฟนบอลคริสตัล พาเลซ จนเป็นที่เกรียวกราวมาแล้ว พูดง่ายๆก็คือยากที่จะควบคุม
แม้จะไม่ค่อยมีความรู้เรื่องฟุตบอล แต่สำหรับ วู้ดเวิร์ดส์ น่าจะรู้ว่าไม่ควรดึง คันโตน่า มาช่วยงานเด็ดขาด มันหมายถึงอำนาจของตนอาจถูกลิดรอนอีกด้วย
จนทุกวันนี้ วู้ดเวิร์ดส์ ลงจากเก้าอี้ซีอีโอไปแล้ว ริชาร์ด อาร์โนลด์ ขึ้นมาทำหน้าที่บอสใหญ่ฝ่ายบริหารแทน ในสายตาแฟนแมนฯยูไนเต็ดก็ยังไม่ไว้เนื้อเชื่อใจอยู่ดี
แม้ในตลาดซื้อขายผู้เล่นที่ผ่านมา ภาพรวมจะน่าพอใจมาก ปิดดีลสำคัญได้ รวมถึงปล่อยให้ เอริก เทนฮาก เป็นคนเลือกสรรผู้เล่นเอาเอง แต่ก็ต้องระวังไว้ อาจหลอกให้ตายใจ เหมือนที่เคยเจอมาบ่อยๆ
น่าสนใจจริงๆว่า หากทุกวันนี้มี คันโตน่า มาเป็นเฮดช่วยดูแลเรื่องนักเตะ สถานการณ์ของแมนฯยูไนเต็ดจะเป็นอย่างไรบ้าง
แต่ที่แน่นอนก็คือ สีสันบรรยากาศคงน่าดึงดูดเร้าใจมากกว่านี้
-----------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment