breadcrumb symbol ข่าว

หยิบมาเล่า

[ #มีเงินไม่พอต้องใช้เป็นด้วย ]

ในขณะที่การขับเคี่ยวหัวตารางพรีเมียร์ลีก เต็มไปด้วยความเข้มข้น พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกจองโดยพวกขาประจำหรือบิ๊กซิกซ์ แต่ยังมีตัวสอดแทรกอย่างนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ค่อยๆย่องเข้ามาอย่างเงียบเชียบ เกาะท็อปโฟร์เรียบร้อยและมีแนวโน้มว่าจะยืนหยัดระยะยาวได้อีกต่างหาก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการเข้าเทคโอเวอร์ของกลุ่มทุนซาอุดิอาระเบีย นำโดย Public Investment Fund จากริยาด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญ ช่วยให้สาลิกากลับมาบินสูงอย่างน่าทึ่ง ทูน อาร์มี่ต่างต้องทรมานมายาวนาน 14 ปี จากการที่สโมสรอยู่ภายใต้การดูแลของ ไมค์ แอชลี่ย์ นักธุรกิจด้านกีฬา ซึ่งเข้ามาฮุบกิจการ พร้อมภาพฝันอันสวยหรู ดูดีมากในช่วงแรก ก่อนธาตุแท้จะมาถูกเปิดโปง แม้จะเป็นมีใจรักเกมลูกหนังจริงๆ แต่สุดท้ายเรื่องผลประโยชน์ก็ต้องมาก่อน บริหารทีมอย่างกระท่อนกระแท่น ดิ้นรนหนีตกชั้นแทบทุกปี เรื่องความสำเร็จไม่ต้องพูดถึง เหมือนห่างไกลมากๆ แฟนบอลนิวคาสเซิ่ลเอง ใช่ว่าจะวางใจกลุ่มทุนใหม่เท่าไรนัก แต่ก็ยังคิดเสมอว่ายังไงก็ยังดีกว่าอยู่กับ แอชลี่ย์ ซึ่งไม่เห็นแสงสว่างความหวังเลย มันยิ่งกว่าริบหรี่ด้วยซ้ำ กระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีม เอ็ดดี้ ฮาว เข้ามากุมบังเหียนแทน สตีฟ บรู๊ซ ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ก็ยังคงเริ่มต้นได้อย่างกระท่อนกระแท่น ควานหาชัยชนะแทบไม่เจอ 7 เกมแรกของ ฮาว ชนะนัดเดียวเท่านั้นเอง แถมพ่ายแพ้ไปถึง 4 นัด ทูน อาร์มี่เลยเชื่อว่า ยังไม่น่าจะเป็นคนที่ใช่ อย่างไรก็ดีด้วยเงินทุนที่หนาขึ้น มีงบประมาณก้อนใหญ่สำหรับใช้จ่ายซื้อผู้เล่น พอตลาดมกราคมเปิดทำการ ก็รีบเดินหน้าทันที เพื่อจัดการกับภารกิจหนีตายให้ลุล่วง พวกเขาซื้อ คีแรน ทริปเปียร์ , คริส วู้ด , บรูโน่ กิมาไรส์ และ แดน เบิร์น รวมกันแล้วเป็นมูลค่าเกือบ 100 ล้านปอนด์ อีกทั้งยืม แม็ตต์ ทาร์เก็ต มาจากแอสตัน วิลล่า แก้ปัญหาแบ็กทั้งสองข้าง ครึ่งหลังของฤดูกาล แตกต่างจากครึ่งแรกอย่างสิ้นเชิง 8 นัดสุดท้ายในพรีเมียร์ลีก พวกเขาชนะไปถึง 6 ด้วยกัน ลืมเรื่องต้องกระเสือกกระสนหนีตายได้เลย การจบอันดับ 11 ของตาราง สร้างความปลาบปลื้มให้แฟนๆอย่างมาก หากวัดผลงานแค่ครึ่งหลังซีซั่นอย่างเดียว นิวคาสเซิ่ลติดท็อปโฟร์เลยทีเดียว มันจึงเป็นเหมือนสัญญาณเตือนที่ดีสำหรับฤดูกาลใหม่ด้วย ทูน อาร์มี่ต่างถูมือรอด้วยความตื่นเต้น อีกทั้งนิวคาสเซิ่ลถูกจับตาอย่างมากว่า จะใช้เงินอย่างบ้าคลั่งขนาดไหนกันในตลาดซัมเมอร์ เพราะพวกเขามีเจ้าของสโมสรรวยสุดในโลก อย่างไรก็ตามเดอะ แม็กพายส์ไม่ได้จ่ายแบบไร้เหตุผล พวกเขาซื้อตามความเหมาะสม ผ่านการกลั่นกรองจาก เอ็ดดี้ ฮาว และ แดน แอชเวิร์ธ ผู้อำนวยการกีฬา ซึ่งเป็นหนึ่งในคนสำคัญที่วางรากฐานให้ไบรท์ตัน จนแข็งแกร่งอย่างทุกวันนี้ ซื้อขาด แม็ตต์ ทาร์เก็ต กระชาก นิค โพ๊พ มาเฝ้าเสา แก้ปัญหาผู้รักษาประตูที่ไม่ค่อยแน่นอนนัก ยกระดับให้ดีขึ้น รวมถึงปาดหน้างาบ สเวน บ็อตมัน ได้สำเร็จ มันคือการขันนอตแนวรับ แดนหน้าจัดหนัก อเล็กซานเดอร์ อิซัค จากเรอัล โซเซียดาดมาด้วยมูลค่า 63 ล้านปอนด์ เพราะลำพังจะพึ่งพา คัลลั่ม วิลสัน ที่บาดเจ็บบ่อยเกินและ คริส วู้ด ที่ยังดูเงอะงะ จับทางไม่ค่อยถูกคงไม่ได้แน่ เมื่อบวกกับพวกตัวรุกที่มีอยู่อย่าง อแล็ง แซ็งต์ มักซิแมง , มิเกล อัลเมรอน และ โชเอลินตัน ซึ่งถอยลงมายืนมิดฟิลด์ น่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพไม่น้อยเลยทีเดียว นิวคาสเซิ่ลเริ่มต้นซีซั่นไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวังเท่าไรนัก หนักไปทางเสมอเยอะเกินไป แต่พอแท็คติกของ ฮาว ซึ่งเล่นระบบ 4-3-3 ได้รับการตอบสนองจากผู้เล่นและเหล่าแข้งใหม่ปรับจังหวะได้ 8 นัดหลังสุดในลีก จึงยังไม่แพ้ใครเลยและไล่ล่าคว้าชัยมาได้ถึง 5 เกมด้วยกัน จึงขึ้นไปอยู่หัวตารางอย่างน่าภูมิใจนั่นเอง แม้ อิซัค ยังคงต้องรักษาอาการบาดเจ็บ มักซิแมง ฟอร์มเริ่มดร็อปลง ไม่ค่อยวูบวาบหวือหวาอย่างเมื่อก่อน แต่เมื่อ อัลเมรอน พีกขึ้นมา รวมทั้ง วิลสัน ยึดมาตรฐานได้เหมือนที่เคยทำ นั่นจึงไม่ใช่ปัญหาเลย กิมาไรส์ ดันตัวเองขึ้นมาเป็นคีย์แมนในแดนกลาง โชว์ให้เห็นบทบาททั้งเกมรุกและรับอันสมดุล โดยเฉพาะเวลาแดนหน้าตื้อๆ เจาะลำบากเขาจะสอดขึ้นมาทำประตูได้เสมอ คีแรน ทริปเปียร์ รองกัปตันทีม เป็นอีกรายที่สร้างอิมแพ็กได้มาก การเล่นบอลด้วยมันสมองผสานกับการใช้พลังและวิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำที่มีอยู่ ถือเป็นการยกระดับนิวคาสเซิ่ลแท้จริง แน่นอนว่าต้องยกเครดิตให้กับ ฮาว ซึ่งค่อยๆโมดิฟายปะผุ จนสาลิกาแข็งแกร่งตามลำดับ นั่นต้องรวมถึงการดึงทีมงานของเขามาจากบอร์นมัธ สามารถช่วยได้เยอะเลยทีเดียว ทั้ง เจสัน ทินเดลล์ ผู้ช่วยกุนซือ , สเตเฟ่น เพิร์ชส์ และ ไซม่อน วีเธอร์สโตน ทำหน้าที่ทีมสต๊าฟฟ์ ยังมี แกรม โจนส์ อีกรายที่รู้จักสโมสรดี ค่อยผนึกอีกแรง คนเบื้องหลังเหล่านี้ ล้วนมีบทบาททั้งสิ้น นอกจากนี้ แดน แอชเวิร์ธ ก็ยังเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญด้วย เขามีความสามารถในเรื่องวิเคราะห์ผู้เล่นและมีคอนเน็กชั่นในวงการ เป็นที่ยอมรับอย่างมาก การสนับสนุนจากบอร์ดบริหาร อะแมนด้า สเตฟลี่ย์ ซึ่งออกหน้ามากกว่าใคร ก็น่าจะเป็นปัจจัยหลักเช่นเดียวกัน งบประมาณถูกลำเลียงมาเสริมอย่างต่อเนื่อง แต่เป็นไปในกรอบความเหมาะสม ไม่ถึงขั้นบ้าเลือดอย่างที่คิด เรียกว่าซื้อเป็น ไม่ใช่จ่ายแบบไม่ผ่านการกลั่นกรอง ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกที่ พวกเขาจะฝันถึงการได้ไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในซีซั่นหน้า หากว่าทำอันดับติด 1 ใน 4 สิ่งที่ต้องจับตาอีกก็คือ การเสริมกำลังพลในตลาดซื้อขายหน้าหนาว หากได้แข้งคุณภาพ มาเติมเต็มในจุดที่ขาดอีก รับรองเลยว่านิวคาสเซิ่ลจะทวีความน่าเกรงขามอย่างไม่ต้องสงสัย แล้วถ้าได้ไปลุยยูซีแอลจริง เชื่อกันว่าจะมีพาวเวอร์มากพอสำหรับคว้าพวกดาวดัง ที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะเอื้อมถึงมาก่อน ไม่ต้องสงสัยว่าเงินทำให้นิวคาสเซิ่ลมาถึงจุดนี้ แต่มันก็ต้องใช้ให้เป็นอย่างที่บอก ถูกต้องเหมาะสม ไม่อย่างนั้นก็เหมือนเอาแบงค์มาฉีกทิ้งเล่นนั่นแหล่ะ นี่เป็นทีมที่จะสร้างแรงกระเพื่อมและเซอร์ไพรส์ในฤดูกาลนี้เลย -------------- เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

[ #ในวันที่พายุโหมกระหน่ำ ]

ต้องยอมรับว่านี่คือช่วงเวลาที่ยากลำบากของ ดาบิด เด เคอา เลยทีเดียว เป็นที่ยืนยันแล้วว่า เขาจะหมดสิทธิ์มีส่วนร่วมกับทีมชาติสเปนในฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ ซึ่งจะเริ่มโม่แข้งกันในปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ หลังจาก หลุยส์ เอ็นรีเก้ ประกาศรายชื่อผู้เล่นล็อตแรก 55 คนออกมาเรียบร้อย ยังไม่มีชื่อของ เด เคอา อยู่ในสารบบ มันยิ่งตอกย้ำเลยว่า ถูกมองข้ามอย่างไม่ต้องอุทธรณ์เลย ผู้รักษาประตูชุดนี้มีถึง 5 คนด้วยกันคือ 3 เจ้าประจำ อูไน ซิมอน , ดาบิด รายา และ โรเบิร์ต ซานเชซ บวกด้วย เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ที่กลับมาแจ้งเกิดกับเชลซี อีกคนเป็น ดาบิด โซเรีย ของเกตาเฟ่ รายหลังนี่ไม่เคยผ่านการติดธงมาก่อนเลยด้วยซ้ำ ไม่กี่ปีที่แล้วยังเป็นแค่นายด่านสำรองของเซบีย่า กระทั่งย้ายมาเกตาเฟ่แล้วโชว์ฟอร์มดีต่อเนื่อง เลยได้รับเลือก แม้จะเป็นแค่แบ็กอัพก็ตาม ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เอ็นรีเก้ ไม่อยากดึง เด เคอา มาเป็นเพียงแค่พวกสแตนบายด์ ให้เสียเครดิตหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆคนส่วนใหญ่มองว่าไม่อยู่ในสายตาอยู่ดี อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องยอมรับก็คือ นายใหญ่ทีมชาติสเปนจัดการแจกแจงเหตุผลไปแล้ว ไม่ใช่จู่ๆหั่นชื่อทิ้งตามอำเภอใจ แบบเหม็นขี้หน้าก็เปล่า เวลาที่ส่ง เด เคอา ลงเฝ้าเสาแล้วรู้สึกจิตใจไม่สงบมากพอ เหมือนกระวนกระวาย น่าจะมาจากความกลัวว่าจะก่อเหตุผิดพลาดขึ้นมา แต่หากเป็นคนอื่น กลับไม่เป็นอย่างนั้นเลย ฟังแล้วอาจจะแปลกๆ แต่มันพอบอกได้ว่าปัญหาซ้ำซากเดิมๆ นั่นคือการเปิดบอลด้วยเท้า ยังคงตามหลอกหลอนต่อไป เอาเป็นว่า เด เคอา ไม่เป็นที่ยอมรับของ เอ็นรีเก้ และฟุตบอลโลกซึ่งคาดว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้สัมผัส ก็หายวับไปกับตาทันที ไม่ต้องลุ้นอีกแล้ว สำหรับผู้รักษาประตูที่ได้รับการยกย่องว่าเหนียวหนึบคนหนึ่งของพรีเมียร์ลีก เคยติดทีมยอดเยี่ยมมาถึง 5 ครั้ง ได้รางวัลยอดนักเตะของแมนฯยูไนเต็ดอีก 4 ปี มันจึงเป็นเรื่องน่าเสียดาย หากวัดจากดีกรีความสำเร็จ แม้จะพอทำใจมาบ้างแล้ว เพราะช่วงหลังชื่อก็หลุดตลอด แต่พอต้องมารับรู้จากเหตุการณ์จริง มันก็คงกล้ำกลืนอยู่เหมือนกัน ถ้าเขาเกิดเป็นคนชาติอื่น คงไม่ใช่ปัญหาหรอก กุนซือส่วนใหญ่น่าจะอ้าแขนต้อนรับกันทั้งนั้นแหล่ะ อย่างไรก็ดีหากมองย้อนมายัง เอริก เทนฮาก เจ้านายในสโมสรปัจจุบัน ก็เกิดคำถามเหมือนกันว่า เด เคอา เป็นที่ถูกใจมากน้อยแค่ไหน เรื่องสถานะมือ 1 ไม่ได้สั่นคลอนอะไรหรอก ยังคงได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ ยืนตระหง่านระหว่างสองเสาเสมอ แม้กระทั่งเจอทีมต่ำชั้นกว่าก็ยังประทับตราจอง แต่ไม่ได้หมายความว่า เขาจะตรงสเป็กของ เทนฮาก ซะเลยทีเดียว เพียงแต่การเปลี่ยนแปลงขุมกำลัง เอาแบบที่พอใจ มันไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในแค่ตลาดซื้อขายรอบเดียว ตำแหน่งนายด่านสุดท้าย ยังไม่ถึงขั้นจำต้องเปลี่ยนแปลงเลยทันทีทันใด ของที่มีอยู่พอใช้งานได้ในระดับหนึ่ง เลยต้องปล่อยไปก่อน ไปดึงแค่มือ 2 อย่าง มาร์ติน ดูบราฟก้า มาเป็นแบ็กอัพ เพราะเสีย ดีน เฮนเดอร์สัน ไปให้กับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์แล้ว หากเราสังเกตตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่นที่มาเยือนเมืองไทย เกมกับลิเวอร์พูลมีจังหวะ เทนฮาก ออกมาตะโกนสั่งในลักษณะโวยวาย เด เคอา เรื่องเปิดบอลยาวแบบไร้จุดหมาย ไม่มีความแม่นยำ ขณะเดียวกันเราจะเห็นว่า เด เคอา เปลี่ยนวิธีเล่น ออกมายืนนอกกรอบหรือริมกรอบเขตโทษมากขึ้น แล้วใช้เท้าคอนโทรลบอลจ่ายไปมา ให้ความสำคัญเรื่องการครอบครอง หากไม่อยู่ในสถานการณ์จวนตัวหรือมีช็อตเด็ดที่เห็นว่าเล่นสวนกลับ แล้วทำให้ทีมได้เปรียบ สร้างโอกาสในการทำประตูได้ จะต้องจ่ายสั้นๆให้เพื่อนร่วมทีมเซ็ตกันขึ้นไปเท่านั้น หนึ่งในจุดด้อยของ เด เคอา คือการเปิดบอลด้วยเท้านี่แหล่ะ พวกโกลรุ่นหลังต่างก็ถูกฝึกมากันทั้งสิ้น มันจึงมีข้อเปรียบเทียบชัดเจนเลย นั่นจึงทำให้จนถึงตอนนี้ สัญญาฉบับใหม่ของเขาไม่คืบหน้าสักที แม้ฉบับปัจจุบันจะหมดอายุในปี 2023 หรืออีกราว 8 เดือนเท่านั้นเอง ในเงื่อนไขมีเคสอ็อปชั่นอีก 1 ปีด้วย แต่เป็นทางสโมสรตัดสินใจใช้เอง แบบมีผลอัตโนมัติ นักเตะไม่มีโอกาสเลือก ประเด็นอยู่ที่แมนฯยูไนเต็ดก็ยังไม่ยอมงัดอ็อปชั่นที่ว่ามาใช้เลย สิทธิ์ขาดน่าจะอยู่ที่ เทนฮาก ซึ่งขอพิจารณาให้ถี่ถ้วน คาดว่าหลังจบฟุตบอลโลกคงจะได้บทสรุป ลอรี่ วิทเวลล์ นักข่าวหัวกะทิจากค่ายดิ แอธเลติก ให้ข้อมูลไว้ว่า เทนฮาก อาจใช้อ็อปชั่นไปก่อน ส่วนเรื่องขยายสัญญาคงชั่งใจว่าจะเอาอย่างไรดี อีกด้านก็ให้ความสนใจ อูไน ซิมอน นายด่านแอธเลติก บิลเบา ซึ่งเป็นคู่แข่งแย่งมือ 1 ทีมชาติสเปนกับ เด เคอา นั่นแหล่ะ แล้วยังมี ดีโอโก้ คอสต้า ที่ฟอร์มเซฟกำลังเข้าตาจากเอฟซี ปอร์โต้ อยู่ในลิสต์ เทนฮาก ด้วยอีกราย แฟนผีพอได้ยินข่าวนี้ ถึงกับเอามือทาบอก หากไปดึง ซิมอน มาจริงๆล่ะก็ คงเข้าข่ายทำลายความรู้สึกของ เด เคอา หนักเลย ช่วงชิงในทีมชาติไม่พอ ยังตามมารังควานถึงสโมสรด้วย จะขยี้กันไปถึงไหนกัน ประเมินจากสถานการณ์ในปัจจุบัน พอจะบอกได้เลยว่า อนาคตของ เด เคอา เต็มไปด้วยความอึมครึม มันช่างคลุมเครือจนยากสำหรับทำนายว่า สุดท้ายจะออกหน้าไหน จากนี้คงไม่มีอะไรดีกว่า ตั้งใจทำผลงานให้ดีสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แสดงถึงความกระตือรือร้นมากขึ้น รวมถึงเร่งแก้ไขจุดอ่อนของตัวเองด้วย เวลายังพอมีอยู่บ้างสำหรับการพิสูจน์เพื่อชนะใจเจ้านาย ส่วนเรื่องสัญญาใหม่ จำต้องลดค่าจ้างลงมา จากฟันนิ่มๆวีกละ 375,000 ปอนด์ แบบโอเวอร์เกินจริงมาหลายปี ก็ควรลดลงมาพอสมควร ตามข่าวระบุว่า เด เคอา ยินดีไม่มีปัญหา อยากอยู่นี่ต่อไป ถึงบอกไว้ตั้งแต่บรรทัดแรกว่า เขากำลังโดนมรสุมชีวิตถาโถมเล่นงาน ทั้งทีมชาติและสโมสร ตอนนี้ลืมเรื่องการหลุดจากทัพกระทิงดุไปได้เลย มุ่งสมาธิมาที่การทำงานให้เวิร์คสุดกับแมนฯยูไนเต็ดเท่านั้น ห้ามวอกแวกอีกเด็ดขาด มันอาจจะเป็นช่วงโอกาสสุดท้ายแล้วก็ได้ แม้จะเห็นใจ เด เคอา แต่ในอีกด้านต้องชื่นชมการทำงานของ เทนฮาก ไม่ได้แสดงให้เห็นเลยว่า กลัวเสียนักเตะฟรี ลนลานรีบต่อสัญญาให้ค่าจ้างแพงเกินจริง จนทำเอาโครงสร้างเละเทะ ในสถานการณ์ที่นักเตะควรกุมความได้เปรียบ เพราะสัญญาใกล้หมด ย่อมต่อรองได้สบาย มันกลับไม่เป็นอย่างนั้นแล้ว วันนี้ไม่ใช่อีกต่อไปและ เด เคอา จะต้องต่อสู้เพื่อผ่านปัญหาให้ได้ ถ้าไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ก็ถึงเวลาต้องแยกย้ายเลย ------------ เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

[ #อย่าปล่อยให้น้องตามทัน ]

อเลฮานโดร การ์นาโช่ ผ่านด่านทดสอบอย่างน่าประทับใจ หลังได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในทีมชุดใหญ่ของแมนฯยูไนเต็ดเป็นครั้งแรก ก่อนเกมยูฟ่า ยูโรปาลีกกับเชริฟฟ์จะเริ่มขึ้น แฟนๆส่วนใหญ่ไม่คาดคิดว่า เอริก เทนฮาก จะตัดสินใจส่งดาวรุ่งที่ไร้ประสบการณ์ลงโม่ แม้คู่แข่งจะมีคุณภาพที่แตกต่างกันมากและสถานการณ์ก็ไม่ได้ตึงเครียดอะไร เท่าที่ผ่านมา เราพอจะสังเกตได้ว่า เทนฮาก เน้นความรัดกุมแน่นอน รวมทั้งต้องการให้นักเตะตัวหลักๆ เล่นด้วยกันให้มากที่สุด ทีมเวิร์คได้แข็งแกร่ง มีความคุ้นเคยกัน ซึ่งถือเป็นการสร้างพื้นฐานที่สำคัญ แต่การโผล่พรวดมาของ การ์นาโช่ นับว่าน่าสนใจเหลือเกิน เพราะเขาเป็นผู้เล่นยังบลัดเพียงคนเดียว สามารถสอดแทรกอยู่ในไลน์อัพ เพราะที่เหลือล้วนเป็นตัวจริงตามที่คาดไว้ทั้งสิ้น ทั้งที่ก่อนประกาศรายชื่อเกมนี้อย่างเป็นทางการ มีกระแสข่าวโหมแรงมากในทวิตเตอร์ว่า ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ซึ่งเพิ่งสลัดอาการบาดเจ็บจะได้สตาร์ต แน่นอนพอเห็น 11 คนแรก แฟนแมนฯยูไนเต็ดต่างตื่นเต้น อยากดูฟอร์มไอ้หนูวัย 18 ปีแบบจริงจังสักที ได้ยินว่าร้อนแรงมาต่อเนื่องจากทีมชุดเล็ก โดดเด่นทั้งความเร็ว ปราดเปรียวและสกิล การ์นาโช่ จึงไม่ทำให้ผิดหวัง การโจมตีทางฝั่งซ้ายอันตรายได้น้ำได้เนื้อ แม้จะขาดชั่วโมงบินบนเวทีใหญ่ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ตื่นกลัว จนต้องเกร็งจัดถึงขั้นเสียขบวนเลย เขามีเวลาอยู่ในสนาม 80 นาที เทนฮาก เปิดโอกาสให้อย่างเต็มที่ ในเมื่อเด็กมันมีของ ก็ต้องให้ปล่อยของ อย่าจับไปดองให้เปล่าประโยชน์ ว่ากันตามตรงการที่ การ์นาโช่ เอาชนะใจเจ้านายผู้รอบคอบ ลงลึกรายละเอียดทุกกระเบียดนิ้วอย่างนี้ ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาเลยแหล่ะ อย่างน้อยที่สุดผลงานตอนซ้อมต้องน่าประทับใจ ดีวันดีคืนสม่ำเสมอ สิ่งที่ การ์นาโช่ โชว์ให้ประจักษ์ ไม่ใช่แค่ลีลาอันหวือหวาอย่างเดียวหรอก น่าสนใจยิ่งกว่าก็คือ จิตใจกล้าหาญเกินวัย ปราศจากความเกรงกลัว เล่นเป็นธรรมชาติของตัวเอง พร้อมลากลุยฉีกแนวรับผู้มาเยือน เจอพวกตัวเก๋าข่มใส่ ทั้งหวดทั้งเตะ มีงัดลูกตุกติกเอามือฟาดหน้า เขากลับไม่ได้แสดงอาการโกรธหรือกระฟัดกระเฟียดไม่พอใจ อย่างน้อยคุมอารมณ์ได้ดีเยี่ยม พุ่งสมาธิไปที่เกมอย่างเดียว อีกทั้งยังยินดีจะทำเช่นเดิม ใครอยากเตะเข้ามาเลย พร้อมประกาศศึก แล้วมาดูกันว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ลิโอเนล สกาโลนี่ กุนซือทีมชาติอาร์เจนตินา เรียกแก๊งดาวรุ่งมีอนาคตหลายคนมาเข้าแคมป์ ร่วมฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ เพื่อเป็นการปูพื้นฐาน สร้างเสริมประสบการณ์ให้แกร่งไว้ การ์นาโช่ คือหนึ่งในนั้น พร้อมทั้งมีข่าวว่า รุ่นใหญ่อย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ผู้ทรงอิทธิพลในทีม ยังรู้สึกชื่นชอบไอ้หนูคนนี้ เห็นฉายแววแล้ว อดไม่ได้ต้องเอ่ยปากชม ความจริงที่ต้องรู้คือเขาไม่ใช่ผลผลิตจากอะคาเดมี่ของแมนฯยูไนเต็ดหรอก เกิดที่มาดริด เมืองหลวงสเปน แต่บรรพบุรุษฝั่งแม่เป็นอาร์เจนตินา จึงเปิดโอกาสให้เลือกเอาเลยว่า อยากติดธงของทีมชาติอะไร เขาเติบโตมาจากการปลุกปั้นของแอตเลติโก้ มาดริดในระดับเยาวชน ผลงานอันน่าตื่นตา ดึงดูดให้แมวมองมากมายกรูเข้าหา กระทั่งสองปีก่อนแมนฯยูไนเต็ดปาดหน้าเรอัล มาดริดและโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์คว้ามาครองแบบพลิกล็อก ด้วยสไตล์การเล่นที่ไม่ค่อยเหมือนเด็กทั่วไป มีนิสัยพยายามจะเอาชนะฝั่งตรงข้าม ย่อมตกอยู่ในแสงไฟเป็นธรรมดา กระทั่งมีส่วนนำทีมรุ่นเยาว์ กลับมาผงาดครองแชมป์เอฟเอยูธคัพสำเร็จ หลังร้างรามานานถึง 11 ปี ขณะเดียวกันหากใครดูเกมถล่มเชริฟฟ์ในสนามหรือสังเกตให้ดี หลังจบเรียบร้อย การ์นาโช่ ที่ถูกเปลี่ยนออกมา ลงไปแสดงความยินดีกับเพื่อนร่วมทีม พร้อมขอบคุณแฟนบอล ก่อนจะเดินเข้าอุโมงค์นำไปสู่ห้องแต่งตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เดินเข้ามากอดอย่างเป็นกันเอง สำหรับผู้เล่นวัยเพียงแค่ 18 ปี นี่คือโมเมนต์อันแสนน่าประทับใจ แล้วลองนึกไอดอลให้เกียรติขนาดนี้ คงแทบตัวลอยหรือนอนไม่หลับกันเลยแหล่ะ การได้เรียนรู้หรือมีคำแนะนำดีๆ แบบพี่สอนน้องจาก โรนัลโด้ น่าจะทำให้ การ์นาโช่ ได้ประโยชน์อีกเพียบเลย ไม่ง่ายที่โอกาสงดงามเช่นนี้จะพุ่งเข้าชน ยังไงก็ต้องกอบโกยให้มากที่สุด หลายคนคงพอจะเคยได้ยินข่าวประมาณ โรนัลโด้ ตำหนิพวกแข้งอายุน้อยๆในปัจจุบัน ชอบทำตัวเหมือนน้ำล้นแก้ว มองข้ามรุ่นพี่ชี้แนะ อาจเพราะคิดว่าเจ๋งอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องฟังใคร แต่สำหรับ การ์นาโช่ อาจแตกต่างออกไป เมื่อได้ใกล้ชิดไอดอลหรือนักเตะคนโปรด เป็นเรื่องปกติที่จะต้องหาทางศึกษาเรียนรู้ ทำอย่างไรเพื่อเดินตามรอย ถ้าจะพูดว่าเด็กหนุ่มแจ้งเกิดสำเร็จจากเกมประเดิมตัวจริง คงไม่ผิดนักหรอก จากนี้ต้องตามดูว่า เทนฮาก จะให้โอกาสมากน้อยแค่ไหนกัน สิ่งสำคัญก็คือ การ์นาโช่ ต้องรู้จักเจ้านายดีพอด้วย ทำอย่างไรเพื่อสร้างความประทับใจให้ตลอด ไม่ใช่หลงระเริงหรือเตลิดไปกับเสียงชื่นชมแค่เกมเดียว อาจดับเอาได้ง่ายๆ เรื่องที่ต้องติดตามต่อจากนี้คงจะเป็นอนาคตของ เจดอน ซานโช่ ซึ่งยังไงก็ต้องสะเทือนจากผลงาน การ์นาโช่ อย่างไม่ต้องสงสัย เข้าสู่ปีที่สอง เปลี่ยนกุนซือ รูปแบบการเล่นต่างจากเดิม ซานโช่ ก็ยังคงเวียนเป็นลูป หาความแน่นอนไม่ได้ หากเทียบกับความคาดหวังและค่าตัวแล้ว บอกได้คำเดียวสอบตกกราวรูด ในขณะที่รุ่นน้องกระตือรือร้น ลงเล่นด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม แทบไม่เผยความกลัวให้เห็น ซานโช่ กลับตรงกันข้าม เหมือนแบกภาวะกดดันไว้ หวาดผวาจนไม่เป็นตัวของตัวเอง ทั้งที่ เทนฮาก ก็หยิบยื่นโอกาสให้ ใช่ว่าจะหมางเมินมองข้าม ซ้ำยังเคยทดลองหุบเข้าในเน้นการทำประตู เพราะมีแววดี แต่ก็ยังไม่ค่อยเวิร์คนัก มาแบบวูบวาบฉาบฉวย เอาเข้าจริง ไม่มีใครช่วยเขาได้หรอก นอกจากต้องพึ่งพาตัวเองอย่างเดียวเลย แล้วเวลาก็เหลือไม่มากแล้วด้วย บางทีดู มาร์คัส แรชฟอร์ด ไว้เป็นแบบอย่างบ้างก็ดี ก่อนหน้าก็ต้องเผชิญกับมรสุมรุมเร้า จนเกือบจะซวนเซกลับมาไม่ได้ แต่เมื่อหันมามองตัวเองให้เข้าใจว่ากำลังทำอะไรและควรโฟกัสตรงจุดไหน เขาดีขึ้นมาทันตาเห็น แม้จะยังต้องพัฒนาให้ดีขึ้นกว่านี้ก็ตาม ซานโช่ ควรเปลี่ยนมุมมอง การมีรุ่นน้องพุ่งขึ้นมาทาบในระนาบใกล้กัน ก็ต้องเร่งหนีอย่าให้ตามทัน ถ้ายังปล่อยไว้อย่างเดิม คนที่ลำบากที่สุดจะเป็นตัวเขาเอง เมื่อถึงตอนนั้นการเรียกร้องโอกาสก็จะยากขึ้นตามไปด้วยแน่นอน ---------------- เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

[ #สิ่งที่ซนถวิลหา ]

ตอนนี้กระแสข่าวที่ว่า ซน ฮึง-มิน มีความปรารถนาจะย้ายออกจากท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์หลังจบฤดูกาล ส่อเค้ามาแรงมากขึ้นเรื่อยๆ สื่อหลายสำนักเริ่มนำเสนอไปในทิศทางเดียวกัน ท่ามกลางสัญญาณเตือนไม่ค่อยสู้ดีหลายอย่างที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ประเด็นสำคัญเลยก็คือ ซน ต้องการจะประสบความสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน มีเกียรติยศประดับชีวิตค้าแข้งบ้าง เพราะนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมในปี 2015 ยังไม่เคยได้เหรียญรางวัลแชมป์มาคล้องคอเลย ลำพังเหรียญรองแชมป์ไม่ว่าจะเป็นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกหรือลีกคัพ แทบไม่มีความหมายอะไรเลย น่าจะย้ำเตือนความทรงจำ ให้รู้สึกบอบช้ำด้วยซ้ำไป หรือแม้กระทั่งรองเท้าทองที่ได้รับมอบมาจากตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดพรีเมียร์ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ก็ยังไม่อาจตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงอยู่ดี มันคงทั้งน่าเสียดายและผิดหวังมากๆ นี่คือนักเตะจากเอเชียที่ได้รับการยกย่องว่าดีสุดของพรีเมียร์ลีก แต่ในโปรไฟล์กลับร้างความสำเร็จเป็นรูปธรรม ยังไงก็เหมือนเดินทางมายาวนานแสนไกล ทว่าไปไม่สุดถึงเป้าหมายอยู่ดี ซน เพิ่งขยายสัญญากับสเปอร์สเมื่อฤดูร้อน 2021 ระยะเวลาจะลากยาวไปถึงปี 2025 เรียกว่าเหลืออีกพอสมควรเลยทีเดียว โดยรับค่าจ้างตกปีละ 10 ล้านปอนด์หรือเฉียด 200,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ผู้บริหารของทีมยื่นข้อเสนอที่สมน้ำสมเนื้อ รวมทั้งโปรเจคต์ใหญ่ของสโมสรที่มองเห็นชัดเจน ไม่มีเหตุผลที่ ซน จะต้องปฏิเสธสะบัดปากกา เซ็นชื่อในใบสัญญาใหม่เลยสักนิด ต้องยอมรับว่าไก่เดือยทอง ยกระดับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว มีความพร้อมแทบทุกอย่าง ยิ่งพอฝ่าวิกฤตโควิดมาได้แล้ว สถานการณ์ปลอดโปร่งกว่าเดิมมาก สนามแห่งใหม่ถูกเนรมิตขึ้นมาทั้งใหญ่โตและทันสมัย พร้อมช่วยผลักดันอย่างเต็มที่ การเงินก็ไม่น่าห่วงเลย แนวทางการจัดการของบอร์ดบริหารดีมากๆ พวกเขาเตรียมกระสอบไว้ใส่ฟ่อนธนบัตร ลำพังมาจากการขายตั๋วที่เต็มความจุทุกนัด ในเรตที่สูงกว่าทีมนอกลอนดอนทั่วไป รายได้จากค่าเช่าคอมเพล็กซ์ ซึ่งมีร้านค้าต่างๆมากมาย ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม ยังอ้าแขนรองรับงานอีเวนต์ใหญ่โตอีกต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นการแสดงต่างๆ คอนเสิร์ตชั้นนำ รวมทั้งปรับโฉมเพื่อรองรับ NFL หรืออเมริกันฟุตบอล ซึ่งจะมาแข่งขันกันที่นี่ในฤดูกาลปกติ ไม่ใช่การโชว์เหมือนเมื่อก่อน ไม่ใช่แค่นั้นไก่เดือยทอง ยังหักด่านผ่านเข้าร่วมสังฆกรรมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอย่างต่อเนื่องอีกด้วย นอกจากเป็นการสร้างชื่อแล้ว เงินจากค่าส่วนแบ่งลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดและโบนัสต่างๆ ยังหลั่งไหลเข้ามาเสริมอีกทาง ภาพเริ่มชัดว่า สเปอร์สมีความเพียบพร้อมเกือบครบ ถ้าจะขาดก็คือโทรฟี่แชมป์มาตั้งในตู้โชว์ ประดับบารมี สามารถอวดเบ่งได้ไม่ต้องอายใครและในตอนนี้ก็ยังคงควานหากันต่อไป นี่คือเหตุผลหลักที่อาจดึงดูดให้ ซน ต้องการจะย้ายออก เพราะในวัย 30 ปี เหลือเวลาไม่มากนักหรอก สำหรับการกอบโกยความสำเร็จ ซึ่งมันน่าจะเกิดขึ้นในช่วงที่ฟอร์มยังพีกอยู่ แน่นอนสเปอร์สไม่อยากขายอยู่แล้ว นี่คือหนึ่งในผู้เล่นที่ ดาเนี่ยล เลวี่ ประธานสโมสร หวงเหมือนไข่ในหิน ไม่ยินดีจะปล่อยออกไปแน่ แม้จะมีข้อเสนอหรูหรายื่นมาก็ตาม นี่เป็นช่วงเวลาที่สโมสรต้องการแสดงพลัง พวกเขาดีพอสำหรับการเป็นท็อปทีมของยุโรป ไม่ใช่โดนรังแกบีบให้ต้องขายแข้งคนสำคัญเหมือนอย่างเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว อย่าคิดว่ามีแค่เงิน แล้วจะเดินมาเคาะประตูบ้าน ซื้อกันไปง่ายๆ เท่าที่ผ่านมาสเปอร์สแสดงให้เห็นแล้วว่า เป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาคืออะไร อย่างไรก็ดีจากสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้ กระทบกระเทือนต่อโปรเจคต์อันยิ่งใหญ่ของทีมไม่น้อยเลย 3 นัดล่าสุดในทุกรายการ สะกดคำว่าชนะไม่เป็น แถมแพ้รวด 2 เกมในพรีเมียร์ลีก ทั้งที่ก่อนหน้า ยังฝ่าฟันมาได้สวยงามอยู่เลย อันโตนิโอ คอนเต้ ตัวกุนซือก็เริ่้มกดดันขึ้นตามลำดับ จู่ๆผลงานก็ดร็อปลง แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ลำพังจะอ้างแข้งหลักบาดเจ็บอย่างเดียว คงฟังไม่ขึ้นนัก สโมสรระดับนี้ต้องมีทางออกกับปัญหาขั้นพื้นฐาน นั่นคือเหตุผลที่ คอนเต้ ส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้บริหาร ตลาดซื้อขายนักเตะที่จะเปิดทำการในเดือนมกราคมนี้ ควรต้องจัดงบประมาณเพื่อเสริมให้ขุมกำลังแกร่งยิ่งขึ้น กุนซืออิตาเลี่ยนพูดในเชิงว่าทั้ง เลวี่ และ ฟาบิโอ ปาราติชี่ ผู้อำนวยการกีฬา น่าจะรู้ดีอยู่แล้ว คงไม่ต้องบอกหรอก ในเมื่อสถานการณ์เป็นอย่างที่เห็น ยังไงมีโอกาสก็ต้องเติมความแข็งแกร่งให้กำลังพล หากคุณต้องการความสำเร็จ ตรงนี้แหล่ะจะโยงถึงอนาคตของแข้งหลักอย่าง แฮร์รี่ เคน และ ซน อีกด้วย เพราะหากสเปอร์สยังร้างแชมป์ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่คงเกิดขึ้นตามมาแน่ กระแสเรื่องย้ายทีมของ เคน เริ่มเงียบลงบ้างแล้ว แต่สัญญาที่เหลือไม่ถึง 2 ปี มันก็ยังไม่มีความคืบหน้าเหมือนกัน ตกลงจะเอาอย่างไร ขยายเพิ่มเมื่อไรกันดี ผิดกับ ซน ที่เริ่มแรงตามลำดับอย่างที่บอกไว้ช่วงต้น ทีมหัวแถวยุโรปทั้งหลาย ให้ความสนใจ แม้จะรู้ว่านักเตะอายุปาเข้าไป 30 ปีแล้ว แต่แข้งอาชีพรุ่นใหม่ ที่มีวินัยและทัศนคติดีเยี่ยม บวกด้วยการช่วยเหลือจากวิทยาศาสตร์การกีฬาอันทันสมัย ก็สามารถช่วยยืดระยะการเล่นได้หรือยืนบนจุดสุดยอดได้นานขึ้น ซน เองมีสภาพร่างกายที่ดีมากๆ ผ่านการฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น แม้ว่าช่วงนี้ฟอร์มจะเริ่มแผ่วลง แต่อาจมาจากอาการอ่อนล้าหรือเรื่องของแรงจูงใจ 136 ประตู 76 แอสซิสต์ จากจำนวน 341 นัด ย่อมการันตีความสามารถของเขาอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก เชื่อกันว่า คาร์โล อันเชล็อตติ นายใหญ่เรอัล มาดริด อยากได้ประสบการณ์และความเด็ดขาดของดาวเตะเกาหลีใต้ไปเติมเต็ม หลังผิดหวังกับ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ที่ไม่ยอมย้ายมาและ เอแด็น อาซาร์ ซึ่งเค้นฟอร์มในอดีตไม่ได้สักที ในขณะเดียวกันปารีส แซงต์ แชร์กแมง , บาเยิร์น มิวนิค , ลิเวอร์พูลและแมนฯยูไนเต็ด ก็อยู่ในข่ายทั้งสิ้น เพียงแต่สองทีมหลังเสียเปรียบแน่ๆ สเปอร์สคงไม่อยากปล่อยแข้งตัวหลักให้ทีมคู่แข่งในลีก ต้องจับตาดูผลงานของสเปอร์ส หากยังทรุดลงเรื่อยๆ อาจเป็นแนวโน้มให้ ซน ตัดสินใจง่ายขึ้นสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอาชีพค้าแข้ง สเปอร์สมีให้ทุกอย่าง ยกเว้นเหรียญรางวัลแชมป์และนั่นคือสิ่งที่ ซน ถวิลหาที่สุด ดังนั้นอาจทำให้เขาต้องเดินทางใหม่ เพื่อแสวงหากันต่อไป ----------------- เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

[ #ตลาดหนาวนี้ผีไม่เหงา ]

ข้อมูลจาก ฟลอเรียน แพ็ตเท่นแบร์ก นักข่าวของ Sky Sports รายงานไว้ว่าแมนฯยูไนเต็ดให้ความสำคัญกับตลาดซื้อขายมกราคมนี้ คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดกันเลยทีเดียว ก่อนหน้าเราได้ยินข่าวบ่อยๆว่า ผู้บริหารของทีมนำโดย ริชาร์ด อาร์โนลด์ ซีอีโอและ จอห์น เมอร์เท่อห์ ผู้อำนวยการกีฬา จะไม่โฟกัสตลาดหน้าหนาว รอไว้ซัมเมอร์มาถึงค่อยจัดหนักกันเลยทีเดียว นั่นทำให้เชื่อกันว่า ตลาดซื้อขายในช่วงปีใหม่ของปีศาจแดงจะค่อนข้างเงียบ คงไม่มีดีลที่สร้างแรงสั่นสะเทือน หวือหวาน่าดึงดูดได้หรอก อย่างไรก็ตามหากตีความของผู้บริหาร ไม่ได้โฟกัสก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ซื้อเลย เพียงแต่ตัวที่เสริมเข้ามาไม่ใช่ประเภทซูเปอร์สตาร์ราคาแพงบ้าเลือด ทว่าใช้จ่ายแบบเหมาะสม ตามเหตุจำเป็น แพ็ตเท่นแบร์ก บอกไว้ว่ามี 3 ตำแหน่งด้วยกันที่ เทนฮาก และทีมงานร่วมกันวิเคราะห์แล้ว ต้องเสริมมาเพิ่มเพื่อต่อยอดผลงาน รวมทั้งเป็นไปตามโปรเจคต์ที่วางเอาไว้ ตำแหน่งแรกที่หลายคนมองว่าต้องรีบไปหา กลุ่มแฟนผีทั่วโลกก็น่าจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ คงหนีไม่พ้นแบ็กขวา แม้ปัจจุบันจะมี ดีโอโก้ ดาโล่ต์ ซึ่งฉายแววพัฒนาฝีเท้ากระเตื้องขึ้น อายุก็ยังน้อยมาก มีโอกาสก้าวไปได้ไกลกว่านี้ แต่หากมองภาพรวมกว้างๆ ยังมีข้อผิดพลาดที่ต้องตามแก้ไขอยู่ เปอร์เซนต์ผ่านบอลแม่นยำของ ดาโล่ต์ ถือว่าต่ำ ไม่ค่อยชัวร์สักเท่าไร บางทีออกบอลง่ายๆก็ยังพลาด บางคราวก็เหมือนไม่รู้กันกับเพื่อน การตัดสินใจยังมีปัญหา ขณะเดียวกันเวลาเล่นเกมรุก มักจะบุกแบบไม่สุดเท่าไรนัก มีช็อตสะดุดเมื่อต้องเติมขึ้นไปช่วย อันโตนี่ ตรงริมเส้นด้านขวา ทำให้ไม่ไหลลื่นอย่างที่ควรเป็น อีกทั้งการครอสบอลก็ไม่ดีด้วย ภาพชินตาคือไม่ติดฝ่ายตรงข้าม ก็ล้นเลยไปเสาสองโน่นเลย เราต่างได้รับรู้กันแล้วว่าฟูลแบ็กยุคใหม่ นอกจากจะต้องเด่นในเกมรุกไม่ด้อยกว่ารับ ยังต้องพยายามทำแอสซิสต์ให้ได้บ่อยๆด้วย แบ่งเบาภาระพวกแนวรุกและเป็นอีกกลยุทธ์ใช้ในการเล่นงานคู่แข่ง นอกจากนี้เกมรับ ดาโล่ต์ เองก็ใช่ว่ามั่นคงขนาดมอบความไว้วางใจได้เลย แม้จะดีกว่าเมื่อก่อนก็ตาม ยังมีข้อบกพร่องต้องตามแก้กัน ในขณะที่ อารอน วาน-บิสซาก้า ตัวเลือกอีกคน ขึ้นเตียงพยาบาลบาดเจ็บไปนานหลายเดือน จนล่าสุดมีข่าวว่าหวนคืนสนามซ้อมแล้ว ตอนแรกที่ยังไม่รู้ว่า วาน-บิสซาก้า บาดเจ็บ มีการคาดเดาไปต่างๆนานา โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าไม่น่าอยู่ในแผนของ เทนฮาก จึงไม่ยอมให้โอกาสเลย ทั้งที่เพิ่งเห็นนักเตะซ้อมเพิ่มคอร์สพิเศษ เน้นการเล่นดับเบิ้ลพาส เพื่อช่วยเสริมเกมรุกให้มีประสิทธิภาพ ที่ไหนได้เจอปัญหาอาการบาดเจ็บรุกราน เทนฮาก ยืนยันไว้เองว่า นักเตะอยู่ในแผนแน่ๆ ไม่ต้องห่วง หายดีเมื่อไรค่อยมาว่ากันอีกที อย่างน้อยมองในแง่บวก ดาโล่ต์ ก็มีแบ็กอัพไว้คอยทดแทนในยามฉุกเฉิน ไม่ใช่ว่าต้องไปเอาผู้เล่นในตำแหน่งอื่นมาประจำการแบ็กขวา แต่ถ้าจะมองในแง่ลบ วาน-บิสซาก้า ไม่ได้ลงเกมมานานมากแล้ว ซีซั่นนี้ลงไปแค่เกมเดียว คือศึกแดงเดือดที่ชนะลิเวอร์พูล ถูกเปลี่ยนไปเน้นรับ มีเวลาอยู่ในสนามแค่ 4 นาทีเท่านั้นเอง การร้างสนามไม่ใช่เรื่องดีหรอก ต้องใช้เวลาเคาะสนิมกันอีก ไหนจะต้องเรียนรู้ปรับตัวแท็คติกใหม่ๆในยุคของ เทนฮาก ซึ่งต้องยอมรับว่า บุคลิกของนักเตะเอื่อยเฉื่อยเรื่อยไหลจนเกินไป แทบไม่ได้โชว์ความกระตือรือร้นให้เห็น ลงเล่นหลายนัด ก็คล้ายคนไร้ชีวิตชีวา ไม่ได้แสดงออกถึงความต้องการจะพัฒนาตัวเองเลย ทั้งที่ถูกคาดหวังไว้สูงจากค่าตัวที่สโมสรยอมจ่ายถึง 50 ล้านปอนด์ กระนั้น เทนฮาก เป็นคนที่แฟร์เลยทีเดียว ไม่ว่าอย่างไรคงต้องให้โอกาส วาน-บิสซาก้า ซึ่งเป็นตัวหลักมาก่อนพิสูจน์ตัวบ้าง แม้จริงๆนี่อาจไม่ใช่ผู้เล่นในสเป็คเลยก็ตาม เพียงแต่ยังคงเฟ้นหาแบ็กขวารายใหม่ ซึ่งตามข้อมูลล่าสุดระบุว่าเป็น เจเรมี่ ฟริมปง ของไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ซึ่งฟอร์มกำลังพีก จนถูกเชียร์ให้ติดทีมชาติฮอลแลนด์ชุดใหญ่ ด้วยวัยแค่ 21 ปี แต่ผลงานไม่ธรรมดา 15 นัดในฤดูกาลนี้ กดไปแล้ว 5 ประตูกับอีก 2 แอสซิสต์ นี่คือตัวเลขต้องยกนิ้วให้เลย ฤดูกาลที่แล้ว ฟริมปง จัดไปเหนาะๆ 9 แอสซิสต์ ตอบโจทย์ฟูลแบ็กยุคใหม่ โดดเด่นในเรื่องเกมรุก ครบเครื่องไม่ว่าจะยิงประตูหรือเปิดให้เพื่อนสังหาร จึงเป็นธรรมดาที่จะต้องตกอยู่ภายใต้แสงไฟ หาก เทนฮาก วางแผนไว้ว่า เตรียมพร้อมปล่อย วาน-บิสซาก้า ในอนาคตอันใกล้ ฟริมปง น่าจะเป็นคำตอบที่ใช่เลย นอกจากแบ็กขวา กองหน้าตัวเป้าก็จำเป็นในดีกรีไล่เลี่ยกัน โดยที่ไม่ต้องไปดูเงื่อนไขว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะอยู่หรือย้ายในตลาดเดือนมกราคมที่จะถึง เพราะกำลังขาดแคลนคนยิงประตู อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เจ็บเป็นอาชีพ ตั้งแต่ซีซั่นเปิดมา 3 เดือน ลงสนามแทบจะนับนาทีได้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ก็ไม่มีความแน่นอน ใช้โอกาสสิ้นเปลือง ในขณะที่สถานการณ์ โรนัลโด้ ก็อึมครึมมากๆ ยากต่อการคาดเดา เป้าหมายอาจเป็นพวกกองหน้าอายุน้อย เปี่ยมพรสวรรค์จากอเมริกาใต้ ตลาดที่สร้างพวกตัวรุกชั้นนำมากมาย แต่ปัญหาอยู่ที่จะต้องกลั่นกรองให้ดี เพราะพวกผู้เล่นฝั่งนั้นมาค้าแข้งในอังกฤษโดยตรงทันทีทันใด ต้องปรับตัวเยอะเลย พวกทีมวิเคราะห์ก็ต้องหาข้อมูลและรายละเอียดต่างๆให้แม่นยำด้วย ไม่อย่างนั้นมีสิทธิ์ซื้อผิดพลาดได้ อีกตำแหน่งคือผู้รักษาประตู มันเป็นการตอกย้ำเพิ่มน้ำหนักว่า อนาคตของ ดาบิด เด เคอา แขวนอยู่บนเส้นด้ายจริงๆ อาจไม่ได้รับการต่อสัญญาหรือกระทั่งใช้อ็อปชั่นให้อยู่ต่ออีกปี ด้วยอายุที่เริ่มมาก ค่าจ้างก็แสนแพง จุดอ่อนในอดีตก็ยังแก้ไขให้หายขาดไม่ได้ ทั้งการออกมาเล่นลูกกลางอากาศหรือเปิดบอลด้วยเท้า จนต้องหลุดจากสารบบทีมชาติสเปน เทนฮาก น่าจะพอมีตัวเลือกไว้บ้างแล้ว เพราะสังเกตให้ดี เขาจะให้ความสำคัญกับการขึ้นเกมจากผู้รักษาประตูด้วย จะเตะสาดยาวสุ่มสี่สุ่มห้า เหมือนอย่างแต่ก่อนคงไม่ได้แล้ว ทั้งหมดที่ว่าคือการรายงานจาก ฟลอเรียน แพ็ตเท่นแบร์ก นักข่าวของ Sky Sports ซึ่งก็คงต้องรอดูกันต่อว่าจะจริงอย่างว่าหรือเปล่า แต่ตำแหน่งเหล่านี้ เทนฮาก ต้องการผู้เล่นมาเสริมอย่างแน่นอน เพียงแต่จะเรียงลำดับความสำคัญอย่างไรเท่านั้นเอง ตลาดหน้าหนาวของแมนฯยูไนเต็ด คงไม่ถึงขั้นเงียบเหงาอย่างที่คาดการณ์กัน ------------------ เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

[ #กลับมาเพื่อรักษาแผล ? ]

ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่า อูไน เอเมรี่ เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของแอสตัน วิลล่า โดยรอเอกสารทุกอย่างเรียบร้อย จะเข้ามานั่งเก้าอี้ทำงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ทันที เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เขาได้แถลงข่าวร่ำลาบียาร์เรอัลเรียบร้อย แน่นอนว่าบรรยากาศมันน่าเศร้าอยู่แล้ว อีกทั้งนี่คือทีมที่ให้โอกาสเขาจนกลับมาสร้างชื่อได้สำเร็จ อย่างที่รู้กัน เอเมรี่ เสียทรงไม่น้อยเลย ตอนโดนอาร์เซน่อลเชือดพ้นตำแหน่งปลายปี 2019 เรียกว่าพาสภาพจิตใจที่บอบช้ำกลับสู่บ้านเกิด ก่อนจะตอบรับข้อเสนอของบียาร์เรอัลในซัมเมอร์ 2020 ใครจะไปคิดว่า เอเมรี่ แทบไม่ต้องใช้เวลาปรับจูนมากนัก ยังคงรักษามาตรฐานของทีมได้ นั่นคือเกาะอยู่หัวแถวตาราง ลุ้นตำแหน่งท็อปโฟร์ รวมทั้งเข้ารอบลึกในศึกโกปา เดล เรย์ อย่างไรก็ดีที่พิเศษกว่านั้นคือ แค่ซีซั่นแรกก็พาทีมผงาดยูฟ่า ยูโรปาลีก สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้บียาร์เรอัล นี่เป็นเกียรติประวัติที่ยิ่งใหญ่ของทีมเล็กๆ ซึ่งไม่มีใครคาดว่าจะถูกบันทึกชื่อไว้ในเวทียุโรป การเอาชนะแมนฯยูไนเต็ดได้นัดชิง ชนิดที่ว่าสู้กันมาราธอนถึงยิงจุดโทษตัดสินและต้องยิงกันครบทั้งทีม ช่วยขับให้ เอเมรี่ โดดเด่นขึ้นเป็นกองเลย เขากลายเป็นวีรบุรุษของแฟนบอลบียาร์เรอัล สถานะช่างแตกต่างจากช่วงกุมบังเหียนอาร์เซน่อล ซึ่งถูกสาวกตั้งข้อสงสัยสารพัด พร้อมทั้งขับไล่ไสส่ง เพราะไม่เชื่อว่าจะพาไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้ ไม่ใช่แค่นั้นฤดูกาลที่แล้ว ยังจวนเจียนจารึกชื่อไว้บนหลักศิลาของบียาร์เรอัลอีกครั้ง เมื่อนำทัพกรุยทางไปจนถึงรอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก น่าเสียดายมาตกม้าตายรอบตัดเชือก แต่ก็ทำให้ลิเวอร์พูลต้องเจอความยากลำบากเช่นกัน ในขณะที่ลาลีกาก็ยังจบอันดับ 7 รักษาระนาบไว้ได้อย่างน่าประทับใจ โดยผ่านการกลั่นกรองตามแนวทางของ เอเมรี่ ที่ไม่ใช่กุนซือประเภทใช้เงินมือเติบเพื่อซื้อนักเตะดัง ทว่าชื่นชอบการขัดเกลาพัฒนาผู้เล่นให้เก่งขึ้นมากกว่า ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกเลยที่นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ยุคปรับปรุงใหม่เกือบหมดหัวจดเท้า จะยื่นข้อเสนอให้เป็นผู้จัดการทีม ดูวี่แววแล้วน่าจะประสบความสำเร็จได้ แต่เขาเลือกปฏิเสธกลับไป แม้จะรู้ว่าเจ้าของสาลิกาดงรวยล้นฟ้ามหาศาล สามารถซื้อผู้เล่นคนไหนมาร่วมทีมก็ได้ รวมถึงจ่ายค่าจ้างก้อนโตมากกว่าที่เดิมแบบ 2-3 เท่าตัวก็ไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม เอเมรี่ แฮปปี้กับชีวิตที่บียาร์เรอัล แม้จะเป็นทีมเล็กๆ ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังไว้หว่านโปรยในตลาดซื้อขายนักเตะ แต่บรรยากาศอบอุ่นมากๆ มันยากที่จะตามหาทีมอย่างนี้เจอ นอกจากนี้บาดแผลเมื่อครั้งคุมอาร์เซน่อล อาจจะยังคงอยู่ เวลานึกย้อนกลับไปถึงอุปสรรคปัญหาที่ต้องเผชิญ รวมทั้งความกดดันต่างๆโถมใส่เล่นงาน มันไม่ดึงดูดให้หวนคืนพรีเมียร์ลีกเลย ขณะเดียวกันพวกสื่อและแฟนบอลก็มักชอบล้อเขาเรื่องสำเนียงภาษาอังกฤษอีกด้วย ทุกวันนี้ยังมีนำคลิปที่ทักทาย Good ebening มาขำกันอย่างสนุกปาก ช่วงปรีซีซั่นเขาพาบียาร์เรอัลมาตระเวณเล่นที่อังกฤษด้วย ก็ยังมีแฟนบอลรุ่นเยาว์ล้อเลียนเรื่องนี้เหมือนเดิม เห็นเป็นตัวตลก มากกว่ามองลึกลงไปถึงความสามารถ ซึ่งที่ผ่านมาก็แสดงให้เห็นแล้ว ฤดูกาลนี้เพิ่งเปิดฉากไม่นาน บียาร์เรอัลก็ยังเกาะอยู่ท่อนบนตารางตามเคย สร้างความหวังและโอกาสการเข้าไปเล่นถ้วยใหญ่ยุโรปในซีซั่นถัดไป แต่แล้วไม่มีใครคาดคิด หลังจากวิลล่าปลด สตีเว่น เจอร์ราร์ด ฝ่ายบริหารจะทาบทาม เอเมรี่ ซึ่งทีแรกคิดว่าจะลงเอยเหมือนเดิมนั่นคือเซย์โน เขาไม่ได้ใช้เวลาทบทวนหรือชั่งใจสักเท่าไรหรอก ทว่ากลับเซย์เยสชนิดที่สร้างความแปลกใจไม่น้อยเลย เพราะแฟนบียาร์เรอัลเองก็ดูมั่นใจว่า เอเมรี่ จะอยู่เป็นหัวเรือใหญ่ นำนาวาฝ่าคลื่นลมไปข้างหน้าเช่นเดิม ขนาดนิวคาสเซิ่ลที่ทุ่มค่าจ้างก้อนโตยังไม่รับงาน มาคราวนี้ เอเมรี่ เปลี่ยนไปแล้ว ดูเหมือนความท้าทายคือสิ่งที่เขาแสวงหา เช่นเดียวกับอยากจะแก้ตัวในพรีเมียร์ลีก เท่าที่ผ่านมายังไม่สุด เหมือนเอาชื่อที่สั่งสมมานานโยนทิ้งไม่มีผิด "ผมมีช่วงเวลา 2 ปีครึ่งอันยอดเยี่ยมที่นี่ เหมือนบ้านของผม แต่ผมก็มีความเป็นมืออาชีพอยู่ในตัวเช่นกัน" "เวลานี้ผมมีโอกาสใหม่เข้ามา มันเหมือนตอนมาที่นี่ ผมคิดว่าควรจะตอบรับความท้าทายด้านกีฬาที่แตกต่างออกไป" บางส่วนที่ เอเมรี่ เปิดใจไว้ก่อนอำลาบียาร์เรอัล ซึ่งก็จริงอย่างที่เขาพูดไว้ เป็นช่วงสองปีครึ่งอันน่าอัศจรรย์อย่างมาก สื่ออังกฤษอ้างข้อมูลวงใน ยืนยันว่า เอเมรี่ รับค่าจ้าง 6 ล้านปอนด์ต่อปี ซึ่งไม่ได้เป็นตัวเลขที่สูงโอเวอร์อะไรนัก สมน้ำสมเนื้อดี จะบอกว่าเขาตัดสินใจเพราะเรื่องเงินเป็นหลักคงไม่ใช่ เพราะตามที่ให้สัมภาษณ์ ความท้าทายใหม่ๆกวักมือเรียกให้ไปค้นหา รวมถึงแก้มือจากครั้งก่อน แสดงให้เห็นว่าพรีเมียร์ลีกไม่ใช่ตราบาปในอาชีพกุนซือ กระนั้นการมากลางคันอย่างที่เห็น หมายถึงการแบกรับความกดดันในระดับสูงลิบ ซึ่งเราต่างเห็นกันแล้วว่าสถานการณ์แอสตัน วิลล่าเป็นอย่างไร สิงห์ผยองร่วงไปอยู่ท้ายตาราง อันดับ 15 มันน่าผิดหวัง หากไม่กระเตื้องขึ้น อาจต้องดิ้นรนหนีตายก็เป็นได้ ยังดีที่เกมล่าสุด อารอน ดังค์ส รักษาการณ์ผู้จัดการทีม ทำผลงานอย่างเหลือเชื่อ เปิดบ้านต้อนเบรนท์ฟอร์ด 4-0 ตอกย้ำให้ เจอร์ราร์ด ที่ถูกไล่ออกดูหมองหนักเข้าไปอีก เป้าหมายแรกของ เอเมรี่ คือฉุดวิลล่าให้หลุดพ้นจากโซนอันตรายก่อน ซึ่งการมาในช่วงเวลาเช่นนี้ เป็นงานยากแสนสาหัสเลย เพราะไม่มีเวลาให้จูนเครื่อง ต้องลงมือลุยทันที อาศัยว่ามีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกมาบ้างแล้ว จึงไม่ถึงกับต้องนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด พอเหลือองค์ความรู้อยู่บ้าง พอล แลมเบิร์ต อดีตกุนซือของวิลล่า มองว่าการคุมทีมระดับกลางอย่างนี้ เหมาะสมกับแนวทางการทำงานของ เอเมรี่ เลยทีเดียว ไม่ต้องกดดันมากเกินไปนัก รวมทั้งถนัดในเรื่องล้มยักษ์ ที่สำคัญก็คือ เอเมรี่ คงนับวันรอให้ถึง 18 กุมภาพันธ์เร็วๆ เพราะจะได้ต้อนรับอาร์เซน่อล อดีตทีมของตน แผลอาจจะแห้งก็จริง ผ่านมานาน 3 ปีแล้ว แต่รอยแผลเป็นยังคงอยู่ เอเมรี่ คงอยากจะรักษาแผลให้หายขาดเช่นเดียวกัน -------------- เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

[ #บอสดีมีชัยเกินครึ่ง ]

คาร์โล อันเชล็อตติ จะอายุครบ 64 ปีเต็มในเดือนมิถุนายนปีหน้า เรียกว่าเข้าใกล้การเป็นขรัวเฒ่าเข้าไปทุกทีแล้ว สำหรับกุนซือบางคนอาจเลือกรีไทร์ พักผ่อนสบายๆในช่วงหลังเกษียณ ใช้เงินที่ตรากตรำทำงานหนักมาตลอดบ้าง เพราะฐานะการเงินทุกอย่างมั่นคงเป็นปึกแผ่นเรียบร้อย อีกทั้งผ่านการทำงานหนักหนามาทั้งชีวิตก็ว่าได้ ตั้งแต่สมัยเป็นผู้เล่น บากบั่นพากเพียรจนประสบความสำเร็จทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ รวบเหรียญรางวัลมาคล้องคอหมดแล้ว ทั้งยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก , กัลโช่ เซเรีย อาและโคปปา อิตาเลีย หลังแขวนสตั๊ดก็ไม่ได้พักเลย เข้าเรียนโค้ชที่โคแวร์ชาโน่ สถาบันลูกหนังชั้นนำของอิตาลี ตามด้วยไปช่วยงาน อาร์ริโก้ ซ้าคคี่ ในการคุมทีมชาติ จนปีกกล้าขาแข็งฉายเดี่ยวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งจากงานคุมสโมสร เขากุมบังเหียนทีมชั้นนำมากมาย ทั้งในอิตาลีและต่างแดน ล้วนแต่ผ่านงานมาแทบหมดแล้ว แถมไม่ใช่มือเปล่าอีกต่างหาก ทิ้งความสำเร็จไว้เป็นอนุสรณ์ความทรงจำเสมอ บางคนอาจเถียงว่า แล้วทีตอนนั่งเก้าอี้ผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตัน ไม่เห็นได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย ตลอดปีครึ่งเหมือนวิ่งอยู่กับที่ ไม่ได้ก้าวหน้าไปไหน แต่จะบอกว่า อันเช่ ยอมรับงานที่เอฟเวอร์ตัน เพราะมองเห็นแววโปรเจคต์ของฝ่ายบริหาร ฟาฮัด โมชิรี่ ดูจริงจังจริงใจกับการนำทีมขึ้นมาแถวหน้าพรีเมียร์ลีก ไม่ใช่แค่วาดวิมานในอากาศ ว่าไปแล้ว อันเช่ เข็นเอฟเวอร์ตันจบอันดับกลางตารางได้ ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรเลย ท่ามกลางข้อจำกัดพอสมควร ทั้งในเรื่องงบประมาณซื้อผู้เล่นเข้ามา แรงดูงดึดทำให้นักเตะอยากย้ายหรือแม้กระทั่งต้องการเวลามากกว่าเพื่อพิสูจน์ แม้จะมีเสียงค่อนขอดว่าล้มเหลว เอาชื่อมาทิ้งซะมากกว่า แต่ก็ไม่อาจพูดได้เต็มปากเต็มคำนักหรอก จริงๆ อันเช่ ตั้งใจจะอยู่ต่อไปก่อน เพื่อพิสูจน์ให้เห็นในความเชื่อและแนวทางของตนว่ามันถูกต้อง อย่างไรก็ดีเมื่อมีข้อเสนอจากเรอัล มาดริดยื่นมาให้ มันเปลี่ยนความตั้งใจอย่างสิ้นเชิง คล้ายว่านี่คือทีมที่เขากำลังรออยู่เช่นกัน ตอนคุมมาดริดรอบแรกช่วงปี 2013-15 มันเหมือนยังมาไม่สุดทาง มีบางอย่างค้างคาใจ อันเช่ อาจนำราชันชุดขาวผงาดเจ้ายุโรปสมราคาฉายาอันกระเดื่อง แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้สัมผัสแชมป์ลาลีกา ซึ่งขับเคี่ยวแย่งกับบาร์เซโลน่ามาตลอด เพื่อประกาศว่าใครกันแน่ที่เป็นเต้ยในประเทศ จนกระทั่งแยกทางกัน คงไม่คิดหรอกว่าจะเกิดลมพัดหวน ได้รีเทิร์นอีกครั้ง ซึ่งนั่้นมันยากที่จะปฏิเสธข้อเสนอ บาดแผลกับเอฟเวอร์ตัน ทำให้เขาถูกมองอย่างไม่ค่อยไว้ใจสักเท่าไร กลัวว่ากลับมาเที่ยวนี้ จะเอาชื่อมาทิ้งเลย แล้วผลงานที่อุตส่าห์สั่งสมไว้ในอดีต จะพานทำให้แฟนๆลืมไปด้วย แน่นอนบนพื้นฐานความจริง ยังไงคุณก็ต้องเจอความเสี่ยงในทุกสถานการณ์ แต่สำหรับ อันเช่ ทวีคูณเข้าไปอีก ส่วนหนึ่งเพราะ ซีเนดีน ซีดาน มีผลงานอันน่าประทับใจพอสมควร โดยเฉพาะการคุมรอบแรก เป็นการฝากไว้ก่อนจาก สาวกไม่น้อยอาจติดภาพของ ซีดาน ที่ต้องการันตีแชมป์เป็นส่วนใหญ่ ยิ่งในรายการยูซีแอลด้วยแล้ว ห้ามพลาดเด็ดขาด อย่างน้อยต้องมีทะลุถึงตัดเชือกให้สมศักดิ์ศรี ไม่ใช่ปิ๋วตั้งแต่รอบก่อนๆ ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่า อันเช่ จะทำได้ดีแบบ 10 คะแนนไม่หัก มันต้องมีสะดุดหรือร่องรอยของความผิดพลาดบ้าง แต่ก็อย่างที่เห็นกัน กุนซืออิตาเลี่ยนประกาศศักดาด้วยดับเบิ้ลแชมป์ คว้าลาลีกามาครองได้สำเร็จ จากที่เป็นปมมาพักใหญ่ ในที่สุดก็เดินมาถึงเส้นชัย ส่วนในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ต้องยอมรับกว่า กว่าจะหักด่านผ่านถึงแชมเปี้ยน ราชันชุดขาวฝ่าแต่ละรอบมาอย่างทุลักทุเลเลย ที่สำคัญน็อกทีมดังจากอังกฤษเรียบวุธ เป็นการโชว์ให้เห็นกึ๋นของ อันเช่ อย่างแท้จริง ทั้งที่ขุมกำลังมาดริดไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมาก ผู้เล่นค่าตัวแพง ค่าแรงมหาศาลอย่าง เอแด็น อาซาร์ ก็ยังไม่อาจยกระดับมาช่วยแบ่งเบาภาระอะไรได้ สภาพเหมือนเดิมไม่มีผิด อันเช่ ต้องยึดแข้งหน้าเดิมๆเป็นหลัก อาศัยว่าบางคนเคยร่วมงานกันมาก่อน รู้จักรู้ใจกันพอสมควร ไม่ต้องมาทำความเข้าใจอะไรกันนัก เดินหน้าลุยได้เต็มที่เลย ไม่ผิดนักหรอกว่า การกลับมาอีกครั้งของ อันเช่ ช่วยรีดเค้นศักยภาพผู้เล่นบางคน ซึ่งก็เจ๋งอยู่แล้ว ให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ได้อีก ลูก้า โมดริช , โทนี่ โครส , กาเซมีโร่ ล้วนแต่เป็นมาตรฐาน ในขณะที่ คาริม เบนเซม่า พีกกว่าเก่าแม้ในวัยที่เข้าใกล้ 34 ตามด้วย เอแดร์ มิลิเตา พัฒนาจนเป็นเซ็นเตอร์แบ็กที่เหนียวแน่น ดาวิด อลาบา ทดแทนทั้ง เซร์คิโอ รามอส และ ราฟาแอล วาราน สองคีย์แมนที่ต้องย้ายออกไปตามวิถี ซึ่งมันควรจะกระทบต่อเกมรับอย่างมาก แต่สิ่งเหล่านั้นโดนปิดช่องโหว่ด้วย อันเช่ จนหมดสิ้น นอกจากนี้ วินิซิอุส จูเนียร์ ดาวรุ่งที่ฟอร์มสามวันดีสี่วันป่วย คาดหวังอะไรไม่ได้มากนัก ก็เปล่งประกายอย่างน่าทึ่ง รวมถึง เฟเด้ วัลเวร์เด้ ซึ่งเวลานี้พรวดพราดจนแทบจะติดดาวให้กลายเป็นสตาร์ดวงใหม่ไปแล้ว หากไม่ให้เครดิต อันเช่ ก็คงเกินไปหน่อย ซีดาน อาจทำได้ดีตามมาตรฐานและข้อจำกัด แต่ต้องยอมรับว่ากุนซืออิตาเลี่ยน คือคนที่มาต่อยอด ปะผุโมดิฟายให้รูปลักษณ์แตกต่างไปจากเดิม ตัดภาพมาปัจจุบันมาดริดยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยที่ไม่ต้องแคร์เลยว่าจะโดน คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ หักหลังกลืนน้ำลายไม่ยอมย้ายมาเหมือนที่คุยกันไว้ การเติบโตของ วินี่ , โรดรีโก้ และ วัลเวร์เด้ บวกด้วยกองกลางสายเลือดใหม่ของทีมชาติฝรั่งเศสอย่าง โอเรเลียง ชูอาเมนี่ และ เอดูอาร์โด้ กามาแว็งก้า ล้วนแต่มีทิศทางพัฒนาดีเยี่ยม มีข่าวว่า อันเช่ น่าจะคุมมาดริดเป็นสโมสรสุดท้ายแล้ว ถึงเวลาที่ต้องสไลด์ลงจากหลังเสือซะที หากเป็นจริงมันน่าจะยิ่งกระตุ้นให้เขาและนักเตะมาดริด ฮึดสู้เพื่อสร้างประวัติศาสตร์ในฤดูกาลนี้ต่อเนื่้อง อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ยอมรับเลยว่า ตั้งแต่เป็นแข้งอาชีพมา ไม่เคยเจอเจ้านายเจ๋งแบบนี้มาก่อนเลย ว่าไปแล้วคนเป็นผู้จัดการทีมก็เหมือนหัวนี่แหล่ะ ถ้าหัวดีจริง ส่วนลำตัวลากไปถึงข้างล่างก็ต้องดีหมดสอดคล้องกัน เรอัล มาดริดปัจจุบันเป็นอย่างนั้นเลย ------------------ เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

[ #ต้องหากองหน้าหนาวนี้เลย ? ]

ผลเสมอที่สแตมฟอร์ด บริดจ์เมื่อค่ำวันเสาร์ กลับออกมาพร้อม 1 คะแนนของแมนฯยูไนเต็ด ไม่น่าแปลกใจเลยว่า เอริก เทนฮาก จะได้รับคำชมล้นหลาม แม้จะไม่อาจคว้าชัยได้ แต่รูปแบบการเล่นที่ดูเปล่งปลั่ง มีระบบชัดเจน นักเตะวิ่งกันเยอะมาก ตอบสนองเรื่องเพรสซิ่งอย่างดี มันหมายถึงสัญญาณเตือนในแง่บวกสำหรับอนาคตข้างหน้า ในครึ่งแรกโชว์เลยว่าเหนือกว่าสิงห์น้ำเงินอย่างชัดเจน เรียกว่าข่มกันขาด ถึงขนาดที่ว่า แกรห์ม พ็อตเตอร์ ต้องโละสูตรเดิม เปลี่ยนมาเป็นแผงแบ็กโฟร์กลางคัน พร้อมทั้งส่ง มาเตโอ โควาซิช มาเพิ่มความเข้มในแดนกลางแทนที่ มาร์ค กูกูเรย่า ซึ่งประจำการเซ็นเตอร์แบ็ก มันเป็นการยอมรับของกุนซือเจ้าถิ่นว่า หมากที่ออกสตาร์ตไม่เวิร์คแล้ว จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง ที่สำคัญ เทนฮาก ไม่ใช่คนเดิมเหมือนช่วงต้นซีซั่น มีพัฒนาการที่ พ็อตเตอร์ เองก็คงคาดไม่ถึงด้วย เพราะนัดแรกของฤดูกาลหากยังจำกันได้ แมนฯยูไนเต็ดเปิดบ้านดวลไบรท์ตัน ซึ่งช่วงดังกล่าวมี พ็อตเตอร์ เป็นผู้จัดการทีม ก่อนจะจัดการบุกมาสอนเชิงนิ่มๆ 2-1 คราวนี้มาเจอกันอีกครั้ง พ็อตเตอร์ นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหม่ใหญ่กว่าเก่า รวมทั้งมีกำพลเทียบแล้วแข็งแกร่งกว่า แต่กลับสู้ไม่ได้เลยตอนต้นเกม บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซึ่งฟอร์มโดดเด่นมาก บอกเลยว่าจบครึ่งแรกน่าจะนำห่าง 2-0 สร้างโอกาสได้มากกว่า ใกล้เคียงกับการได้ประตูหลายครั้ง ทว่าไม่อาจส่งบอลผ่านเส้นสำเร็จเลย แล้วยังต้องมาดิ้นรนกระเสือกกระสนตามตีเสมอช่วงทดเวลาอีกต่างหาก ซึ่งมาจากลูกโหม่งอันเฉียบขาดของ กาเซมีโร่ ที่สอดขึ้นมาจากแผงกลาง โอกาสมากกว่า ครองบอลเหนือกว่า เล่นดีกว่า แต่ผลออกเสมอ นั่นอาจสะท้อนได้ว่า ปัญหามาจากความเฉียบขาดในการเข้าทำ เป็นอีกนัดที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด มีจังหวะสับไกแบบจังๆ 2-3 ครั้ง ไม่อาจเปลี่ยนเป็นประตูได้ ลักษณะคล้ายเกมดวลท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์นั่นเลย ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่เขาจะโดนบรรดาผู้สันทัดกรณีทางหน้าจอทีวี วิจารณ์เหมือนเดิมว่าไม่มีความแม่นยำเด็ดขาดในจังหวะสุดท้าย เกมกับไก่เดือยทอง เราได้ยิน เธียร์รี่ อองรี คอมเมนต์ว่าเน้นแต่ยิงเอาแรงไว้ก่อน แทนที่จะฉลาดหน่อยซัดแบบเล่นทาง ไม่ต้องใช้พลังเยอะ เห็นประตูเปิดกว้างมีช่องขนาดนั้น มันควรจบสกอร์ไม่ยากเลย ปาทริช เอวร่า ซึ่งทำหน้าที่กูรูด้วยกัน บอกว่าก็ อองรี มีสมองนี่หว่า ใครจะไปเหมือนนายล่ะ เห็นกันอยู่แล้วว่าจะทำอย่างว่า ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดกันทุกคน แต่ อองรี ก็ตอบกลับมา ทุกคนมีสมองเหมือนกัน นายก็มีไม่ใช่หรือ มันต้องคิดสักหน่อยสิ ไม่ใช่ก้มหน้าก้มตากดเปรี้ยงอย่างเดียว พอมาเกมกับเชลซี ในช่วงครึ่งแรกจังหวะที่ บรูโน่ หักมาให้ แรชฟอร์ด หลุดไปเดี่ยวๆ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ผู้รักษาประตูเชลซีออกมาเร็วมากปิดพื้นที่เอาไว้ ก่อนจะยิงไปตรงตัวง่ายๆ รอย คีน แสดงความเห็นในช่วงพักครึ่ง ถ้าช็อตนี้เป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หลุดมาล่ะก็ ใส่สกอร์ได้เลยดีกว่า เข้าใจว่า คีน ก็พูดอวยรุ่นน้องอย่าง โรนัลโด้ เกินไปหน่อย แต่มันน่าจะเปรียบเปรยเพื่อให้เห็นภาพว่า ลูกนี้ไม่ได้ยากนักหนาอะไรเลย แต่ยังอุตส่าห์ไปยิงติดผู้รักษาประตูได้ มันดูเหมือนด้อยค่า แรชฟอร์ด ไม่มีผิด แต่ในอีกด้านก็บ่งบอกถึงปัญหาที่ เทนฮาก กำลังเผชิญอยู่ ปกติแล้วตำแหน่งหน้าเป้าตัวเลือกแรกคือ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล แต่ก็บาดเจ็บถี่ยิบ รักษาหายแล้ว ลงเล่นไม่กี่นาทีก็ต้องกลับไปขึ้นเตียงพยาบาลต่อ ตั้งแต่ซีซั่นรูดม่านฟาดแข้งกัน แทบจะนับจำนวนนาทีที่กองหน้าเฟร้นช์ลงเล่นให้ปีศาจแดงได้เลย มันน้อยเหลือเกิน ส่วน โรนัลโด้ เจอลงดาบหลังมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม จากเกมชนะท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์เมื่อกลางสัปดาห์ หมดโอกาสลงช่วยทีมอยู่แล้ว หรือว่าถ้าลงได้ ก็เกิดคำถามอีกว่าจะไหวหรือเปล่า เขาโดนเวลาไล่ล่าอย่างหนัก จนทำท่าจะหนีไม่พ้น ต้องยอมรับสภาพว่า ในวัยที่ใกล้ 38 การจะยืนหยัดบนจุดพีก ลงสนามต่อเนื่องทุกๆ 3 วัน มันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆว่า เทนฮาก จำต้องหา กองหน้ามาเติมสักคน ซึ่งจะเอาแบบตัวท็อปในสไตล์โป้งปิดบัญชี ยิงเปรี้ยงใส่สกอร์ มันคงยากแหล่ะ โดยเฉพาะการเจรจาในช่วงตลาดมกราคม ตอนนี้บรรดาสาวกต่างชงให้หามาสักหน่อย หากต้องการลุ้นความสำเร็จจำเป็นต้องมีแล้ว อย่างไรก็ตามนโยบายของฝ่ายบริหาร มีแนวโน้มว่าจะแตกต่างออกไป เพราะเท่าที่ตามข่าว ริชาร์ด อาร์โนลด์ ซีอีโอและ จอห์น เมอร์เท่อห์ ผู้อำนวยการกีฬา ให้โฟกัสไปยังตลาดซัมเมอร์มากกว่า เพราะตลาดล่าสุด แมนฯยูไนเต็ดใช้งบประมาณเสริมทัพกว่า 200 ล้านปอนด์ แม้จะดูว่าเข้าเป้า ไม่เหมือนฉีกแบงค์ทิ้งน้ำเหมือนสมัยก่อน แต่ก็ต้องรัดเข็มขัดบ้าง ไม่อาจอยู่ในสถานการณ์ฟุ่มเฟือยได้ ดังนั้นความเป็นไปได้ก็คือ หากจะดึงหัวหอกตำแหน่งเบอร์ 9 ตัวเป้งๆอย่าง วิคเตอร์ โอซิมเฮน , เบนจามิน เชชโก้ หรือตัวรุกที่ยิงประตูเป็นกอบเป็นกำอย่าง โคดี้ กั๊กโป ต้องรอจนหน้าร้อน แต่มกราคมนี้คงต้องใช้วิธีแก้ขัด จัดการแบบเฉพาะหน้าไปก่อน ซึ่งก็คือหามาช่วยแบบชั่วคราว เหมือนตอนไปทาบทาม โอเดียน อีกาโล่ แต่กลับไม่ค่อยได้ให้ลงนั่นเอง เทนฮาก ต้องพิจารณาเคสนี้เอง คงมีทางออกประเภทยืมตัวก่อนช่วงสั้นๆ 6 เดือน ซึ่งก็หาตัวที่ใช่ยากมาก นักเตะไม่มีเวลาปรับตัวเลย มาถึงก็ต้องลงเล่นทันที ในขณะเดียวกันหลังจบทัวร์นาเม้นต์ฟุตบอลโลก 2022 ซึ่งกรอบเวลาเป็นใจให้ อาจมีผู้เล่นที่ฟอร์มเข้าตาน่าสนใจ สามารถดึงมาร่วมทัพได้เลย เรายังไม่อาจบอกได้หรอกว่า หลังปีใหม่ไปแล้วสถานการณ์ของแมนฯยูไนเต็ดจะเป็นอย่างไร แต่หากรักษามาตรฐานอย่างที่เห็น 2 นัดหลังสุดได้เรื่อยๆ หมายความว่าแนวรับกับแผงมิดฟิลด์ ย่อมมีความลงตัว ขาดก็แค่แนวรุก ซึ่งอย่าว่าแต่ตัวเป้าเลย ตัวด้านข้างอย่าง เจดอน ซานโช่ ยังเล่นไม่คุ้มค่าเช่นกัน อีกทางออกคือลองใช้พวกดาวรุ่ง ให้พื้นที่ แอนโธนี่ เอลังก้า กับ อเลฮานโดร การ์นาโช่ มากขึ้นกว่าที่เป็น แต่ดูเหมือน เทนฮาก ยังไม่คิดเสี่ยงเท่าไร หากปัญหาแนวรุกแก้ไขได้น่าพอใจ โอกาสจะประสบความสำเร็จจบท็อปโฟร์หรือคว้าโทรฟี่ประดับตู้โชว์สักใบ ก็เป็นไปได้ไม่น้อยเลย เทนฮาก จะทำอย่างไร น่าสนใจมากๆและโปรดติดตามดูตอนต่อไปให้ดี ------------ เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

[ #ไม่มีอะไรเป็นใจเลย ]

ก่อนบุกมาซิตี้ กราวด์ของน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ สภาพจิตใจของผู้เล่นลิเวอร์พูลแข็งแกร่งขึ้นตามลำดับ ชัยชนะ 3 เกมหลังสุด นับตั้งแต่ยกพลถล่มกลาสโกว์ เรนเจอร์ส 7-1 ตามด้วยเข่นแมนฯซิตี้อย่างสะใจ 1-0 ก่อนจะเชือดเวสต์แฮม ยูไนเต็ดในแอนฟิลด์ แบบเอาตัวรอดได้อย่างสมราคา ดังนั้นเดอะ ค็อปต่างคาดกันว่า การมาเยือนเจ้าป่า ไม่น่าจะต้องลำบากอะไรนัก สามคะแนนอุ่นๆในกระเป๋า แล้วเดินหน้าไล่ล่ากันต่อไป หากเอาชนะได้สำเร็จ นอกจากปลุกขวัญและกำลังใจให้ดีเยี่ยมกว่าเดิมแล้ว ยังขยับขึ้นไปอันดับ 5 ชั่วคราวอีกต่างหาก เข้าใกล้พื้นที่สีเขียวอันหมายถึงท็อปโฟร์เต็มที อย่างไรก็ดีสิ่งที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กลัวมากและไม่อยากเจอเลย แต่หนีไม่พ้นนั่นคือ ปัญหาอาการบาดเจ็บผู้เล่น กุนซือเฮฟวี่เมทัลเพิ่งเผชิญข่าวร้ายไม่นาน สองแกนนำแนวรุกอย่าง หลุยส์ ดิอาซ จะพลาดช่วยทีมจนกระทั่งฟุตบอลโลก 2022 ปิดฉาก แล้วยังมาเจอ ดีโอโก้ โชต้า ต้องปิดเทอมนาน 2 เดือนเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ คล็อปป์ ต้องเสียผู้เล่นแนวรับไปพร้อมๆกัน สองเซ็นเตอร์แบ็กทั้ง โจเอล มาติป กับ อิบราฮิม่า โกนาเต้ ก็ขึ้นเตียงพยาบาลในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ร่างกายไม่อาจฟิตสมบูรณ์ได้แบบเต็มที่ พร้อมลงเล่นเกมหนักๆ ซ้ำร้ายผลพวงจากเกมเจอเวสต์แฮม ที่ต้องเพรสซิ่งกันตลอดทำให้ ดาร์วิน นูนเยซ กับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ขึ้นลิสต์บาดเจ็บอีก นูนเญซ น่าเป็นห่วงที่แฮมสตริงหรือกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ตอนพักครึ่งเกมกับขุนค้อน ต้องให้เจ้าหน้าที่กายภาพมานวดเฟ้น เพื่อผ่อนคลายอาการตึง ในขณะที่ ติอาโก้ ถูกถอดออกตั้งแต่นาทีที่ 57 คล็อปป์ ไม่อยากเสี่ยงมากเกิน เข้าใจดีว่าลูกทีมรายนี้ เปราะบางพอสมควร ดึงออกมาพักก่อนย่อมเป็นทางออกดีที่สุด ต่อให้เห็นไลน์อัพกันเรียบร้อย แฟนหงส์แดงก็ยังมั่นใจอยู่ดี การขาดผู้เล่นคนสำคัญต้องส่งผลกระทบอยู่แล้ว แต่ยังคาดหวังไว้สูงกับ 3 คะแนนเต็มกลับลิเวอร์พูล กระนั้นการต้องมาเยือนทีมท้ายตาราง ซึ่งอยู่ในสถานการณ์ต้องดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อหนีให้พ้นจากโซนอันตราย คุณต้องพร้อมและดีพอจริงสำหรับเป็นผู้ชนะ อย่าคิดปิดจ็อบลงง่ายๆเด็ดขาด ลิเวอร์พูลครองบอลได้เยอะอย่างที่คาดหมายกันไว้แหล่ะ สร้างโอกาสได้พอสมควรเช่นกัน แต่ไม่ดุดันเด็ดขาดพอจะเปลี่ยนเป็นประตูได้ ฟอเรสต์เองก็มีตอบโต้ นักเตะหลายคนเล่นด้วยความมั่นใจ สมาธิไม่วอกแวกพร้อมรับมือรองแชมป์เก่าอย่างเต็มที่ สตีฟ คูเปอร์ ที่ได้รับความไว้วางใจจากบอร์ดบริหารให้นั่งเก้าอี้ผู้จัดการทีม คลำหาทีมที่ลงตัวอยู่ มีแนวโน้มกระเตื้องขึ้น 3 นัดล่าสุดแพ้แค่เกมเดียว แม้จะไม่ชนะเลย ก็ถือเป็นสัญญาณเตือนที่โอเค อย่างน้อย คูเปอร์ มีคุณงามความดีพาทีมเลื่อนสู่พรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1999 อีกทั้งการเปลี่ยนขุมกำลังแบบยกกะบิ มันยากมากที่จะปรับจูนให้ลงตัวในช่วงเวลาสั้นๆ เกมนี้เจ้าป่าจึงเล่นด้วยความมั่นใจมากยิ่งขึ้น กระทั่งลูกซ้ำดาบสองของ ไตโว อโวนิยี่ ส่งบอลกระทบตาข่าย กลายเป็นว่าพลิกนำ 1-0 แนวรับอันหละหลวมของลิเวอร์พูล มันเหมือนนักมวยคางเปราะที่พอโดนแล้วมีอาการนั่นเอง โจ โกเมซ ไม่นิ่งพอสำหรับการรับมือ จนพลาดท่าอย่างไม่สมควร จะโยนความผิดให้ โกเมซ คนเดียวคงไม่แฟร์นัก มันต้องรับผิดชอบร่วมกัน แต่สำหรับลิเวอร์พูลที่ควรมีมาตรฐาน เพราะคือทีมระดับท็อป ไม่ควรก่อความผิดพลาดในลักษณะนี้บ่อยๆ พลาดน่ะมันเลี่ยงไม่ได้ แต่ต้องให้น้อยที่สุด เจ็บปวดไม่น้อยกว่ากันคือ อโวนิยี่ คือเด็กเก่า เคยอยู่กับลิเวอร์พูลมาก่อน แต่ไม่ได้ลงเล่นเลยสักนัด โดนปล่อยยืมตลอด จนมาทำแสบนี่แหล่ะ แล้วในวันที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำอะไรก็ไม่ถนัดนัก จังหวะมันขาดๆเกินๆนิดหน่อย บวกด้วยผลงานการเซฟของ ดีน เฮนเดอร์สัน นายด่านตัวยืม ซึ่งช่วงหลังเหนียวหนึบยิ่งขึ้น ไม่พรุนเหมือนอย่างเคย ลิเวอร์พูลพยายามสปีดเกมให้เร็วเข้าไปอีก เพื่อทวงคืนให้ทัน แต่เร่งเท่าไร ก็มักจะพลาดมากเข้าไปอีก จังหวะไม่ปะติดปะต่อเท่าไร จึงต้องกลับบ้านมือเปล่า คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์หลังเกม บ่นเรื่องแท็คติกของเจ้าบ้าน แพ็กรับจนแน่น ถอยลงไปลึกมากๆ มันยากสำหรับพวกเขา เพราะการเล่นในลักษณะดังกล่าว เหมือนไม่ได้เตรียมรับมือมา จึงไม่ได้ซ้อมหรือทำความเข้าใจกันเท่าที่ควร เคอร์ติส โจนส์ ซึ่งเพิ่งสลัดอาการบาดเจ็บ หลังใช้เวลาเยียวยาอยู่พักใหญ่ ไม่ได้ถูกวางตัวจะต้องออกสตาร์ต แผนมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น คล็อปป์ ยืนยันว่าลูกทีมฟิตพอถึงกล้าส่งลงไปโม่แข้ง แต่ดูยังประดักประเดิดไม่คุ้นเคยระบบในแผงมิดฟิลด์ ซึ่งมายุคนี้แตกต่างจากฤดูกาลก่อน อย่างที่บอก ติอาโก้ มีปัญหาทั้งติดเชื้อและไม่ค่อยสมบูรณ์ ส่วน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน อย่างที่ทุกคนเห็นกันว่า โรยราลงมากจากการกรำศึกมาอย่างต่อเนื่อง แทบไม่ได้พักเลย จนแทบจะบอบช้ำไปหมดแล้ว แข้งขาอ่อนล้ามากๆ ผลพวงจากการต้องลงเล่นเต็มแม็กครบทุกเกมของหงส์แดงตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว กลายเป็นเอฟเฟคต์ที่ลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน คนไม่ใช่เครื่องจักรจะได้ทนทานต่อการใช้งานแบบสมบุกสมบัน ยังไงก็มีข้อจำกัด ตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา คล็อปป์ คงอยากจะเสริมทัพให้แข็งแกร่งกว่านี้ แต่การต้องจ่าย ดาร์วิน นูนเญซ ด้วยค่าตัวเหยียบ 100 ล้านยูโร ทำให้เป็นอุปสรรคในการจับจ่าย ตัวเขาเองก็ยอมรับว่าเงินใช้สำหรับชอปปิ้งมีน้อยกว่าอีกหลายทีม อาจจะต้องการสื่อให้เห็นว่า หากจะต่อกรได้แบบระยะยาว น่าจะลำบากมากขึ้นตามลำดับ ถ้าบอร์ดบริหารลิเวอร์พูลให้การสนับสนุนเรื่องงบมากกว่าที่เป็นอยู่ คงไม่ต้องไปยืม อาร์ตู เมโล่ มาจากยูเวนตุสในวันสุดท้ายก่อนเส้นตายซื้อขายจะมาถึงหรอก เคส อาร์ตู เข้าใจได้ไม่ยากหรอกว่า เป็นการป้องกันไว้ก่อน เผื่อเหลือเผื่อขาด เพราะแผงมิดฟิลด์กำลังมีปัญหา ไม่ใช่ดึงมาเพื่อระยะยาวเลย เคราะห์ซ้ำกรรมซัด กองกลางบราซิเลี่ยนบาดเจ็บหนักต้องพักยาว 3-4 เดือนอีก แทนที่จะมาแบ่งเบาภาระ กลายมาเป็นภาระอย่างไม่สมควรเลย โชคร้ายมาเยือนต่อเนื่อง อุตส่าห์รีดฟอร์มกันสุดพลังมีเท่าไรใส่ให้หมดจนสยบแมนฯซิตี้สำเร็จ มันน่าจะเป็นการกระตุ้นให้ลิเวอร์พูลกลับสู่เส้นทางที่เหมาะสมของตัวเอง นั่นคือไล่บี้เพื่อแชมป์ลีก แต่เมื่อมาสะดุดพ่ายทีมท้ายตารางอย่างฟอเรสต์ แทบจะเข่าทรุดกันเลย ทำมาเหนื่อยกันหนักหนาสาหัส ก่อนต้องมาเจออย่างนี้ เหมือนต้องถอยกลับมานับกันใหม่อีกรอบ แทนที่จะก้าวไปข้างหน้าต่อ ช่างเป็นช่วงเวลาที่น่าอึดอัดของ คล็อปป์ และเดอะ ค็อปเลยจริงๆ ------------ เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117