breadcrumb symbol ข่าว

[ #นี่คือวิถีมืออาชีพ ]

อัพเดตเมื่อ : November 16, 2022 2:12am โดย : admin

ในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นผู้จัดการทีมแมนฯยูไนเต็ด โดยเฉพาะช่วงที่ผลงานเปรี้ยงปร้างพีกสุดขีด มีนักเตะมากมายหลายคนอยากย้ายมาร่วมทีมด้วย
เฟอร์กี้ ถึงมั่นใจว่า หากลองต่อสายตรงหาผู้เล่นคนไหนแล้ว แทบจะร้อยทั้งร้อยต้องเนื้อเต้น ปรารถนาจะเซ็นสัญญาให้ได้
หากคุณเป็นนักเตะคนนั้น ย่อมต้องรู้สึกภาคภูมิใจอย่างมาก ทีมอย่างแมนฯยูไนเต็ดหรือผู้จัดการทีมอย่าง เฟอร์กูสัน ให้ความสนใจ วาดฝันไว้ได้เลยว่าต้องมีโอกาสได้มาสวมยูนิฟอร์มแน่ๆ
ด้วยเหตุที่แมนฯยูไนเต็ด เปรียบเสมือนสถาบันที่ให้รู้สึกว่า เต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และเข้มขลัง เฟอร์กี้ เลยใช้จุดนี้ดึงดูดแข้งที่ต้องการคว้าตัวมาได้มากมาย ใครก็อยากจะประสบความสำเร็จทั้งนั้น มาเล่นที่นี่การันตีได้เลย
อย่างไรก็ดีพอหมดยุคป๋าแล้ว สถานการณ์เกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่มีผู้จัดการทีมคนไหนรักษาสถานะดังกล่าวได้ มาแล้วก็จากไปอย่างเจ็บปวดมีบาดแผลทั้งสิ้น
แต่บารมีที่สั่งสมสร้างเอาไว้ ยังช่วยให้แมนฯยูไนเต็ดยังคงเป็นที่ต้องการของผู้เล่นอีกหลายคน
ไม่ใช่เรื่องแปลกจะมีนักเตะชั้นนำมากมาย ตบเท้าย้ายมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ สัมผัสบรรยากาศอย่างที่ตั้งใจไว้
แม้สุดท้ายแล้วจะไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน มีเหรียญรางวัลอันทรงคุณค่าคล้องคอ แต่อย่างน้อยการที่ได้ย้ายมาเล่นในสโมสร ซึ่งคุณชื่นชอบโปรดปรานเป็นการส่วนตัว ถือว่าสานฝันให้เป็นจริงแล้ว
บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ น่าจะอยู่ในเคสนี้แหล่ะ คือแข้งที่มุ่งมั่นย้ายมาเล่นกับแมนฯยูไนเต็ด ด้วยธงที่ตั้งเอาไว้นั่นคือแสวงหาความท้าทายใหม่ ซึมซับพรีเมียร์ลีกซึ่งขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งเข้มข้น ก่อนจะรีไทร์ในอีกไม่นาน
เขาปักหลักกับบาเยิร์นมาตั้งแต่ปี 1998 ในระดับทีมเยาวชน กระทั่งไต่มาเรื่อยๆ อยู่โยงยาวนาน 18 ปีด้วยกัน มันนานมากๆและถึงเวลาเหมาะสมจะเดินออกมา
สาวกแมนฯยูไนเต็ดแทบไม่มีใครคิดหรอกว่า กัปตันทีมชาติเยอรมันในเวลานั้น จะโยกมาร่วมทัพช่วงซัมเมอร์ปี 2015 เพราะพิจารณาแล้ว แทบไม่มีทางเป็นไปได้เลย ทีมอยู่ในช่วงขาลง ไม่มีบารมี เฟอร์กูสัน เป็นตัวเร่งอีก
อย่างไรก็ตาม หลุยส์ ฟานกัล คือผู้อยู่เบื้องหลังสำคัญ บทบาทกุนซือบาเยิร์น มิวนิคในอดีต อีกทั้งเป็นคนที่เจียระไนให้ ชไวนี่ เป็นเพชรเม็ดงาม ช่วยเกลี้ยกล่อมไม่ยาก เมื่อบวกนักเตะก็ต้องการแล้ว มันเลยได้บทสรุปอย่างรวดเร็ว
ชไวนี่ มาสวมเสื้อแมนฯยูไนเต็ดตอนอายุ 31 ปี ถือว่าเยอะพอสมควรเลย อีกทั้งน่าจะผ่านจุดสูงสุดของอาชีพค้าแข้งมาแล้วเช่นกัน แต่ก็ยังช่วยปลุกกระแส แฟนผีมากมายต่างตื่นเต้น ได้เห็นผู้เล่นระดับเวิลด์คลาสร่วมทีม
อย่างไรก็ดี ชไวนี่ มีปัญหาเรื่องสภาพร่างกาย ไม่ได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง กระทั่ง ฟานกัล โดนปลดเมื่อซัมเมอร์ 2016 ทีนี้เลยเหมือนขาดเสาหลักให้ยึดเหนี่ยวอย่างแท้จริง เจ้านายคู่บุญไปก่อนซะแล้ว
นั่นยังไม่ร้ายเท่าผู้จัดการทีมคนใหม่คือ โชเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งดูเหมือนไม่ชอบ ชไวนี่ เท่าไรนัก ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ก็ไม่ควรถึงขั้นส่งไปซ้อมกับทีมสำรองหรือชุดยู-23 เลย
กุนซือโปรตุกีสอ้างว่า ชไวนี่ มีอาการเจ็บที่หัวเข่าต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู แล้วในวันที่ 1 สิงหาคม 2016 ซึ่งเป็นครบรอบวันเกิด 32 ปีของเขา ก็โดนเจ้านายห้ามไม่ให้เข้าห้องแต่งตัวทีมชุดใหญ่อีกต่างหาก จนอยากจะเดินไปเคาะประตูห้อง ถามหาเหตุผล
เมื่อนึกย้อนกลับไปทีไร ก็ต้องรู้สึกเจ็บแปลบใจเหลือเกิน เขาเองก็เคยพูดถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นเช่นกัน
"มันแปลกมากในวันเกิดของผม ตอนแรกตั้งใจไปห้องแต่งตัวเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วมีคนมาบอกว่าผมถูกห้ามเข้า ให้ไปใช้ในทีมยู-23 แทน"
"ผมรู้สึกเจ็บปวด ไม่มีใครแจ้งเรื่องนี้กับผมโดยตรง หรือมีคำอธิบายที่ทำให้เกิดความกระจ่างได้"
"ก่อนหน้าเกิดเรื่องผมได้รับบาดเจ็บอีก 2 ครั้งด้วยกัน โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในซีซั่นก่อนที่ผมจะเข้ารับการรักษากับทีมแพทย์ที่ยูไนเต็ด"
"แล้วพอกลับมาซ้อมก็เดี้ยงอีกแล้ว ดังนั้นผมก็เลยขอ หลุยส์ ฟาน กัล จะกลับไปรักษาที่เยอรมัน เพราะเรามีเกมยูโร 2016 รออยู่แล้ว ซึ่งก็ไม่น่าผิดอะไรนัก มันเป็นสิ่งที่พอรับได้"
"เมื่อทำอย่างนั้นแล้ว มันยอดเยี่ยมมาก ผมกลับมาฟิตเช่นเคย จนช่วยชาติในศึกยูโร ผมจึงตั้งใจมากว่าจะรับใช้สโมสรในยุค มูรินโญ่"
"ผมมั่นใจมากว่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะเคยมีสองครั้งที่เขาอยากได้ผม ทั้งตอนคุมอินเตอร์ มิลานและเรอัล มาดริด"
นี่คือคำชี้แจงของ ชไวนี่ ไม่รู้เพราะอะไรกันแน่ มูรินโญ่ ถึงอคติอย่างมาก ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องอาการเจ็บอย่างที่อ้าง เพราะนักเตะย่อมรู้ดี
ก่อนหน้านั้น เขาเคยต้องลดตัวลงไปกรอกน้ำหรือทำหน้าที่อื่นๆเหมือนนักเตะชุดสำรองทั่วไปอีกด้วย ทั้งที่นี่คือตำนานทีมชาติเยอรมัน
เลยเถิดถึงขั้นอยากซ้อมกับทีมชุดใหญ่ จนต้องเอาหมวกไหมพรมกับผ้าปิดหน้าพรางตัวไว้ ซึ่งได้ผลเลย รุย ฟาเรีย ผู้ช่วยเวลานั้นคิดว่าเขาคือ ฟิล โจนส์ ที่เพิ่งหายเจ็บกลับมา
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะได้ยินนักเตะทีมชาติเยอรมันชุดนั้นหรือผู้เกี่ยวข้อง ออกมาตำหนิการกระทำของ มูรินโญ่ ว่าไม่ค่อยให้เกียรติ ชไวนี่ สักเท่าไรนัก
อย่างไรก็ดีตัวนักเตะไม่เคยออกมาตีโพยตีพาย สวนกลับเอาคืนด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ตัวเองไปเรื่อยๆ
เขาถูกเขี่ยออกมาในปี 2017 และยังเหมือนเดิม ไม่เคยกล่าวโทษโกรธใครหรือสัมภาษณ์เล่นงานแมนฯยูไนเต็ดเลยสักนิดเดียว ทั้งที่เก็บข้าวของเดินออกมาอย่างเจ็บปวด
ตรงกันข้าม ชไวนี่ เอาใจช่วยแมนฯยูไนเต็ดเสมอมา ยามมีแมตช์ลงเล่นมักไม่พลาดชมเกมทางหน้าจอทีวีเป็นประจำ พร้อมทั้งโพสต์ผ่านโซเชี่ยล เชียร์ในฐานะแฟนบอลคนหนึ่ง
นี่คือสิ่งที่สร้างความประทับใจให้สาวกปีศาจแดงตลอดมา แม้เขาจะมาเล่นแค่ช่วงสั้นๆ ไม่ได้บทบาทโดดเด่นอย่างที่หวัง แต่ไม่เคยมีใครผิดหวังเลย
มันสะท้อนความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง รวมถึงการปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมา มักได้รับผลตอบแทนที่ดีเสมอ
ทุกวันนี้แฟนบอลแมนฯยูไนเต็ด ยังไปคอมเมนต์หรือแสดงความเห็นทางโซเชี่ยลของ ชไวนี่ บ่อยๆ ทั้งที่เวลาผ่านมาเนิ่นนาน น่าจะลืมเลือนไปจากความทรงจำ
นักเตะที่มาอย่างยิ่งใหญ่ จากไปแบบเงียบๆ แต่แฟนบอลยังนึกถึงไม่เปลี่ยน
บางทีอาจจะรักมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ
----------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment