breadcrumb symbol ข่าว

[ #ไม่มีอะไรเป็นใจเลย ]

อัพเดตเมื่อ : October 23, 2022 4:01am โดย : admin

ก่อนบุกมาซิตี้ กราวด์ของน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ สภาพจิตใจของผู้เล่นลิเวอร์พูลแข็งแกร่งขึ้นตามลำดับ
ชัยชนะ 3 เกมหลังสุด นับตั้งแต่ยกพลถล่มกลาสโกว์ เรนเจอร์ส 7-1 ตามด้วยเข่นแมนฯซิตี้อย่างสะใจ 1-0 ก่อนจะเชือดเวสต์แฮม ยูไนเต็ดในแอนฟิลด์ แบบเอาตัวรอดได้อย่างสมราคา
ดังนั้นเดอะ ค็อปต่างคาดกันว่า การมาเยือนเจ้าป่า ไม่น่าจะต้องลำบากอะไรนัก สามคะแนนอุ่นๆในกระเป๋า แล้วเดินหน้าไล่ล่ากันต่อไป
หากเอาชนะได้สำเร็จ นอกจากปลุกขวัญและกำลังใจให้ดีเยี่ยมกว่าเดิมแล้ว ยังขยับขึ้นไปอันดับ 5 ชั่วคราวอีกต่างหาก เข้าใกล้พื้นที่สีเขียวอันหมายถึงท็อปโฟร์เต็มที
อย่างไรก็ดีสิ่งที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กลัวมากและไม่อยากเจอเลย แต่หนีไม่พ้นนั่นคือ ปัญหาอาการบาดเจ็บผู้เล่น
กุนซือเฮฟวี่เมทัลเพิ่งเผชิญข่าวร้ายไม่นาน สองแกนนำแนวรุกอย่าง หลุยส์ ดิอาซ จะพลาดช่วยทีมจนกระทั่งฟุตบอลโลก 2022 ปิดฉาก แล้วยังมาเจอ ดีโอโก้ โชต้า ต้องปิดเทอมนาน 2 เดือนเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ คล็อปป์ ต้องเสียผู้เล่นแนวรับไปพร้อมๆกัน สองเซ็นเตอร์แบ็กทั้ง โจเอล มาติป กับ อิบราฮิม่า โกนาเต้ ก็ขึ้นเตียงพยาบาลในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ร่างกายไม่อาจฟิตสมบูรณ์ได้แบบเต็มที่ พร้อมลงเล่นเกมหนักๆ
ซ้ำร้ายผลพวงจากเกมเจอเวสต์แฮม ที่ต้องเพรสซิ่งกันตลอดทำให้ ดาร์วิน นูนเยซ กับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ขึ้นลิสต์บาดเจ็บอีก
นูนเญซ น่าเป็นห่วงที่แฮมสตริงหรือกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ตอนพักครึ่งเกมกับขุนค้อน ต้องให้เจ้าหน้าที่กายภาพมานวดเฟ้น เพื่อผ่อนคลายอาการตึง
ในขณะที่ ติอาโก้ ถูกถอดออกตั้งแต่นาทีที่ 57 คล็อปป์ ไม่อยากเสี่ยงมากเกิน เข้าใจดีว่าลูกทีมรายนี้ เปราะบางพอสมควร ดึงออกมาพักก่อนย่อมเป็นทางออกดีที่สุด
ต่อให้เห็นไลน์อัพกันเรียบร้อย แฟนหงส์แดงก็ยังมั่นใจอยู่ดี การขาดผู้เล่นคนสำคัญต้องส่งผลกระทบอยู่แล้ว แต่ยังคาดหวังไว้สูงกับ 3 คะแนนเต็มกลับลิเวอร์พูล
กระนั้นการต้องมาเยือนทีมท้ายตาราง ซึ่งอยู่ในสถานการณ์ต้องดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อหนีให้พ้นจากโซนอันตราย คุณต้องพร้อมและดีพอจริงสำหรับเป็นผู้ชนะ อย่าคิดปิดจ็อบลงง่ายๆเด็ดขาด
ลิเวอร์พูลครองบอลได้เยอะอย่างที่คาดหมายกันไว้แหล่ะ สร้างโอกาสได้พอสมควรเช่นกัน แต่ไม่ดุดันเด็ดขาดพอจะเปลี่ยนเป็นประตูได้
ฟอเรสต์เองก็มีตอบโต้ นักเตะหลายคนเล่นด้วยความมั่นใจ สมาธิไม่วอกแวกพร้อมรับมือรองแชมป์เก่าอย่างเต็มที่
สตีฟ คูเปอร์ ที่ได้รับความไว้วางใจจากบอร์ดบริหารให้นั่งเก้าอี้ผู้จัดการทีม คลำหาทีมที่ลงตัวอยู่ มีแนวโน้มกระเตื้องขึ้น 3 นัดล่าสุดแพ้แค่เกมเดียว แม้จะไม่ชนะเลย ก็ถือเป็นสัญญาณเตือนที่โอเค
อย่างน้อย คูเปอร์ มีคุณงามความดีพาทีมเลื่อนสู่พรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1999 อีกทั้งการเปลี่ยนขุมกำลังแบบยกกะบิ มันยากมากที่จะปรับจูนให้ลงตัวในช่วงเวลาสั้นๆ
เกมนี้เจ้าป่าจึงเล่นด้วยความมั่นใจมากยิ่งขึ้น กระทั่งลูกซ้ำดาบสองของ ไตโว อโวนิยี่ ส่งบอลกระทบตาข่าย กลายเป็นว่าพลิกนำ 1-0
แนวรับอันหละหลวมของลิเวอร์พูล มันเหมือนนักมวยคางเปราะที่พอโดนแล้วมีอาการนั่นเอง โจ โกเมซ ไม่นิ่งพอสำหรับการรับมือ จนพลาดท่าอย่างไม่สมควร
จะโยนความผิดให้ โกเมซ คนเดียวคงไม่แฟร์นัก มันต้องรับผิดชอบร่วมกัน แต่สำหรับลิเวอร์พูลที่ควรมีมาตรฐาน เพราะคือทีมระดับท็อป ไม่ควรก่อความผิดพลาดในลักษณะนี้บ่อยๆ พลาดน่ะมันเลี่ยงไม่ได้ แต่ต้องให้น้อยที่สุด
เจ็บปวดไม่น้อยกว่ากันคือ อโวนิยี่ คือเด็กเก่า เคยอยู่กับลิเวอร์พูลมาก่อน แต่ไม่ได้ลงเล่นเลยสักนัด โดนปล่อยยืมตลอด จนมาทำแสบนี่แหล่ะ
แล้วในวันที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำอะไรก็ไม่ถนัดนัก จังหวะมันขาดๆเกินๆนิดหน่อย บวกด้วยผลงานการเซฟของ ดีน เฮนเดอร์สัน นายด่านตัวยืม ซึ่งช่วงหลังเหนียวหนึบยิ่งขึ้น ไม่พรุนเหมือนอย่างเคย
ลิเวอร์พูลพยายามสปีดเกมให้เร็วเข้าไปอีก เพื่อทวงคืนให้ทัน แต่เร่งเท่าไร ก็มักจะพลาดมากเข้าไปอีก จังหวะไม่ปะติดปะต่อเท่าไร จึงต้องกลับบ้านมือเปล่า
คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์หลังเกม บ่นเรื่องแท็คติกของเจ้าบ้าน แพ็กรับจนแน่น ถอยลงไปลึกมากๆ มันยากสำหรับพวกเขา เพราะการเล่นในลักษณะดังกล่าว เหมือนไม่ได้เตรียมรับมือมา จึงไม่ได้ซ้อมหรือทำความเข้าใจกันเท่าที่ควร
เคอร์ติส โจนส์ ซึ่งเพิ่งสลัดอาการบาดเจ็บ หลังใช้เวลาเยียวยาอยู่พักใหญ่ ไม่ได้ถูกวางตัวจะต้องออกสตาร์ต แผนมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
คล็อปป์ ยืนยันว่าลูกทีมฟิตพอถึงกล้าส่งลงไปโม่แข้ง แต่ดูยังประดักประเดิดไม่คุ้นเคยระบบในแผงมิดฟิลด์ ซึ่งมายุคนี้แตกต่างจากฤดูกาลก่อน อย่างที่บอก ติอาโก้ มีปัญหาทั้งติดเชื้อและไม่ค่อยสมบูรณ์
ส่วน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน อย่างที่ทุกคนเห็นกันว่า โรยราลงมากจากการกรำศึกมาอย่างต่อเนื่อง แทบไม่ได้พักเลย จนแทบจะบอบช้ำไปหมดแล้ว แข้งขาอ่อนล้ามากๆ
ผลพวงจากการต้องลงเล่นเต็มแม็กครบทุกเกมของหงส์แดงตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว กลายเป็นเอฟเฟคต์ที่ลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน คนไม่ใช่เครื่องจักรจะได้ทนทานต่อการใช้งานแบบสมบุกสมบัน ยังไงก็มีข้อจำกัด
ตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา คล็อปป์ คงอยากจะเสริมทัพให้แข็งแกร่งกว่านี้ แต่การต้องจ่าย ดาร์วิน นูนเญซ ด้วยค่าตัวเหยียบ 100 ล้านยูโร ทำให้เป็นอุปสรรคในการจับจ่าย
ตัวเขาเองก็ยอมรับว่าเงินใช้สำหรับชอปปิ้งมีน้อยกว่าอีกหลายทีม อาจจะต้องการสื่อให้เห็นว่า หากจะต่อกรได้แบบระยะยาว น่าจะลำบากมากขึ้นตามลำดับ
ถ้าบอร์ดบริหารลิเวอร์พูลให้การสนับสนุนเรื่องงบมากกว่าที่เป็นอยู่ คงไม่ต้องไปยืม อาร์ตู เมโล่ มาจากยูเวนตุสในวันสุดท้ายก่อนเส้นตายซื้อขายจะมาถึงหรอก
เคส อาร์ตู เข้าใจได้ไม่ยากหรอกว่า เป็นการป้องกันไว้ก่อน เผื่อเหลือเผื่อขาด เพราะแผงมิดฟิลด์กำลังมีปัญหา ไม่ใช่ดึงมาเพื่อระยะยาวเลย
เคราะห์ซ้ำกรรมซัด กองกลางบราซิเลี่ยนบาดเจ็บหนักต้องพักยาว 3-4 เดือนอีก แทนที่จะมาแบ่งเบาภาระ กลายมาเป็นภาระอย่างไม่สมควรเลย โชคร้ายมาเยือนต่อเนื่อง
อุตส่าห์รีดฟอร์มกันสุดพลังมีเท่าไรใส่ให้หมดจนสยบแมนฯซิตี้สำเร็จ มันน่าจะเป็นการกระตุ้นให้ลิเวอร์พูลกลับสู่เส้นทางที่เหมาะสมของตัวเอง นั่นคือไล่บี้เพื่อแชมป์ลีก
แต่เมื่อมาสะดุดพ่ายทีมท้ายตารางอย่างฟอเรสต์ แทบจะเข่าทรุดกันเลย ทำมาเหนื่อยกันหนักหนาสาหัส ก่อนต้องมาเจออย่างนี้
เหมือนต้องถอยกลับมานับกันใหม่อีกรอบ แทนที่จะก้าวไปข้างหน้าต่อ
ช่างเป็นช่วงเวลาที่น่าอึดอัดของ คล็อปป์ และเดอะ ค็อปเลยจริงๆ
------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

 

Facebook Comment